2 ก.พ. เวลา 06:52 • การเมือง

เหลี่ยมเขมรที่เนิน 745

"ขอทดแทนคุณประเทศชาติ ด้วยไออุ่น
กระสุนปืนจะยืนด้านศัตรู แม้จนตัวตาย"
เพลงมะโหนก วง CARABAO
"แม้ว่าฝ่ายกัมพูชาจะอ้างสิทธิก็ตาม ก็ต้องมองว่าเราอ้างอะไร บ้านของเรา เขตดินแดนของเรา อธิปไตยของเรา”
"กองทัพไทยพร้อมจะรักษาไว้ ซึ่งศักดิ์ศรีและอธิปไตยของชาติ รวมถึงความผาสุกของพี่น้องประชาชนไทยทุกคน"
พลเอก อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
"ในสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ของทัพภาคที่ 2 เราได้คุมพื้นที่ส่วนใหญ่ที่อยู่บนภูเขาได้ กัมพูชาลงไปอยู่ในพื้นที่ราบ แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ยังเผชิญหน้ากันอยู่ นี้คือคำตอบที่ชี้บอกได้ว่า กัมพูชากับไทยแต่ยังมีการสู้รบรอบที่ 3 เพราะในบางพื้นที่ยังไม่มีการถอนกำลังออกไป"
"หน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2 คือพยายามที่จะผลักดันให้กับกัมพูชาออกไป แต่หากไม่มีการผลักดัน ปัญหาเหยียบทุ่นระเบิดทหารไทยขาขาด ปัญหาทหารกัมพูชามาลาดตระเวนยั่วยุเพื่อที่จะยึดพื้นที่เพิ่มขึ้น ก็จะมีการเกิดขึ้นมาอีก"
พลโทกนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2
รองแม่ทัพภาคที่ 2 (คนปัจจุบัน) ขณะลงพื้นที่ช่องบก
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้กระแสข่าวชายแดนไทย-กัมพูชามีประเด็นร้อนแรง เพราะในเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวว่าทหารกัมพูชาเข้ามาเสริมกำลังและเร่งสร้างถนนที่เนิน 745 ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ไม่แน่ว่าหากเกิดศึกรอบ 3 เนิน 745 อาจอยู่ในลิสต์ที่กองทัพไทยรอวันยึดคืน
เนิน 745 ตั้งอยู่บริเวณใกล้ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็น จุดสูงข่มที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งในบริเวณนั้นเนื่องจากมีความสูงถึง 745 เมตรจากระดับน้ำทะเล หากใครยึดได้ฝ่ายนั้นจึงสามารถสถาปนาความมั่นคงให้กองทัพได้ด้วยความสูงที่สูงขนาดนี้ ปัจจุบันกัมพูชายังคงยึดครองพื้นที่นี้อยู่และใช้เป็นฐานที่มั่นสำคัญในการตรวจการณ์ความเคลื่อนไหวทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา
เนินแห่งนี้ได้กลายเป็นข่าวดังอีกครั้งเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมาเมื่อ ทหารกัมพูชาที่มีอาวุธครบมือได้เข้ามาขวางการทำงานของทหารพรานและทหารหลักของกองทัพบกไทยที่มาลาดตระเวนบนเนิน 745 โดยอ้างว่านายใหญ่สั่งมาทั้งๆที่เป็นพื้นที่อธิปไตยไทย เพื่อยื้อเวลาและแสดงสิทธิเหนือพื้นที่ แต่สุดท้ายทหารทั้ง 2 ฝ่ายก็เจรจากันเป็นที่เรียบร้อย จึงแยกกลับไปอยู่ที่ใครที่มันเพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
หนึ่งในเหลี่ยมที่ถูกตั้งข้อสังเกตมากที่สุดมากกว่าการทะเลาะกันของทหารทั้ง 2 ฝ่ายในช่วงนี้คือการ จุดไฟเผาป่าตลอดแนวชายแเดน จุดประสงค์ที่เกิดขึ้นในป่าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชารวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียงเนิน 745 ไม่ใช่การเผาเพื่อเกษตรกรรมหรือการเผาเพื่อสร้างเมืองใหม่ แต่เป็นการสร้างกลุ่มควันจากพื้นที่ป่าเพื่อบดบังการตรวจการณ์ของทหารไทย
เส้นทางถนนขึ้นเนิน 745 ปี 57 กับปี 69 แตกต่างกันมากเมื่อนำมาเทียบกัน
ทำให้การส่องกล้องจากบนภูเขา การใช้เครื่องบินขึ้นลาดตระเวนหรือการใช้โดรนตรวจหาการเสริมกำลังพลและอาวุธหนัก เช่น การสร้างบังเกอร์ การขยายหมู่บ้านเข้าใกล้ชายแดนไทย อีกทั้งการตรวจสอบการเสริมกำลังทหาร รถถังหรือปืนใหญ่ ของฝ่ายตรงข้ามทำได้ยากขึ้น
หลังการปะทะรอบแรกจบลงในวันที่ 28 เดือนกรกฎาคมพ.ศ.2568 กัมพูชาได้เร่งสร้างความแข็งแกร่งรอบเนิน 745 อย่างต่อเนื่องในช่วงที่มีการหยุดยิง หนึ่งในนั้นคือการสร้างถนนคอนกรีตประชิดชายแดน ทำให้ในขณะเดียวกันที่มีการดำเนินกิจกรรมทางทหารด้วยวิธีดังกล่าว
การข่าวของทหารไทยรายงานว่ากัมพูชาปรับปรุงถนนดินเดิมให้เป็นถนนคอนกรีตมุ่งตรงสู่เนิน 745 เพื่อใช้ในการเคลื่อนกำลังพลและอาวุธได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ถนนฝั่งไทยที่สร้างโดยกองทัพภาคที่ 2 ยังเข้าไม่ถึงจุดดังกล่าวเนื่องจากเกิดสงครามเมื่อปลายปี 68 จนแผนการสร้างถนนเพื่อบุกยึดเนินดังกล่าวต้องเก็บเข้าลิ้นชักไป
อีกทั้งยังมีการขุดคูเรต สร้างบังเกอร์คอนกรีต และเตรียมลานจอดเฮลิคอปเตอร์เนื้อที่กว่า 400 ไร่บนยอดเนิน ทำให้ชาวบ้านและอดีตทหารพรานในพื้นที่ต่างมองว่านี่ไม่ใช่แค่การปล่อยปละละเลยในช่วงหยุดยิง แต่อาจมีผลประโยชน์จากคนใหญ่คนโตเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เอื้อประโยชน์ต่อการเข้ามาของทหารฝ่ายตรงข้าม ไม่เพียงเท่านี้บริเวณเนิน 745 มีถ้ำขนาดใหญ่ที่ในอดีตช่วงสงครามเย็น ทหารเขมรแดงเคยใช้ในช่วงรบกับเวียดนาม ซึ่งทหารกัมพูชา
ทหารไทยและกัมพูชาขณะนั่งทานร่วมกัน (ก่อนการปะทะ)
ต่อมาในปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นที่พักกำลังพลและคลังเก็บอาวุธที่ยากต่อการทำลายของกำลังทางอากาศจากกองทัพอากาศไทย ต่อให้เป็นระเบิดที่มีความแม่นยำสูงจากเครื่องบิน F-16 ความรุนแรงของระเบิดก็ไม่สามารถที่จะเจาะทะลุลงไปลึกๆ เมื่อเทียบกับที่กองทัพอากาศสหรัฐฯเมื่อปีที่แล้ว โดยได้มีการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 ไปทิ้งระเบิด GBU-57 ซึ่งมีอานุภาพในการเจาะทะลวงลึกลงไปในดินสูงกว่าระเบิดของไทย
ก่อนหน้านี้พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เคยมีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่ากองทัพไทยมีแนวคิดที่จะจัดตั้งหมู่บ้านทหารตามแนวชายแดนเลียนแบบทหารกัมพูชา เพื่อเป็นกลไกในการป้องกันไม่ให้ฝ่ายกัมพูชานำชุมชนหรือชาวบ้านเข้ามาลักลอบตั้งที่พักอาศัยเพื่อรุกคืบพื้นที่อธิปไตยขิงไทยเหมือนในอดีต โดยใช้กำลังพลและครอบครัวทหารเป็นปราการด่านแรกในการเฝ้าระวังพื้นที่อย่างถาวร
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ทหารไทยเสียเปรียบคือถนน เนื่องจากหลังจบสงครามไปได้ไม่กี่สัปดาห์ ฝั่งทหารกัมพูชาได้สร้างถนนคอนกรีตขึ้นถึงเนิน 745 เรียบร้อยแล้ว ทำให้ส่งกำลังบำรุงได้รวดเร็ว ในขณะที่ผลจากการทำสงครามกับกัมพูชา ทำให้ช่วงนั้นทหารไทยยังต้องบุกเบิกป่า รวมถึงพื้นที่ตรงนี้มีทุ่นระเบิดเยอะมากและเดินเท้าเป็นเวลานานในการเร่งสร้างถนน เพื่อให้รถและอาวุธหนักสามารถเข้าถึงพื้นที่ชายแดนและขึ้นสู่จุดยุทธศาสตร์ได้ทัดเทียมกับทหารฝ่ายตรงข้าม
ทุกวันนี้ทหารพราน ทหารหลักและตชด.ในสังกัดของกองกำลังสุรนารี ได้เพิ่มความถี่ในการเดินเท้าลาดตระเวนตามแนวสันปันน้ำเพื่อแสดงตนและรักษาเขตแดน แต่ทหารกัมพูชาก็ฉวยโอกาสลักลอบเข้ามามุ่งสร้างสถานการณ์ก่อนการเลือกตั้งของไทย ทั้งๆที่กำลังพลของชาติตนเองก็มีอาวุธยุทโธปกรณ์ไม่เพียงพอที่จะส่งมาเติมยังเนิน 745
หลักฐานจากไทยรัฐทีวีที่เผยให้เห็นถึงการสร้างถนนของทหารกัมพูชาขึ้นสู่เนิน 745
อดีตทหารพรานและผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหากจำเป็นต้องใช้กำลังในการยึดคืน อาจต้องใช้ยุทธวิธีดังนี้ ใช้วิธีการรบแบบตลบหลังเพื่อตัดการส่งกำลังบำรุงผ่านทางถนนคอนกรีตที่กัมพูชาสร้างไว้ทุกช่องทาง รวมไปถึงการใช้กำลังทางอากาศร่วมกับกองกำลังภาคพื้น เนื่องจากพื้นที่เนิน 745 มีความสูงมากกว่าเนิน 350 ที่จังหวัดสุรินทร์ การเดินเท้าของทหารไทยอาจต้องใช้เวลานานดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้และฝ่ายกัมพูชาทำบังเกอร์ไว้อย่างแข็งแรง
แม้จะใช้ F-16 หย่อนจนบังเกอร์และสิ่งก่อสร้างทางทหารบนเนิน 745 พังทลายไปแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ผลเพราะต่อให้ทำลายอาคารที่มีความสำคัญทางการทหารของกัมพูชาไป ก็ยังคงมีการสร้างขึ้นมาใหม่ได้จนถึงขณะนี้ทั้งบังเกอร์และอาคารก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นหากมีสงครามเกิดขึ้นอีกอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องบิน F-16 ในการจู่โจมทางอากาศถนนเพื่อปิดช่องทางการส่งกำลังบำรุงเข้าสู่จุดยุทธศาสตร์ดังกล่าวของทหารกัมพูชา
เมื่อฝ่ายกัมพูชาสร้างบังเกอร์ไว้มั่นคงและแข็งแรงเช่นนี้บนเนิน 745 ทหารไทยในจุดอื่นๆที่ยึดคืนมาได้จากการรบรอบแรกก็เริ่มมีประสบการณ์มากขึ้นเพราะได้รับบทเรียนจากการเสริมสร้างความมั่นคง โดยกองทัพไทยมีแนวคิดที่จะปรับปรุงและใช้ประโยชน์จากการสร้างบังเกอร์เหล่านั้นไปทำต่อยังเนินที่ทหารไทยยึดได้
โดยอาศัยการช่วยเหลือจากกองทัพและเหล่าพลเรือนจิตอาสาต่อทันทีเพื่อเป็นที่มั่นของกำลังพลไทย แม้การสร้างบังเกอร์จะเกิดขึ้นในยามสงครามหรือยามปกติ ทหารและพลเรือนก็จะช่วยกันทำบังเกอร์นี้ให้เสร็จไปจนกว่าเนิน 745 จะถูกยึดกลับมาได้
ตำแหน่งเนิน 745 จาก Google Map
เมื่อการข่าวของเราทราบว่ามีการใช้เนิน 745 เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการทำศึกกับกองทัพไทย กองทัพบกอาจมีการวางกำลังจรวดหลายลำกล้องนำวิถีแบบ DTI-1G ซึ่งเป็นจรวดนำวิถีสัญชาติไทยที่มีความแม่นยำสูง ในการยิงทำลายกองบัญชาการและคลังอาวุธในแนวลึกของฝ่ายกัมพูชาที่จะส่งขึ้นมาที่เนินดังกล่าว
นอกจากนี้กองทัพบกยังใช้รถยิงปืนใหญ่เคลื่อนที่อัตโนมัติที่ทำงานร่วมกับเรดาร์ตรวจจับวิถีกระสุนเพื่อตอบโต้ปืนใหญ่ของกัมพูชาได้อย่างทันควัน อีกทั้งยังอาจมีการระดมหน่วยยานเกราะและรถถังหลัก รุกคืบเข้าสู่สมรภูมิ พร้อมใช้โดรน KB-5E ตรวจการณ์ค้างฟ้าเพื่อระบุพิกัดเป้าหมายและชี้ทางให้ทหารไทยหลีกเลี่ยงกับระเบิดขณะเข้าตีเนินดังกล่าว
แม้ไทยจะมีขีดความสามารถทางการทหารที่เหนือกว่าทั้งกองทัพและกองทัพอากาศในการปกป้องอธิปไตยในพื้นที่ที่กองทัพภาคที่ 2 รวมทั้งมีแผนยึดคืนที่ชัดเจน แต่การที่กัมพูชาครอบครองพื้นที่นี้มานานจนสามารถสร้างระบบ Infrastructure และ Bunker ที่แข็งแกร่งประกอบกับการใช้ยุทธวิธีเผาป่าอำพรางการเสริมกำลังทางทหารและขวางทางทหารไทยทำให้การทวงคืนเนิน 745 ยังคงเป็นภารกิจที่ยากลำบากและมีความเสี่ยงสูงต่อการปะทะรอบใหม่ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
GUJASABMUNG
Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ
Thairath TV
AMARIN TV
Wassana Nanuam
JD RT
ข่าวสด
THAI PRESS
เรียบเรียงโดย : นักรบชายแดน
โฆษณา