Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
31 ม.ค. เวลา 13:14 • การเมือง
ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก EP.3 เขมรเผาป่า
"บทเรียนสมัยเขาพระวิหาร เมื่อปี 51 ทหารเขมร กับ ทหารไทย เจรจาลดการเผชิญหน้าหลังจากนั้น 2 เดือน ทหารเขมรล้ำแดนเข้ามายิงทหารไทยและยังมาวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ จนทหารไทยบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ผมจึงอยากเตือนว่า อย่าพึ่งไว้ใจกัมพูชาเพราะคนมีอำนาจจริงคือ สมเด็จฮุนเซน"
พลโท กนก เนตระคะเวสนะ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี
"ผมพูดเสมอนะอย่าไว้ใจเขมรและอย่าเชื่อว่าเขมรจะหยุด จงเร่งทำของเราให้พร้อม"
กัน จอมพลัง อินฟลูชาวไทยและจิตอาสาคนดัง
"การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ต้องไม่ตั้งอยู่บนข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ต้องไม่ตั้งอยู่บนการใช้อารมณ์ความรู้สึก แต่ต้องตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติ และตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อมูลข้อเท็จจริง"
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน
"พรรคประชาชนไม่ได้คัดค้านการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นและเหมาะสมในการป้องกันประเทศ และพร้อมสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความเหมาะสมที่มีความจำเป็นต่อการทำหน้าที่ในกองทัพ"
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน กองทัพไทยเจอมาทุกเล่ห์เหลี่ยมที่ทหารกัมพูชาจงใจจะทำให้เราก่อสงคราม แต่ทหารไทยก็เลือกที่จะอดทนต่อการยั่วยุสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นยิงปืนเช็คแนว การปล่อยคลิปการซ้อมรบทางการทหาร การนำประชาชนมาเป็นโล่มนุษย์และอะไรต่ออะไรที่ได้เห็นออกสื่อทุกวันนี้
หนึ่งในนั้นคือการเผาป่า ซึ่งก็มีบางกลุ่มออกมาให้สังเกตว่านี่เป็นยุทธวิธีใหม่ของทหารกัมพูชา เกิดจากภัยธรรมชาติ หรือจะมาจากเหตุใดก็สุดแล้วแต่ เรื่องนี้ทำไมจึงทำให้ทหารไทยได้รับผลกระทบด้วย เรื่องราวนี้จะขอนำทุกท่านไปดูที่มาของข่าวที่เป็นกระแสร้อนแรงในขณะนี้กันครับ
ปัจจุบันเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถูกมองว่าเป็นลักษณะของสงครามประสาท กล่าวคือต้องกาการก่อกวนกองทัพไทยในพื้นที่ชายแดนโดยที่ไม่ต้องกำลังพลเข้าประหัตประหารทำสงครามแบบที่ผ่านมา
ทหารฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่บ้านจอมกระสาน จังหวัดพระวิหาร จึงได้ใช้ยุทธวิธีใหม่นั่นคือได้ทำการจุดไฟเผาหญ้า วัชพืช และป่าในพื้นที่ลุ่มอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน ไฟไม่ได้ลามไปตามทุ่งนาเหมือนการเผาตอซังทั่วไป แต่เป็นการเผาไหม้ที่โหมเป็นกระจุกตัวหนาแน่น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทหารไทยและชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่านี่ไม่ใช่ไฟป่าที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ แต่เป็นการจงใจเผาป่าสร้างหมอกควัน เพื่อใช้เป็นม่านบังตาไม่ให้ทหารไทยที่อยู่บนพื้นที่สูงกว่ามองเห็นความเคลื่อนไหวด้านล่าง อีกทั้งการเผาป่านี้ยังเป็นอุปสรรค เพราะควันที่หนาทึบเหมือนทะเลหมอกไม่มีผิด ทำให้ทหารไทยไม่สามารถสำรวจเส้นทาง หรือใช้โดรนขึ้นบินสังเกตการณ์การเคลื่อนกำลังพลหรือสิ่งผิดปกติที่อาจนำไปสู่สงครามในฝั่งกัมพูชาได้
เมื่อวันที่ 30 มกราคมพ.ศ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุไฟป่าลุกไหม้บริเวณช่องอานม้า ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างที่ทหารไทยพยายามเข้าไปควบคุมเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ลามเข้าสู่ฐานปฏิบัติการ ความร้อนจากไฟได้ไปกระตุ้นให้วัตถุระเบิดที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ระเบิดขึ้น
เหตุการณ์นี้ทำให้มีทหารไทยที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ได้แก่ จ่าสิบเอก ธรรมรัตน์ คล้ายทิพย์ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ปืนเล็ก หมดสติจากแรงอัดระเบิดและมีสะเก็ดระเบิดบริเวณไหปลาร้า พลทหาร วีระศักดิ์ กันหาเรือง ตำแหน่งพลปืนเล็ก... บาดเจ็บจากแรงอัดระเบิด ทั้งคู่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์อย่างเร่งด่วน
เรื่องร้อนนี้ทางกองทัพบกไทยไม่รอช้าจึงออกมาชี้แจงทันทีในวันเดียวให้ประชาชนคลายข้อสงสัย พลโท กนก เนตระคเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และ พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก มองว่าไฟป่าที่ส่งผลกระทบไปทั่วแดนไทย-กัมพูชาในช่วงนี้น่าจะเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่การสร้างสถานการณ์จนนำไปสู่การก่อสงครามแบบที่ประชาชนบางส่วนเข้าใจกัน
โดยอาจเกิดจากสภาพอากาศของพื้นที่ป่าที่แห้งแล้ง ทหารกัมพูชาสูบบุหรี่แล้วทิ้งบุหรี่ลงบนหญ้าจนนำไปสู่ไฟป่า หรือการจุดไฟผิงคลายหนาวของชาวบ้านในพื้นที่แล้วลุกลามไปโดนระเบิดเก่าที่กัมพูชาวางทิ้งไว้จนทหารไทยได้รับบาดเจ็บในขณะที่ออกปฏิบัติการที่พื้นชายแดนกดังกล่าว พลโท กนก เชื่อว่ากัมพูชายังไม่พร้อมทำศึกรอบที่ 3 เนื่องจากแนวบังเกอร์และคูสนามเพลาะยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์
ในเมื่อเห็นข้อเท็จจริงจากอดีตทหารหลักกันไปแล้ว ที่นี้ขอพาทุกท่านมาดูกันที่ฟากฝั่งของอดีตทหารพรานและชาวบ้านว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรกับเหตุกาณ์นี้ ชาวบ้านในพื้นที่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจุดไฟพรางควัน เพื่อบดบังทัศนวิสัย ไม่ใช่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือมาจากการโยนบุหรี่ทิ้งลงบนกองหญ้าดังที่พลโท กนก และพลตรีวินธัยได้ชี้แจงกับประชาชนชาวไทย
โดยชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่ากัมพูชาจงใจสร้างควันหนาเพื่อไม่ให้ทหารไทยเห็นการเคลื่อนย้ายกำลังพลรถถัง รถยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 การขุดบังเกอร์ การเติมกำลังทหารเข้าสู่พื้นที่ หรือการใช้โดรนตรวจการณ์ มีการพบโพสต์ในโซเชียลมีเดียฝั่งกัมพูชาที่ระบุว่า การจุดควันเป็นการพรางตาโดรนลาดตระเวน เครื่องบินที่ขึ้นทำการบอนลาดตระเวนหรือเฮลิคอปเตอร์ของทหารไทยที่ทำการบินเข้าสู่พื้นที่ของฝ่ายตรงข้าม
การเผาในครั้งนี้ทำให้ปรากฎการเตรียมพร้อมรบมากกว่าครั้งที่ผ่านๆมา ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่ 1 หรือครั้งที่ 2 การเผาป่าอำพรางการตรวบจับของฝ่ายไทยเพื่อไมให้ทหารไทยส่องลงไปจากที่ราบสูง เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ทหารกัมพูชาใช้เป็นที่ราบสูงได้ถูกยึดกลับมาได้โดยทหารไทยในการปะทะรอบ 2 พวกเขาจึงเผาป่าไปด้วยแล้วสร้างสิ่งสร้างทางทหารเป็นทำกิจวัตรประจำวันที่เราๆท่านๆเห็นเช่น การขุดคูสนามเพลาะ ขุดหลุมตั้งปืน ค. และสร้างบังเกอร์เลียนแบบทหารเวียดนาม ซึ่งพรางตาทหารไทยได้ยากหากไม่สังเกตให้ดี
ในขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงจากการเผาป่าของทหารกัมพูชา ต่างบอเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาหวาดผวาและไม่อยากให้เกิดการปะทะรอบที่ 3 เพราะการอพยพในแต่ละครั้งไม่ได้ทำให้ชีวิตชาวบ้านดีขึ้นมีแต่จะแย่ลงด้วยซ้ำ หากครอบครัวใดต้องทำมาหากินยิ่งยากลำบาก หากกิจการต้องถูกปิดจากผลกระทบของการทำสงคราม หรือแม้แต่หากใครเป็นเกษตรกรเมื่ออพยพแล้ว พวกเขาไม่สามารถย้ายไร่นา
มีบางส่วนเสนอให้สร้างกำแพงกั้นเขตแดนให้จบสิ้นเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว และชาวบ้านที่อยู่ใกล้ชายแดนบางกลุ่มขอร้องให้กองทัพไทยทำสงครามต่อโดยที่ไม่ต้องฟังเสียงนกเสียงกาหรือการเจรจาเพื่อให้กัมพูชาสิ้นสภาพไปโดยเร็ว
"ไฟป่าในครั้งนี้อาจเกิดจากการที่ฝั่งกัมพูชาเผาป่าในเขตแดนตนเองแล้วลูกไฟกระเด็นข้ามมา หรืออาจเกิดจากธรรมชาติ รวมถึงการที่คนในพื้นที่จุดไฟผิงเพื่อคลายหนาวแล้วไฟลุกลามไปโดนวัตถุระเบิดเก่าที่ตกค้างอยู่"
"กัมพูชายังไม่พร้อมที่จะเปิดศึกรอบ 3 เนื่องจากบังเกอร์และคูสนามเพลาะที่ขุดไว้ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ยังเป็นเพียงแผ่นปูน ไม่มีดินกลบทับให้หนาพอจะกันกระสุนได้" พลโท กนก เนตระคเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2
เมื่อมาดูในส่วนมุมมองของอดีตทหารพรานอย่างพี่พุด อาญาสิทธิ์ อดีตทหารพรานวัย 70 ปี ที่ผ่านสนามรบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในสมัยสงครามเย็น แกมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอุบัติเหตุจากระเบิดตกค้างที่ถูกไฟเผาจนระเบิดขึ้นเอง แต่แกก็เตือนทหารไทยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันในช่วงนี้ว่าพฤติกรรมที่ทหารกัมพูชาเข้ามาตีสนิทในช่วงนี้
รวมถึงการเผาป่าสร้างสถานการณ์อาจเป็นการยื้อเวลาเพื่อเตรียมอาวุธและกำลังพลก่อนการรบครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้น ทีนี้ขอนำทุกท่านวนกลับมาดูกันที่มุมมองชาวบ้านที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่าทหารกัมพูชามีการลักลอบเผาป่าอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืนในหลายจุด
ซึ่งดูเหมือนเป็นการจุดไฟพรางควัน เพื่อไม่ให้เครื่องบินรบของกองทัพอากาศที่บินมาลาดตระเวนมองเห็นความเคลื่อนไหว เมื่อเครื่องบินบินมาถึงอาจสร้างความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการเผาป่าของชาวบ้านหรือเป็นภัยป่าธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล แต่แท้ที่จริงแล้วนี่คือยุทธวิธีใหม่ที่ไม่ใช่การใช้อาวุธ แต่เป็นการจงใจปิดบังการเสริมกำลังรบ ซึ่งอาจรวมไปถึงการเสริมจรวดแซมสำหรับรอสอยเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยที่บินมาทำภารกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
คำถามนี้จึงขอฝากถามไปยังกองทัพไทย ต้องรอเสียพื้นที่ป่าไปอีกกี่ไร่ กองทัพไทยจึงจะตอบโต้หากกัมพูชาเปิดศึกใหม่หนักกว่ารอบแรกและรอบสอง การเผาป่าของทหารกัมพูชาไม่ได้ทำให้ทหารไทยนิ่งนอนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะในขณะนี้กองทัพไทยยังคงเตรียมความพร้อมตลอดเวลา
บวกกับช่วงหลังการหยุดยิงทหารฝ่ายเราได้ทำการสถาปนาพื้นที่ทางทหารในจุดที่ยึดมาได้ จนถึงขณะนี้กองทัพไทยมีความพร้อมสำหรับการรบรอบ 3 ส่วนการเผาป่าของทหารกัมพูชานั้น ยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ เรื่องนี้ยังคงสร้างความฉงนให้กองทัพไทยต่อไป
สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
ไทยรัฐนิวโชว์
ข่าวเด็ดคลิปดัง
ไทยนิวส์
อนุวัต จัดให้
สาวน้อย อุ๋งอิ๋ง ยี่หวา
สังคม ภูเพชร
Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
ทหาร
ประเทศไทย
สงคราม
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย