เมื่อวาน เวลา 02:31 • ไลฟ์สไตล์
(ขออนุญาตท่านผู้อาวุโส)เท่าที่หนู/ดิฉันรับฟังมา..
> ความมั่นคงแห่งจิต คือ สภาวะที่จิต "ตั้งมั่นและไม่หวั่นไหว" ต่อผัสสะหรืออารมณ์ที่มากระทบ
> เครื่องบ่งชี้ความมั่นคงแห่งจิต:
1) ไม่แกว่งตามโลกธรรม: จิตเป็นกลาง ไม่ยินดีเมื่อได้รับสรรเสริญ/สุข และไม่ยินร้ายเมื่อเสียไป (นินทา/ทุกข์)
2) คืนภาวะปกติได้เร็ว: เมื่อจิตหลุดไปกับอารมณ์ สามารถใช้ "สติ" ดึงกลับมาสู่ความสงบได้ทันที (วสีภาพ)
3) มีเอกัคคตา: จิตมีจุดโฟกัสที่ชัดเจน ไม่ฟุ้งซ่านซัดส่ายไปตามความคิดปรุงแต่งที่ไร้ระเบียบ
[อธิบายเพิ่มเติม]
> ข้าพเจ้าขอวิเคราะห์สภาวะที่เรียกว่า "ความมั่นคงแห่งจิต" โดยจำแนกออกเป็นองค์ประกอบทางอภิธรรมและพระสูตร เพื่อให้เห็นโครงสร้างที่แท้จริงของสภาวะนี้ ดังนี้:
1. นิยามเชิงโครงสร้าง (Structural Definition)
ความมั่นคงแห่งจิต ในทางพุทธศาสตร์ไม่ใช่เพียงความรู้สึก "นิ่ง" หรือ "เฉย" แต่คือสภาวะที่เรียกว่า "อเนญชา" (Imperturbability) หรือ "จิตตาฐิติ" (Stability of Mind) หมายถึง สภาวะที่กุศลจิตมีความเข้มแข็งจนอกุศลธรรมหรือผัสสะภายนอกไม่สามารถทำลายระเบียบของจิตได้
---
2. องค์ประกอบที่สร้างความมั่นคง (Constituent Parts)
หากแยกแยะ (วิภัชชวาท) จิตที่มั่นคงออกมา ก็จะพบเจตสิก (Mental Factors) หลักที่ทำงานร่วมกัน ดังนี้:
* สมาธิ (เอกัคคตาเจตสิก): ทำหน้าที่เป็น "แกนกลาง" ทำให้จิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่าน (อวิกเขปะ)
* สติ (สติเจตสิก): ทำหน้าที่เป็น "สมอเรือ" คอยระลึกรู้เท่าทันผัสสะที่มากระทบ ไม่ให้จิตไหลไปตามกระแสของความยินดียินร้าย
* ปัญญา (ปัญญาเจตสิก): ทำหน้าที่เป็น "ฐานราก" ความมั่นคงที่ปราศจากปัญญาจะเป็นเพียงความแข็งทื่อ แต่ความมั่นคงที่มีปัญญาคือการเข้าใจความจริงของไตรลักษณ์ ทำให้จิตยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่หวั่นไหว
---
3. เครื่องบ่งชี้ความมั่นคงแห่งจิต (Indicators of Stability)
เราสามารถสังเกตความมั่นคงแห่งจิตได้จาก "อาการ" หรือ "คุณลักษณะ" ดังต่อไปนี้:
ก. การไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม 8
ตามหลักมงคลสูตรที่ว่า "ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ" เมื่อจิตกระทบกับโลกธรรม (ได้ลาภ-เสื่อมลาภ, ยศ-เสื่อมยศ, นินทา-สรรเสริญ, สุข-ทุกข์) แล้ว "ไม่กัมปะ" คือไม่มีอาการสั่นคลอน
* ตัวบ่งชี้: เมื่อถูกตำหนิ จิตไม่ทรุดโทรม (โทมนัส) เมื่อถูกชม จิตไม่พองโต (อุทธัจจะ)
ข. ความเป็นกลางด้วยปัญญา
คือเจตสิกที่ทำให้จิตสมดุล ไม่แวะเวียนไปในทางสุดโต่งสองสาย คือ "กามสุขัลลิกานุโยค" ทางความพึงพอใจ และ "อัตตกิลมถานุโยค" ทางความขัดเคือง-เกิดทุกข์
* ตัวบ่งชี้: ความสามารถในการรักษา "ปกติภาวะ" ของจิตได้ในสถานการณ์วิกฤต
ค. วสีภาพ
ในโครงสร้างของสมาธิ ความมั่นคงวัดกันที่ "วสี" หรือความชำนาญในการเข้า-ออก และประคองจิต
* ตัวบ่งชี้: เมื่อจิตหลุดจากสมาธิหรือสติไปแล้ว สามารถดึงกลับมาสู่สภาวะตั้งมั่นได้ "รวดเร็ว" เพียงใด
ง. การปราศจากนิวรณ์
”จิตที่มั่นคง“จะมีโครงสร้างที่สะอาดจากนิวรณ์ 5 โดยเฉพาะ
* วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย): จิตที่มั่นคงจะมีความตัดสินใจเด็ดเดี่ยว (อธิโมกข์) ในเส้นทางและหลักการ
* อุทธัจจะ-กุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ): จิตจะไม่มีอาการ "แกว่ง" ของคลื่นความคิดที่ไร้ระเบียบ
#ชีวิตสำคัญที่เป้าหมาย วิธีคิด และการกระทำ
โฆษณา