31 ม.ค. เวลา 11:30 • หนังสือ

ถ้าใครที่กลัวการปฏิเสธ อยากให้อ่านนังสือนี้ครับ

นี่คือ 14 ข้อคิดจากหนังสือ ‘คัมภีร์หน้าหนา’
หนังสือที่เล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่อยากเรียนรู้เรื่องการปฏิเสธ
และได้เจอกับ เว็ปไซต์ที่บำบัดการปฏิเสธ ที่แนะนำการฝึกการถูกปฏิเสธผ่านการขอในสิ่งที่คนจะปฏิเสธแน่นอนไปเรื่อยๆ เขาจึงตั้ง Challenge นึงขึ้นมา ชื่อว่า 100 วันกับการถูกปฏิเสธ
มีภารกิจแปลกๆมากมาย ตั้งแต่ขอไปปลูกต้นไม้ในสวนบ้านคนอื่นได้ไหม ขอให้ทำโดนัทเป็นรูปสัญลักษณ์โอลิมปิก หางานให้ได้ใน 1 วัน แจกเงินตามถนน เป็นต้น
และข้อคิดที่เขาได้ระหว่างการทำ Challenge นี้มีดังนี้ครับ
✅ 1 ความกลัวถูกปฏิเสธไม่ใช่เรื่องหายาก เป็นเพียงสิ่งที่พบเห็นได้โดยทั่วไป
✅ 2 การถูกปฏิเสธ ความรู้สึกกลัวมันเหมือนจะมีอะไรมาทำอันตรายหรือมาทำร้ายเรา แต่ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเลย แม้ถูกปฏิเสธเราก็ไม่ได้สูญเสียอะไรไป
✅ 3 การถูกปฏิเสธเป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น
เพราะมันขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของผู้ปฏิเสธด้วย
เราไม่ควรนำการปฏิเสธมาตัดสินว่าความคิดนั้น เป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้ครับ
✅ 4 เมื่อถูกปฏิเสธแล้ว ลองถามคนนั้นว่า ‘ทำไม’ ถึงปฏิเสธดู
เพราะเราจะได้เห็นเบื้องหลังของคำปฏิเสธนั้น และมองเห็นโอกาสต่อไปที่จะตอบตกลงด้วย
ข้อนี้ผมบอกเลยว่าคนที่ยังรับมือกับการถูกปฏิเสธไม่ได้จะยากมากครับ
เพราะความเจ็บปวดมันเหมือนตัวตนเราโดนปฏิเสธเอง
แต่อยากให้อดทนและถามว่า ‘ทำไม’ ดูครับ เพราะมันช่วยให้เราพัฒนาในด้านนี้ได้ดีจริงๆ
✅ 5 เมื่อถูกปฏิเสธ อย่าพึ่งหนี ลองปรับลดคำขอของเราดู
ด้วยคำถาม ‘ถ้าแบบนี้ไม่ได้ เป็นแบบนี้แทนได้ไหม’
มันจะช่วยให้คนปฏิเสธมีโอกาสตอบรับมากขึ้น
ลองร่วมมือกับอีกฝ่ายและลองดูว่าเขาจะตอบตกลงเราอย่างไรได้บ้าง
ตัวอย่างจากคุณ jia ผู้เขียนครับ เขาขอไปซื้อเซ็ตอาหารของแมคโดนัลที่มีขายเฉพาะตอนเช้า ในช่วงบ่ายได้ไหม เขาถูกปฏิเสธและถามพนักงานกลับว่า มีอะไรที่คล้ายๆกันไหม
เขาจึงได้แซนด์วิซที่หน้าตาคล้ายกันมากินแทน
✅ 6 เมื่อขออะไรคนอื่น จงบอกเหตุผลด้วย เพราะนั่นจะเพิ่มโอกาสให้อีกฝ่ายตอบตกลงมากขึ้น
✅ 7 ‘Start with I’ เมื่อเราเริ่มต้นคำขอด้วยคำว่า ผม/ฉัน จะมีโอกาสตอบตกลงมากกว่าปฏิเสธ
เพราะอีกฝ่ายจะสัมผัสความจริงใจได้มากกว่า
✅ 8 ห้ามคิดแทนอีกฝ่ายเด็ดขาด จงถาม เพราะเราไม่มีทางรู้เบื้องลึกของคนนั้นเลย
หากเขาไม่เล่าออกมาและ มันอันตรายมากถ้าเราเดาความคิดของอีกฝ่ายผิดไป
✅ 9 เลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสตอบตกลงเรามากที่สุดแล้วค่อยขอ
เรื่องราวนี้มาจากตอนที่คุณ Jia ผู้เขียน อยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย 1 วัน
เขาเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นอาจารย์สอนบริหารธุรกิจแทนที่จะเป็นคณะอื่น
เพราะเขามองออกว่าเนื้อหาที่เขาไปสอนมีประโยชน์ต่ออาจารย์คณะบริหารธุรกิจมากกว่า
✅ 10 เมื่อเราต้องปฏิเสธคนอื่น จงรีบปฏิเสธอย่างสุภาพ
พร้อมเหตุผลอย่างสั้นกระชับ พร้อมเสนอทางเลือกอื่นให้อีกฝ่าย
เพราะการบอกปฏิเสธช้าอย่าง ‘ได้ แต่..’ มันทำให้คนอื่นหงุดหงิดมากกว่า
✅ 11 ข้อดีของการถูกปฏิเสธ
1️⃣ เป็นแรงจูงใจที่ดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้เรารู้ว่าควรพัฒนาตนเองอย่างไร
2️⃣ การถูกปฏิเสธ เป็นเหมือน Feedback ในการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในสิ่งที่เราทำอยู่ได้ทันที
3️⃣ การถูกปฏิเสธ ทำให้รู้ว่า คนนั้นไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ในผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา
✅ 12 ความเข้าอกเข้าใจคนอื่นจากการถูกปฏิเสธมาเหมือนกัน มันกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมโยงกันระหว่างเรากับอีกฝ่ายได้
✅ 13 การไม่ขอเลย แปลว่าเรากำลังปฏิเสธตัวเองโดยอัติโนมัติ
มองในอีกมุมหนึ่ง นั่นก็คือ เรามีอิสรภาพในการขออะไรก็ได้ตามที่เราต้องการครับ
✅ 14 ควบคุมเฉพาะสิ่งที่เราควบคุมได้ ปล่อยวางผลลัพะ์และสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
นั่นจะทำให้เราประสบความสำเร็จในระยะยาว
ประโยคนี้คือสิ่งที่ผู้เขียนอยากไว้ครับ
‘ถ้ารู้จักคนที่มีเป้าหมายและความฝันที่ยิ่งใหญ่ อย่าลืมแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้คนนั้นครับ’
หนังสือเล่มนี้ผมชอบมากครับ
ติด Top ของปีนี้แน่นอน เพราะนอกจากข้อคิดที่ผมได้แบ่งปันกับทุกคนไป ยังมีเรื่องราวของการถูกปฏิเสธ ความคิดสร้างสรรค์มากมายในการคิดหัวข้อที่จะถูกปฏิเสธ
เป็นหนังสือที่ผมจะหยิบอีกครั้งในวันที่ไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องใดๆก็ตามแน่นอนครับ
ผู้เขียน Jia Jiang
สำนักพิมพ์ We learn
จำนวนหน้า 237 หน้า
ผมแปะพิกัดไว้แล้วครับ
โฆษณา