Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
1 ก.พ. เวลา 16:49 • การเมือง
บ้านหนองหญ้าแก้ว กว่าจะได้ที่นี่มาไม่ใช่เรื่องง่าย
"กองทัพภาคที่ 1
ยืนยันจะปกป้อง
ผืนแผ่นดินไทย
อย่างสุดกำลังความสามารถ
เพื่อสร้างความปลอดภัย
และคืนพื้นที่ชายแดน
ให้แก่ประชาชน"
พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ
แม่ทัพภาคที่ 1
"กำลังพล คือ ทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงสุดของกองทัพ และเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน"
พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
“กองทัพบก จะทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพ
ขีดความสามารถทางการทหารไปอีกยาวนาน
เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานของเรา”
พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน อีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันทหารผ่านศึกแล้ว วันนี้ผู้เขียนขอย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญในสงครามไทย-กัมพูชามาเล่าสู่กันฟัง ท่านผู้อ่านครับ สงครามมันคือการฆ่าล้างชีวิตมนุษย์ด้วยกัน แต่ในทางกลับกันเราก็จำเป็นต้องเข้าร่วมสงครามเพื่อรักษาชีวิตคนในประเทศ
รถหุ้มเกราะ M113 กองทัพบกไทย
กว่าที่ทหารไทยจะแลกดินแดนต้องเสียหยาดเหงื่อ กว่าทหารไทยจะบุกบั่นไปตัดกำลังต้องพยายามด้วยความตั้งใจ กว่าทหารไทยจะปักธงชาติไทยที่นี่มันไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การสร้างขึ้นมาเองเพื่อให้เป็นนิยายสงคราม วันนี้ขอเชิญพบกับสมรภูมิบ้านหนองหญ้าแก้ว
การยึดคืนบ้านหนองหญ้าแก้ว ที่อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจทวงคืนอธิปไตยของไทยที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและความเสี่ยงถึงชีวิตไม่แพ้ภารกิจใดในสงครามชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ.2568 โดยกองทัพภาคที่ 1 และกองกำลังบูรพาได้เข้าปฏิบัติการยึดพื้นที่ซึ่งถูกชาวกัมพูชารุกล้ำและตั้งรกรากอย่างผิดกฎหมายมานานหลายสิบปี,, ปฏิบัติการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนกำลังพล แต่คือการต่อสู้กับยุทธวิธีที่ซับซ้อน อาวุธหนัก และสภาพภูมิประเทศที่เสียเปรียบ เพื่อนำธงชาติไทยกลับไปโบกสะบัดอีกครั้ง
หากดูตามข้อเท็จริงตามประวัติศาสตร์แผ่นดินไทยที่ถูกรุกล้ำทั้งพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างบ้านหนองจาน เป็นเขตอธิปไตยของไทย 100% ตามหลักฐานการสำรวจเขตแดน (JBC) ปีพ.ศ.2549 อย่างไรก็ตาม พื้นที่นี้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังทำให้ถูกชาวบ้านมองว่ากองทัพภาคที่ 1 เพิกเฉยต่อการยึดคืนกลับมาและซ้ำยังถูกมองว่ามีคนมีสีเกี่ยวข้องกับทหารกัมพูชา ทำให้ดินแดนไม่ได้เป็นอิสระจากการครอบครองของทหารกัมพูชาหลายสิบปี
ที่นี่มีชาวกัมพูชาที่หนีภัยสงครามเข้ามาอาศัยในอดีตตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ.2520 จนกระทั่งกาล้วลาล่วงเลยมาถึงพ.ศ.2568 พวกเขาไม่ยอมอพยพกลับและตั้งรกรากถาวรกว่า 200 ครัวเรือน อีกทั้งยังมีการตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ในฝั่งไทยโดยเฉพาะพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านหนองหญ้าแก้ว
หนึ่งในอากาศยานที่มีบทบาทในสงคราม 20 วันกับกัมพูชาคงจะหนีไม่พ้นชื่อ F-16 ไปได้แน่นอน
ฝั่งกัมพูชาพยายามอ้างสิทธิ์และเรียกพื้นที่นี้ว่าบ้านเปรยจันทร์ เพื่อสร้างความสับสนในสิทธิเหนือดินแดน ไม่เพียงเท่านี้ยังมีหลักฐานว่าทางการกัมพูชาสนับสนุนให้ราษฎรเข้ามาสร้างถิ่นฐานถาวรเพื่ออ้างสิทธิ์ในพื้นที่พิพาท ที่นี่ไม่ใช่แค่หมู่บ้านที่คนทั้ง 2 ชาติจะยู่ร่วมกันได้อย่างมีสันติสุข ที่นี่กำลังจะกลายเป็นสมรภูมิไฟนับจากนี้
วันที่ 8 ธันวาคมพ.ศ.2568 ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาได้ปะทุขึ้น ใน 4 จังหวัดภาคอีสานฝั่งติดกับประเทศกัมพูชาเช่นเดิม เพียงแต่รอบนี้ขยายความรุนแรงของสงครามมาถึงภาคตะวันออก แม้กระทั่งจังหวัดสระแก้วก็โดนไปด้วย
"ภารกิจนี้ พวกเอ็งจะต้องรอดกลับมา เพราะที่บ้านมีพ่อแม่ลูกและแฟน ให้พวกเอ็งกลับไปหา คราวนี้ข้าขอให้พวกเอ็งจับอาวุธสู้จนวินาทีสุดท้าย ต่อให้ตายก็เสียดายชีวิตไม่"
"สู้โว้ยยยยยย!" สิ้นเสียงพูดของนายทหารยศจ่าสิบเอกนายหนึ่ง ทหารไทยวิ่งไปจับปืน M16 และปืน Travo เข้าต่อสู้กับผู้รุกราน ท่ามกลางเสียงปืนและเสียงระเบิด จะมีใครเข้าใจพวกเขาบ้าง พวกเขาไม่ใช่แค่ทหารที่เป็นเงาให้คนขายชาติ พวกเขาเลือกมาทำด้วยใจอาสาและพร้อมที่จะเสียสละไปได้ทุกเมื่อ หากต้องสิ้นลมหายใจในสนามรบเยี่ยงวีรบุรุษไทยในอดีต
"ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!" "ตู้มมมมมมมมม!"
"ยิง!!!" "ตู้มมมมมมมม!!!" เสียงปืนใหญ่ทหารไทย
รถถัง M60 กองทัพบกไทย
เมื่อสงครามดุเดือดขึ้นทหารไทยต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการในระหว่างการเข้ายึดคืนและสถาปนาความมั่นคงไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศที่เป็นที่โล่ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่โล่งแจ้ง ไม่มีภูเขาสูงเหมือนกับพื้นที่ที่กองทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบ ไม่มีที่บังเกอร์หรือที่กำบังที่แข็งแรง ทำให้กำลังพลตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย อีกทั้งยังมีการใช้โล่มนุษย์และสิ่งปลูกสร้างพลเรือน ฝ่ายกัมพูชาสร้างบังเกอร์ไว้ในหมู่บ้าน และใช้กาสิโนในพื้นที่บึงตะกวนเป็นฐานสะสมอาวุธและจุดยิงสนับสนุน เพื่อใช้พลเรือนเป็นเกราะกำบัง
ฝ่ายกัมพูชา ล็อคพิกัดพิกัดเป้าหมาย ไว้ล่วงหน้า ทำให้สามารถยิงถล่มทหารไทยได้อย่างแม่นยำเมื่อมีการเคลื่อนกำลัง แน่นอนว่าในสมรภูมิไม่เหมือนกับสมรภูมิที่ไทยเคยรบมาก่อนในสระแก้วเพราะในสมรภูมินี้ทหารกัมพูชามีการใช้โดรนพลีชีพ (Kamikaze Drone) บินตรวจการณ์และพุ่งชนเป้าหมาย การระดมยิงด้วยอาวุธหนัก เช่น รถยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิด (ปืนค.) อย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งในการเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดทางให้ทหารราบ รถถังและยานเกราะเข้าสู่แนวหน้า ทหารช่างและ EOD ต้องพบกับระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 และระเบิดแสวงเครื่องที่ทำจากลูกปืนค. เชื่อมต่อกับแบตเตอรี่รถยนต์ วางดักไว้ตามป่ายูคาลิปตัสและป่ามะม่วง
"พี่ มันคงจะวางใส่ร้ายเราแน่ๆ" ในขณะที่เจ้าหน้าที่ EOD ทั้ง 2 นายจากตำรวจตระเวนชายแดนคุยกันในป่าแห่งหนึ่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านหนองหญ้าแก้ว พวกเขามองไปที่พื้นดินที่อยู่รอบๆพวกเขา
นี่ไม่ใช่การระมัดระวังให้ตัวเองปลอดภัย แต่เป็นการมองหาทุ่นระเบิดที่ซ่อนอยู่ใต้ดินเพื่อทำลายมันทิ้ง ก่อนที่ชาวบ้านจะกลับเข้ามาอยู่ในอาศัยได้หลังจากเก็บกู้เสร็จสิ้น "PMN-2 นี่มันใหม่นี่หว่า" EOD คนหนึ่งพูดขึ้น "เจตนาของพวกมันไม่ใช่แค่วางทุ่นระเบิด แต่มันจงใจยั่วยุให้ทหารไทยเดินไปแล้วขาขาด" แล้วเขาก็พูดกับรุ่นน้องต่อไป "ต่อให้สงครามยังไม่จบ ก็ไม่มีวันที่จะเห็นสันติภาพเกิดขึ้น"
ตชด.ไทยขณะเก็บกู้วัตถุระเบิด
ในการปะทะที่บ้านหนองหญ้าแก้วและพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดสระแก้ว ยุทธวิธีของทหารทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยฝ่ายไทยเน้นการโจมตีอย่างแม่นยำด้วยเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อลดความสูญเสียของพลเรือน ในขณะที่ทหาฝ่ายกัมพูชาใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรและการระดมยิงอาวุธหนักโดยใช้พื้นที่ชุมชนเป็นเกราะกำบัง
กองทัพไทยใช้การผสมผสานระหว่างอำนาจการยิงทางอากาศ ยานเกราะ และหน่วยทหารราบเบา เพื่อยึดคืนพื้นที่อย่างฉับพลัน เริ่มจากการโจมตีทางอากาศที่แม่นยำ ตัวเอกหลักคราวนี้คงจะหนีไม้พ้นเจ้าเหยี่ยวพิฆาตออกศึกครั้งแรกเหนือน่านฟ้าสระแก้ว โดยมีการใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 เพื่อบินทะลุน่านฟ้าเข้าไปโจมตีคลังแสงและจุดซ่อนสุมอาวุธยุทโปกรณ์ทหารกัมพูชา การรบนี้เน้นการล็อกพิกัดโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารและอาคารที่แก๊งสแกมเมอร์ใช้เป็นฐานบัญชาการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อพลเรือน
ต่อมาเป็นใช้ยานเกราะเช่น รถถัง T-84 Oplot รถหุ้มเกราะ M113 ร่วมกับยานเกราะล้อยาง Stryker ทหารราบเบาเพื่อคุ้มกันกำลังพลเข้าสู่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านี้มีการใช้กระสุนส่องสว่างจากปืนใหญ่ที่ทหารไทยยิงในเวลากลางคืนเพื่อเปิดวิสัยทัศน์ในการระบุตำแหน่งเป้าหมายให้แม่นยำก่อนทำการโจมตี
"ลื้อจะทนดูนิ่งได้ยังไง เราโดนมันบินมาบึ้มแล้ว" นายทุนจีนคนหนึ่งที่เชื่อมโยงกับกาสิโนและธุรกิจสีเทา "เสี่ยครับ เราไม่มีอาวุธจะไปสู้กับทหารไทยได้นะครับ" จากนั้นนายทุนจีนคนนี้พูดต่อไป "เห้ย! พวกลื้อจะไปยอมมันได้ยังไง อย่าลืมพวกลื้อไม่ได้ใส่กระโปรง ฝากใช้หัวคิดเสียบ้าง!" จากนั้นลูกน้องพูดต่อไปกับเสี่ย "ผมว่าเรามีวิธีที่จะตบตาทหารไทยครับ เสี่ยคอยดูก็แล้วกันว่าเราก็ไม่น้อยหน้าพวกมัน" "เอ่อดี อั๊วอยากให้ธุรกิจของอั๊วอยู่ต่อ แต่พวกลื้อต้องบอกแผนตบตาทหารไทยมาให้อั๊วดู"
EOD ถือเป็นหน่วยกล้าตายในการรบครั้งนี้ แม้จะไม่ได้จับอาวุธรบเหมือนทหารราบ แต่พวกเขาก็ทำการเก็บทุ่นระเบิด เพื่อรักษาชีวิตคนชายแดน
ในขณะที่กลุ่มทุนเทาเริ่มเกรงกลัวการโจมตีทางอากาศของไทย จึงมีการใช้ธงชาติจีนมาปักบนหลังคาอาคารหรือรถแบ็คโฮคที่กำลังก่อสร้างอาคาร เพื่อพยายามตบตาและป้องกันไม่ให้ทหารอากาศไทยกล้าโจมตีทางอากาศด้วย F-16 บัดนี้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่การใช้อาวุธห้ำหั่นกันแต่ยังมีการใช้สงครามข่าวสารเล่นงานกองทัพไทยด้วยการแชร์ภาพธงชาติจีนที่ติดตามสถานที่ต่างๆเพื่อไม่ให้ F-16 โจมตีออกไปกันอย่างเเพร่หลาย
การส่งเครื่องบินรบบินเลยน่านฟ้าจังหวัดสระแก้วไปโจมตีคลังอาวุธลึกเข้าไปในพื้นที่กัมพูชา เช่น จังหวัดพระตะบองและเสียมเรียบ มีเป้าหมายสำคัญคือทำลายรถยิงจรวด BM-21 ที่ทหารกัมพูชาใช้ยิงจรวดเป็นห่าฝนถล่มเข้ามายังชุมชนในไทยอย่างต่อเนื่องรวมไปถึงพื้นที่สระแก้ว
ทำให้การใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 และเครื่องบินขับไล่และฝึก T-50TH เข้าไปโจมตี คลังเก็บลูกจรวดและจุดซ่องสุมอาวุธยุทโธปกรณ์ ช่วยลดจำนวนอาวุธที่จะนำมาใช้ยิงใส่ประชาชนไทยได้โดยตรง การโจมตีเป้าหมายทางทหารด้วยกำลังทางอากาศที่อยู่หลังแนวภูซำเปาช่วยให้ฝ่ายกัมพูชาสิ้นสภาพในการสนับสนุนกำลังพลแนวหน้า
"พร้อม ยิงงงงง! ตู้มมมมมมม!'' เสียงปืนใหญ่ทหารไทย
กองทัพไทยใช้ยุทธวิธี "ตัดแนวหลังให้ขาดจากแนวหน้า" เพื่อให้กองกำลังที่รุกล้ำอธิปไตยไทยอ่อนแรงลงโดยมีการใช้ปืนใหญ่และเครื่องบินรบโจมตีอาคารที่ถูกดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการ เช่น ตึกแก๊งสแกมเมอร์ในปอยเปตที่กัมพูชาใช้เป็น คลังอาวุธและที่ซ่อนพลซุ่มยิง
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีการใช้ F-16 และ Gripen ทำลายศูนย์โลจิสติกส์ โดยการโจมตีโกดังเก็บของและเส้นทางลำเลียงกำลังพลในพื้นที่ปอยเปตและสตรึงบัตรช่วยขัดขวางไม่ให้กองทัพกัมพูชาเติมเสบียงหรือส่งกำลังเสริมมายังสมรภูมิได้
M113 ขณะรบจริงในสงครามไทย-กัมพกัมพูชาที่ผ่านมา ณ บ้านหนองหญ้าแก้ว
ในขณะที่ปืนใหญ่ไทยสามารถทำลายรถถัง T-55 ของกัมพูชาได้บ่อยครั้งจนทหารฝ่ายนั้นต้องทิ้งรถถังหลบหนี ทหารไทยใช้การสอดแนมด้วยอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนเพื่อระบุตำแหน่งคลังอาวุธที่อยู่ห่างจากชุมชนเกิน 4 กิโลเมตร ทำให้การหย่อนไข่ของ F-16 มีความแม่นยำสูงและลดความสูญเสียของพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้อง
ตัดภาพไปที่ในฝั่งกัมพูชาต่อให้กัมพูชาปักธงชาติจีนหรือตั้งฐานในเขตชุมชนเพื่อตบตา ก็หนีไม่พ้นเทคโนโลยีการทิ้งระเบิดที่มีความแม่นยำระดับสูงของกองทัพอากาศด้วย F-16 ช่วยให้ไทยคัดกรองเป้าหมายทางทหารออกจากบ้านเรือนประชาชนได้
ในที่สุดทหารไทยก็สามารถบุกยึดบ้านหนองหญ้าแก้วกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเพลงชาติที่ดังกึกก้องของทหารไทย ทหารไทยทุกนายในพื้นที่นี้ต่างก็ภาคภูมิใจที่ได้เห็นธงไตรรงค์โบกสะบัดอย่างสวยงาม วันที่ยึดคืนบานหนองหญ้าแก้วกลับมาไม่ได้ทำให้ทหารไทยมีชัยชนะเท่านั้น แต่ยังเป็นป่าวประกาศให้รู้ว่าการได้แผ่นดินไทยกลับคืนมาเปรียบเสมือนการที่ได้พบกับคนรักอีกครั้ง
บทเรียนสำคัญจากสมรภูมินี้นั่นคือการมีอธิปไตยที่ชัดเจนคือพื้นฐานของความเด็ดขาด ในวันที่ยึดบ้านหนองหญ้าแก้วและพื้นที่อื่นๆที่ทหารไทยยึดไม่ได้พิสูจน์แล้วว่าหากเจรจาแล้วไม่ได้ดินแดนคืนในยามสงคราม การใช้กำลังทางทหารเข้าปะทะจึงเป็นทางเลือกสุดท้าย
ทหารไทยในสมรภูมิบ้านหนองหญ้าแก้ว
บทเรียนต่อมาคือการส่งกองทัพอากาศเข้าไปจัดการเพื่อตัดกำลังแทนการตั้งรับในประเทศเห็นผลจริงจากการใช้ F-16 ที่เน้นบินไปทิ้งระเบิดทำลายคลังแสง อาคารกาสิโน ค่ายทหารและฐานบัญชาการยานเกราะของกัมพูชา ทำให้การสนับสนุนกำลังพลมาเติมที่บ้านหนองหญ้าแก้วเป็นไปได้ยาก จึงทำให้กองทัพไทยได้เปรียบในการรบทางบกและอากาศ
บทเรียนที่กัมพูชาอาจนำไปใช้นั่นคือการจัดหาอาวุธที่ต้องการนำไปสอย F-16 ของไทย แต่ในขณะเดียวกันพบว่าอาวุธที่มีอย่าง QW3 หรือ RPG ไม่สามารถทำอะไรเครื่องบินรบที่บินสูงกว่า 10 กิโลเมตรได้ ทำให้เกิดความกดดันต่อรัฐบาลกัมพูชาที่ปล่อยให้น่านฟ้าถูกล่วงล้ำจนต้องหาทางจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่าง S-300
สมรภูมิบ้านหนองหญ้าแก้วไม่ใช่เกิดขึ้นแล้วหายไปตามกาลเวลา ที่นี่อาจเป็นแหล่งเรียนรู้สงครามสำหรับผู้ที่สนใจหากภาครัฐให้ความสำคัญ สมรภูมินี้ได้ทำให้ทหารไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยจำนวนมากในที่สุดผลประโยชน์จากคนใหญ่คนโต ก็ไม่สามารถทำลายอำนาจทางการทหารได้ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Sniper News
Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ
ธรรมวัฒน์ รัชต์ รัตนวิจารณ์
THE STANDARD
Airlinesweek
KH SIM
อาจารย์หนุ่ม พลตรีศนิโรจน์ ธรรมยศ
ไทยรัฐทีวี
PPTVHD36
เรียบเรียงโดย : นักรบชายแดน
สงคราม
ประเทศไทย
ทหาร
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย