Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บันทึกนักวิจัย : เรื่องเล่าระหว่างคำ
•
ติดตาม
4 มี.ค. เวลา 13:31 • ท่องเที่ยว
ตอนที่ 3: Kyoto Day 2—มนต์เสน่ห์ยามเช้า ณ วัดน้ำใส ตามหาซากุระแรกและอุโมงค์ส้มที่ฟุชิมิอินาริ 🦊
ตื่นแต่เช้าตรู่ในวันที่ฝนตกปรอยปรอย เดินจากโรงแรมไปขึ้นรถบัสที่สถานี เกียวโตขึ้นรถบัสหมายเลข 206 ให้เราปักหมุดไปที่ วัดโฮคันจิ 388 清水八坂上町 Higashiyama Ward, Kyoto, 605-0862 ญี่ปุ่น ก่อนเพื่อไปเจอทางเดินที่เป็นทางเนิน (Sannenzaka/Ninenzaka) เพราะสองข้างทางมีร้านน่ารักๆ และมุมถ่ายรูปสวยๆ เยอะมากจนลืมเหนื่อย สมกับเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ งดงามมากๆ 😊🌸🏯✨
🚌 การเดินทางด้วยรถบัส (แนะนำสาย 206)
1. จุดขึ้นรถ: สถานี Kyoto Station (ทางออกฝั่ง Karasuma หรือฝั่ง Kyoto Tower) ไปที่ป้ายรถเมล์ Platform D2
2. สายรถบัส: ขึ้นสาย 206 (สายนี้วิ่งวนรอบเมืองผ่านย่านประวัติศาสตร์)
3. ป้ายที่ลง: ลงที่ป้าย Kiyomizu-michi หรือป้าย Gion ก็ได้ค่ะ (แต่ป้าย Kiyomizu-michi จะเดินใกล้เจดีย์มากกว่า)
4. การเดินเท้าต่อ: จากป้าย Kiyomizu-michi เดินเข้าซอยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกประมาณ 5-7 นาที
• ระยะเวลา: ประมาณ 15-20 นาที
• ค่าโดยสาร: 230 เยนตลอดสาย
ภาพของซุ้มประตูวัดสีแดงชาดอันวิจิตรก็ปรากฏแก่สายตา เป็นสัญญาณว่าเรามาถึงจุดหมายแรกของวันแล้ว หลังจากซื้อตั๋วเข้าชม ก็พาตัวเองเข้าไปยืนอยู่ในศาลาไม้ทรงสูงที่สร้างจากเสาไม้ขนาดยักษ์นับร้อยต้น เป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามานานหลายร้อยปีโดยไม่ต้องใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว
เมื่อมองออกไปจากระเบียงไม้ ฉันเห็นเกียวโตทั้งเมืองนอนนิ่งอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางอ้อมกอดของหุบเขา... หลังจากซึมซับความปิติและเก็บภาพความทรงจำจนเต็มอิ่ม ฉันก็ค่อยๆ เดินลงมาตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นทางเดินแบบเดินรถทางเดียว (One-way) พาเราวนกลับลงสู่เบื้องล่างอย่างช้าๆ เพื่อให้เราได้ชมมุมมองใหม่ๆ ของวัดในจังหวะขาลง
เมื่อเดินวนลงมาด้านล่างของศาลาไม้ขนาดยักษ์ เราจะพบกับสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลลงมาเป็น 3 สายจากหน้าผา ซึ่งไหลต่อเนื่อมานานนับพันปีโดยไม่เคยแห้งเหือดเลยค่ะ สายน้ำนี้คือ 'น้ำตกโอโตวะ' ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ประจำวัดแห่งนี้
คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าสายน้ำทั้ง 3 สายนี้ให้พรที่แตกต่างกันออกไปค่ะ โดยเรียงจากซ้ายไปขวา (เมื่อเรายืนหันหน้าเข้าหาจุดที่น้ำไหลลงมา):
1. สายที่ 1 (ซ้ายสุด): ประทานพรด้าน การศึกษาและความสำเร็จ (เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่แสวงหาความรู้ค่ะ)
2. สายที่ 2 (กลาง): ประทานพรด้าน ความรักและการครองคู่ (ให้สมหวังในความสัมพันธ์)
3. สายที่ 3 (ขวาสุด): ประทานพรด้าน สุขภาพและความอายุยืนยาว
ตามธรรมเนียมโบราณ เราจะใช้กระบวยด้ามยาวรองน้ำมาดื่ม แต่มี 'กฎแห่งความโลภ' ที่น่ารักซ่อนอยู่ด้วยนะคะ คือเราควร เลือกดื่มเพียงสายเดียว ที่เราปรารถนาที่สุด หรืออย่างมากไม่เกิน 2 สายค่ะ เพราะถ้าดื่มครบทั้ง 3 สาย หรือดื่มหลายอึกเกินไป เชื่อกันว่าพรนั้นจะไม่สัมฤทธิ์ผลเนื่องจากเรามีความโลภมากเกินไปนั่นเอง
ด้านล่างนี้จะมีห้องน้ำ และต้นไม้ใหญ่ อากาศหนาว เลยแวะทานอุดงร้อนร้อน ที่มีวิวเป็นจุดที่คนมาขอพรจากน้ำตกโอโตยะ เดินออกมาจากวัดและสองข้างถนนทางเดินเต็มไปด้วยร้านขนม ของฝาก เดินเลือกซื้อของฝาก ขนม เพลินไปเลยค่ะ
ไปต่อที่ศาลเจ้ายาซากะที่อยู่ห่างจากถนนทางออกจากวัดน้ำใสแค่600เมตร ⛩️ ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine / 八坂神社) หรือที่ชาวเกียวโตเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า "กิออน-ซัง" ค่ะ
ศาลแห่งนี้ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติย้อนไปได้ถึงปี ค.ศ. 656 โดดเด่นด้วยประตูทางเข้าสีส้มแดง (Vermilion) ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดถนนชิโจ (Shijo Street) และเป็นสัญลักษณ์แห่งย่านกิออน ซึ่งมีเทพเจ้าแห่งความปัดเป่าและโชคลาภ: อุทิศแด่เทพเจ้า Susanoo-no-Mikoto ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้าย โรคระบาด และประทานโชคลาภ ความสำเร็จมาให้ค่ะ
จากนั้น เราไปกันต่อที่ย่านกี่ออนซ์ปักหมุดไปที่Shirakawa canal ปละเดินผ่านไปที่แม่น้ำคามุและไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านซูชิโระ
หลังเติมพลังเสร็จก็ไปตามหาซากุระกันค่ะ ซากุระมีหลากหลายสายพันธุ์นะคะแต่เราไปช่วงต้นมีนาที่ซากุระพันธุ์หลักยังไม่ได้บานเราก็เลยต้องไปตามหาซากุระสายพันธุ์เร็วที่ชื่อว่า Kawazu-zakura (คาวาซุซากุระ) ซึ่งจะบานช่วงปลายกุมภาพันธ์ถึงต้นมีนาคมค่ะ ปักหมุดไปกันที่
🌸 สวนริมคลองโยโดซุยโระ (Yodo Suiro Canal) ซึ่งเป็น ทางเดินเลียบคลองเล็กๆ ที่มีต้นคาวาซุซากุระกว่า 200 ต้น บานเป็นอุโมงค์สีชมพูเข้ม
🚃การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Keihan Railway ไปลงที่สถานี Yodo Station แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาทีค่ะ
เป็นสองต้นแรกที่เริ่มบานในฤดูนี้พอดีค่ะส่วนต้นอื่นยังไม่บาน
ฉันนั่งรถไฟต่อไปยังฟุชิมิอินาริ การเดินลอดอุโมงค์เสาโทริอิสีส้มที่เรียงรายกันนับพันต้น เหมือนการเดินเข้าไปในโลกแห่งมนตราที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ความปิติของวันนี้จบลงที่ราเมงอุ่นๆ ในสถานีเกียวโต กลิ่นน้ำซุปโชยุที่คุ้นเคยในค่ำคืนที่อากาศเริ่มเย็นลง
🛤️ เส้นทางรถไฟ (แนะนำที่สุด)
1. เดินจาก Yodo Suiro Canal: เดินกลับมายังสถานี Yodo Station (KH27) (ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที)
2. ขึ้นรถไฟสาย Keihan Main Line: ขึ้นรถไฟขบวนที่มุ่งหน้าไปทาง Demachiyanagi
• ประเภทรถไฟ: แนะนำขบวน Sub-Express หรือ Local (ถ้าเป็นขบวน Express อาจจะไม่จอดสถานีเล็ก แนะนำให้เช็คป้ายไฟที่ชานชาลาค่ะ)
3. ลงสถานี Fushimi-Inari (KH34): เมื่อถึงแล้วเดินออกจากสถานีเพียง 5 นาทีก็จะถึงทางเข้าศาลเจ้าเสาส้มค่ะ
• ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 15-20 นาที (บนรถไฟ)
• ค่าโดยสาร: 330 - 350 เยน
🚃สรุปเส้นทาง: วัดโฮคันจิ ⮕ วัดน้ำใส ⮕ Yamasaka Shrine⮕ Yodo Suiro Canal⮕ฟุชิมิอินาริ
🍜พิกัดอาหาร: มื้อกลางวัน Sushiro หรือ Ichiran / มื้อเย็น ราเมงที่ Ishiran Ramen
💰ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้าวัดน้ำใส 400 เยน / ค่ารถไฟและบัส ~2,000 เยน
เที่ยวญี่ปุ่น
เรื่องเล่า
ญี่ปุ่น
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
หนทางสู่การตามหาซากุระ สู่โลกแห่งจินตนาการ
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย