2 ก.พ. เวลา 08:59

เราเก่งทุกอย่างได้ด้วย I + O + C

เราเก่งทุกอย่างได้
ด้วยสมการสร้างความเก่ง
“I + O + C”
สามคำแห่งกฏแห่งการลงมือทำ
ฟังมาจากคนเก่ง 2 คนเค้าคุยกันค่ะ เมื่อทอย (แอดทอย) กษิดิศ สตางค์มงคลชวนน้องคะน้า ฝรั่งอั่งม้อมาไลฟ์ปุ๊บปั๊บรับเช้าวันเสาร์สบาย ๆ แบบนี้ นกเบ็นที่ตื่นเช้าพอดี เลยมีโอกาสได้ฟังอะไรดี ๆ แบบนี้แล้วเอามาแชร์ให้ทุกคนฟัง ... ด้วยความหวังว่าจะเก่งขึ้นสักนิ๊ดดดนึง ตามกฏ I-O-C 🥰
ที่จริงทอยชวนคะน้ามาคุยเรื่อง “Optimize Your English Learning and Becoming A Global Talent” ค่ะ เน้นที่ว่าชาวดาต้าจะเก่งภาษาอังกฤษกันได้ยังไงนะ แต่เบ็นว่าหลักคิดหรือ First Principle ที่คะน้านำมาแชร์ (แอบจกศัพท์ทอยมาใช้นิดนุง 555 ... เห็นด้วยกับคะน้าว่าสำหรับเรา ทอย = ศาสดาท่านหนึ่ง 555) ... First Principle ของการเก่งขึ้นแบบคะน้า สามารถนำไปใช้ได้กับการเรียนรู้ทุกอย่างในโลกนี้เลย
เบ็นถึงจั่วหัวไว้ว่า #เราเก่งขึ้นได้ทุกอย่าง ด้วยสมการนี้ค่ะ
I (input) +
O (output) +
C (consistency)
= Fluency
เรียนรู้ + ลงมือทำ
อย่างสม่ำเสมอ
ไม่เก่งก็ให้มันรู้ไป
---------------------------
แต่ก่อนที่จะไปลงลึกเรื่อง IOC อยากเล่าเรื่องที่ทอยกับคะน้าปูมาก่อนหน้านั้นด้วยค่ะ มันดีจริง ๆ ดีใจที่วันนี้ตื่นมาเจอ และตัดสินใจเลือกที่จะฟัง ... แค่นี้ก็เก่งขึ้นนิดนึงละ (สู้กะกิเลสที่อยากจะไปนั่งทอดหุ่ยหายใจทิ้ง ด้วยข้ออ้างว่าเพิ่มหายป่วยได้ ... มันก็เริ่ดละนะตัวเรา 🥰)
อ่ะมาค่ะ ตามมาฟังคมคิดที่เบ็นเก็บมาจากไลฟ์ปุ๊ปปั๊บกัน (ไลฟ์ปุ๊บปั๊บ แต่ความรู้ไม่ปุ้กปิ้กเรย แน่นมากกกก สล๊งสไลด์ ตัวหย่งตัวอย่างมาบั่บ ... เต็มคาราเบลลลลล ... ปุ๊บปั๊บกี่โมงงงง)
---------------------------
Pre-Class
เม้าท์กันก่อนสอนจริง
💬1.
เอไอเก่งแล้ว เรายังต้องพูดเองได้อีกไหม?
มีคำถามนี้และความคิดนี้เยอะมาก ๆ เนอะ เราพูดให้เครื่อง (เอไอ) แปลให้ได้แล้ว เรายังต้องฝึกภาษาอีกไหม ... หนักกหว่านั้นคำถามอาจจะเป็น “อีกเหรอ” ด้วยซ้ำนะคะ
คะน้าให้ความเห็นดีงามมาก ๆ ค่ะ คะน้าบอกว่าก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายชีวิตของคน ๆ นั้น ถ้าทักษะอื่นสำคัญกว่า อยากใช้เวลากับการพัฒนาทักษะอื่น ๆ มากกว่าก็ไม่เป็นไร เอไอก็ช่วยได้นะ แล้วน้องก็เก่งขึ้นทุกวันด้วย แต่ทีนี้น้องจะสื่อสารได้ตรงเป๊ะกับที่เราอยากพูดเองหรือเปล่าก็เป็นเรื่องที่เราต้องฝึกน้องของเราอยู่ดี
ทอยเสริมว่า ... เท่ากับเราต้องเล่าให้เอไอเข้าใจทั้ง content + context ของเรา เพื่อให้น้องเอาไปเล่าต่อได้แบบ ... ตรงที่สุด ... เท่าที่จะทำได้
แอบเห็นควายากและความ lost in tranlation ที่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้อยู่ดีขึ้นมาเลย
คะน้าบอกว่าใด ๆ เราต้องไม่ลืมว่าเราเก่งแค่ไหน ถ้าสื่อสารไม่ได้เองมันก็อาจจะชนกำแพงเข้าในสักวันนึง ก็คือเราจะไปได้แค่ถึงจุดนึง ไปไกลกว่านั้นไม่ได้แล้ว (เพราะติดกำแพงภาษา หรือเรียกให้ใหญ่อีกนิดนึงว่า “กำแพงการสื่อสาร”) ถ้าเราโอเคกับจุดนั้น มีความสุขกับจุดนั้นมันก็ไม่เป็นไรนะคะ
แต่ถ้าเราจะไปให้ไกลกว่าเดิม ภาษาสำคัญค่ะ นึกภาพว่าเราต้อง present ให้คนที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยฟัง หน้าห้อง บนเวที ในการขายงาน กลางสนามกอล์ฟ เราคงใช้ google หรือเอไอมาช่วย tranlate ให้ได้ยาก ... มันก็จะไม่ครือนะ
จะให้เขาซื้อเรา เราต้องพูดจาภาษาเค้าให้ได้ก่อน ถึงจะมีคุณล่ามจูโฮจิน (ซีรีย์ Can this love be translated?) เราพูดเองย่อมได้หัวใจคนฟังมากกว่า ... ว่าไหม 🥰
💬2.
ทอยพูดประโยคนึงขึ้นมาแล้วโดนใจเบ็นมาก ๆ ค่ะ
“คนที่มีคลังศัพท์ในหัว 50,000 คำ
ย่อมได้เปรียบคนที่มี 1,000 คำ”
โคตรเห็นภาพ นี่เป็นสาเหตุที่ทอย input เรื่องราวใหม่ ๆ เข้าหัวตลอดเวลา ... สู้เว้ยยยยย อ่ะ เราคงสู้ทอยไม่ได้ เพราะทอยอ่านหนังสือโหดมาก ไหนจะดู Youtube ฟังพอดแคสต์ ไม่พอทอยยังคุยกับผู้คนใน circle of intellectual influences ของฮีทุกวี่ทุกวันวัน แต่ ... แต่ ๆ นะทุกคนเราสู้ตัวเราคนเมืองวานนี้ได้นะ
แค่อ่านเพิ่มวันละหน้า
เราก็เก่งกว่าเราคนเมื่อวานละ
แค่ทำเพิ่มวันละ 15 นาที
กล้ามเนื้อทักษะเรา
ก็แข็งแรงกว่าเมื่อวานแล้วเช่นกัน
💬3.
Accuracy VS Fluency
คะน้าพูดถึงการเรียนภาษาของเราชาวคนไทยค่ะ เวลาเรียนภาษาที่ 2 เรา (ที่แปลว่าโรงเรียน) มักเน้น accuracy มากกว่า fluency คือแกรมม่าต้องเป๊ะ การเรียงประโยค การผัน verb การใช้คำนาม คำกิริยา คำคุณศัพท์ใด ๆ ... นั่นทำให้เราเรียนเก่งแต่พูดไม่ได้ค่ะทุกคน
ที่จริงแล้วภาษามันควรจะ learn like a baby ค่ะ แบบเดียวกับที่เราทุกคนเรียนภาษาไทย เราไม่ได้เรียนไวยกรณ์ก่อน เราแค่พูดออกไป ขอแค่สื่อสารสิ่งที่ต้องการให้มันได้ก่อน คิโนะ (ลูกชายทอยอายุขวบหน่อย ๆ) ก็กำลังเรียนภาษาด้วยวิถีธรรมชาติแบบนี้แหละค่ะ .. นมนม ... โอเครู้เรื่อง เราไม่คาดหวังให้คิโนะพูดถูกหลักไวยกรณ์ ประธาน กิริยา กรรม ประโยคเชิงซ้อนใส่เราเนาะ
พ่อแอดทอยครับ เนื่องด้วยคิโนะกินนมไปเมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว ตอนนี้กะเพาะของคิโนะย่อยนมไปเป็นพลังงานหมดแล้ว คิโนะกลับมาอยู่ใน Hunger Mode ขอความกรุณาขอนมให้คิโนะหน่อยครับ ... (เกินปุยยยยย ชั้นรู้ววว 555 แต่เพื่ออรรถรสและเพื่อให้เห็นภาพ มันต้องเบอร์นี้ จะว่าไปลูกแอดทอยมันต้องสื่อสารประมาณนี้เนาะ 😁)
อุ๊ย ... กลับมาเข้าเรื่องกันค่ะ ออกทะเลบ่อยยยย
ดังนั้นในการเรียนภาษา
อย่าไป “เริ่มเป๊ะ” ค่ะ
จง “เริ่มพูด” ก่อนเลยอย่างแรก
อ่ะ เฮ้ ... ปฏิบัติ
#ทักษะอื่นๆก็เช่นกัน
Fluency First.
Accuracy will come.
💬4.
Smart Goal
เราจะไปไหนได้ไม่ไกลเลยค่ะ ถ้าเราไม่มี goal >> ตั้งเป้าหมายให้ชัด แล้วเราจะมีแรง drive ที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ
อยากเก่งภาษาอังกฤษ ... ถ้าตั้งเป้าหมายแบบนี้ ท้างชีวิตนี้ เราก็อาจจะไม่เก่งไปกว่า “วันที่เราเรียนจบประถม” มาเลยก็ได้ค่ะ เพราะมันกว๊างงงงกว้าง กว้างมาก มันไม่เห็นภาพว่าสำเร็จคือยังไง สำเร็จแล้วจะยังไง พอไม่เห็นเป้า เราก็ไม่เห็นทาง เราก็เลยจะไม่สามารถทำออกมาเป็น action plan ได้
วิธีการหาเป้าหมายชัด ๆ คือ ...
ให้เราถาม 3 คำถามนี้กับตัวเองค่ะ
1. เราจะเก่งไปทำไม จะเอาไปใช้ที่ไหน (Where do you want to use your English?)
2. เราจะใช้ทักษะนั้นกับใคร (with whom?)
3. เราอยากพูดเรื่องอะไรเป็นภาษษอังกฤษแบบมั่นใจ (หรือทำทักษะอะไรแบบมั่นใจ) (What would you like to talk in English confidently?)
แล้วเอาคำตอบทั้ง 3 ข้อนั้น เขียนออกมาให้เป็นประโยค 1 ประโยค แปะหน้าผากไว้ เอ้ย ไม่ใช่สิ 555 ... แปะหน้าผากก็จะเกินไปเนาะ อ่ะ แปะฝาบ้าน แปะประตู แปะตรงไหนก็ได้ค่ะ ให้มันเตือนตาเตือนใจเรา >> ให้ทำ
ทอยยกตัวอย่างตัวเองว่าอยากเก่งภาษาอังกฤษเพื่อเรียน ป.โท มหาวิทยาลัยต่างประเทศ ภาพฝันคืออยากให้ที่บ้านและคิโนะไปงานรับปริญญาทอยที่เมืองนอก คิโนะและที่บ้านจะได้ไปอยู่ในชั่วโมงความสุข ท่ามกลางบรรยากาศดี ๆ อากาศเย็น ๆ ไม่มี PM 2.5 🥰 ... ชัดเป๊ะไปยันภาพปลายทางอ่ะทุกคน
คะน้ายกตัวอย่างว่า
- บางคนอยากดู Series เรื่อง ..... โดยไม่ต้องอ่าน Sub
- บางคนอยากมีแฟนเป็นฝรั่ง (อ่ะ motivation เริ่ศ)
- บางคนอยากสอบสัมภาษณ์บริษัท IT ระดับนานาชาติให้ได้ภายใน 3 เดือนนี้
3 คนนี้ต้องฝึกไม่เหมือนกัน เส้นทางไม่เหมือนกัน เวลาที่ใช้ก็ไม่เหมิแนกันเลยเนอะ แต่ทุกคนจะไปถึงเป้าหมายได้เหมือนกัน เพราะมัน ... ชัด
 
สรุปคีอ “เราต้องชัด” ค่ะ เป้าหมายเราต้องชัด ยิ่งเห็นเป็นภาพ ได้กลิ่น ได้ยินเสียง (แบบของทอย) เลยยิ่งดี จำไว้ว่า “กว้างไปไม่ drive” นะ
💬5.
ABF
ทอยถามคะน้าว่ามีเป้าหมายชัดแล้ว จะใช้เวลาเท่าไหร่ในการ “เก่ง”
คะน้าตอบดี (อีกแล้ว ชอบจัง) คำตอบดี ๆ นั้นมีอยู่ว่า แต่ละคนใช่เวลาไม่เท่ากัน มันขึ้นอยู่กับ 3 สิ่งนี้ค่ะ A – B – F
🟠 A จุดเริ่มต้น เราอยู่ตรงไหน
🔵 B เป้าหมายของเรา มันอยู่ไกลจากจุดเริ่มต้นแค่ไหนกันนะ
🍅 F ความถี่ (Frequency) เรามีวินัยแค่ไหน ทำซ้ำ ทำบ่อยมากแค่ไหน คะน้าบอกว่า Frequency สำคัญกว่า Duration นะคะ หมายถึงว่าทำสั้น ๆ บ่อย ๆ เป็นประจำจะทำให้เราเก่งขึ้นได้ดีกว่าทำรวดเดียวยาว ๆ หนึ่งครั้งถ้วนค่ะ (แหม่ ... นึกถึงตอนสอบขึ้นมาเรย 555 อัจฉริยะข้ามคืนไม่ได้ผลในระยะยาวน้า ... ได้เกรด แต่ไม่ได้เก่งง่ะทุกคน)
คะน้าบอกว่าเราควรทำเล็ก ๆ ให้สำเร็จบ่อย ๆ เพราะความสำเร็จหรือผลลัพธ์ที่ได้มันคือกำลังใจค่ะ ท่องศัพท์ได้วันละ 5 คำ >> 21 วันก็รวมกันเป็นร้อยได้นะคะ แต่ถ้าท่อง 1 วัน 10 คำ ... สมองอาจบอกว่า “ท้อ... มีไว้ให้ตรูถือนี่แหละ” ลิงหลบไป 55
💬6.
“ความเก่งคือกฏแห่งการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง” - คะน้า ฝรั่งอั่งม้อ
“Discipline is Freedom” – แอดทอย Datarockie
💬7.
“You do not rise to the level of your goals.
You fall to the level of your systems.
Your goal is your desired outcome.
Your system is the collection of daily habits
that will get you there.”
— Atomic Habits, James Clear
ฝันไม่ทำก็ไม่ไปไหนนะคะ
ดีที่เรามีฝัน
แต่เราต้องมีระบบระเบียบ
มีวินัยในการลงมือทำให้มากพอด้วย
เราจึงจะไปถึงฝันหรือเป้าหมายนั้น
ฝันของเราจึงจะเป็นจริง
เป้าหมายที่ไม่มีวินัย
คือความฝันเท่านั้นเอง
------------------------------
Fluency Equation
สมการความเก่ง...ทุกอย่าง
------------------------------
คะน้าแชร์ว่าเราจะเก่งได้ต้องมี 3 อย่างนี้บวกกันค่ะ
I + O + C
Input + Output + Consistency = Fluency
▶️input
1. เราจะเก่งอะไร เราต้องมีสิ่งนั้นในหัวมากพอเนอะทุกคน ดังนั้นจงเติมสมองเราด้วยสิ่งที่เราอยากเก่ง keep inputting yourself
ทอยเพิ่มเติมว่าอยากเก่งด้านไหน เราต้อง isolate มันออกมาฝึกค่ะ อย่างเช่นทักษะภาษาอังกฤษมี 4 ด้านฟัง พูด อ่าน เขียน ทอยรู้สึกว่าทักษะการพูดยังไม่ค่อย Fluency อยากฝึกเพิ่ม ก็เน้นลงเรียนการพูด หรือไปหาที่ ๆ ตัวเองจะได้ฝึกพูด (ลงเรียน ป.โทเมืองนอกกันไปเลยจ้า)
อยากเก่งพูด เราต้องพูดอ่ะนะทุกคน ฟัง อ่าน เขียน ไม่ช่วยให้เราพูดเก่งขึ้นนะ (มีส่วนช่วย เพราะฟัง อ่านเขียนเยอะก็ทำให้มีศัพท์ มีภาษาผ่านตัวเราไปสะสมในสมองได้บ้างเนาะ แต่ทักษะอื่นจะไม่เป็นแกนสำคัญในการทำให้อีกทักษะเก่งขึ้นแบบมีนัยสำคัญค่ะ)
2. How? เราจะเติม input ด้วยวิธีไหนดีนะ
คำตอบคือวิธีไหนก็ได้ที่เราชอบและอยากเก่งค่ะ ถามว่าทำไม >> ก็เพราะ ถ้าเราชอบเวย์นั้น ถึงเราเข้าใจไม่ได้ 100% ถึงมันจะยาก เราก็จะยังคงอยากอยู่กับมัน และเอาชนะมัน เพื่อให้ตัวเราเก่ง 100% กับมันให้ได้ค่ะ
3. Input ที่ดีต้อง Interesting to You, Relevant to Your and Challenging at the right level
💖 Interesting to You เราสนใจ
💖 Relevant to Your เราเกี่ยวข้อง เป็นเป้าหมายของเรา เราใช้งานอยู่
💖 Challenging at the right level ไม่ง่ายเกินไป และไม่ยากเกินไปจนเราท้อ
ถ้าเราทำอะไรแล้วเข้าใจทุกสิ่งในครั้งแรกเลย นั่นแปลว่ามันง่ายเกินไปนะคะ เราจะไม่ได้อะไรจาก input นั้น
ในทางกลับกัน ถ้าเราเข้าใจน้อยยยยย...มาก จนไปต่อไปได้เลย อันนั้นก็ยากเกินไปค่ะ ลดระดับความ challenge ล๊งเห้อออ
◀️output
1. เราหลายคนคงเป็นเหมือน ๆ กันคือเรียนแล้วจำไม่ได้ เรียบจบปั๊บความรู้หายแซ๊บหายสอยไปเลย ทอยบอกว่าทอยเป็นบ่อยเลยเวลาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษแล้วติดคำศัพท์ แปลไม่ออกก็เปิด dic หาความหมาย หาเสร็จเข้าใจบริบทนั้นแล้วก็ผ่านไป ปัญหาคือทอยจำคำเหล่านั้นไม่ได้ค่ะ เจออีกทีก็จะตงิด ๆ ว่าเคยเจอแล้ว แต่จำไม่ได้ ก็ต้องปิดใหม่อีกที ... เสียเวลาไปอีก
ถามว่าทำไม?
เพราะ ... เราไม่ได้ “ใช้” มันค่ะ เราไม่ได้ output เมื่อไม่ได้ใช้มันเลยไม่ติดหัว ไม่ติดปาก
2. อัตราส่วนที่ดีที่สุดของ Input : Output คือ 3:7 … OMG คุณพระ นี่ชั้นด๋อยทั้ง 2 ฝั่งกันไปเรย เติมก็ไม่ได้เติม แถมช่วงนี้โน้ตก็ไม่ค่อยจะมีอีกต่ะหาก ... เอาวะ วันนี้น่าจะทำให้ ratio ดีขึ้นได้บ้าง 555
“จง double output
เพราะ output เท่านั้น
ที่จะ turn ข้อมูล (info)
เป็นความรู้ (knowledge) ได้”
📌 Tips ในการ output
[Tip 1]
จับคู่ input กับ output
อินเมื่อไหร่ให้เอ้าท์ทันที
เช่น ฟังพระเอกซีรีย์พูดประโยคโดนใจปั๊บ ... pause ... แล้วพูดตามปุ๊บ จงอย่ารอสถานการณ์ จะฝึกทักษะพูดอังกฤษ ขืนรอให้ได้ไปต่างประเทศก่อนค่อยพูด ลิ้นเฉาตายกันพอดี เราไม่มีทางได้ ratio 3:7 แน่นอน
หรืออีกตัวอย่างก็คือฟังแล้ว Quote หรือ Note เป็นภาษาของตัวเองค่ะ จะแชร์ให้คนอื่นอ่านหรือไม่ก็ได้หมดเลย
[Tip 2]
Focus on Process
And the result
อันนี้ก็คือ concept เดียวกันกับ Fluency over accurary ค่ะ อย่าเพิ่งเอาเป๊ะ อยากเป๊ะมันจะท้อง่าย แรก ๆ ไม่มีใครเป๊ะหรอก พูดไปเหอะ ทำไปเหอะ แล้วมันจะค่อย ๆ เข้าปาก เข้ามือ ทักษาก็จะมาเองในที่สุด
ถ้าเอา accuracy นำ
Fluency จะไม่มีที่เกิดเลย
*️⃣consistency ทำ - ทุก -วัน
ภาษา = ทักษะ ความเจ๋งเทพมาจาก repetition ค่ะ ทำน้อยแต่ซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ จึงจะได้ผล จังหวะนี้ Pomodoro ต้องมาค่ะ อย่าลืมเวลาพัก เพราะเวลาพักคือเวลาที่สมองจะได้ทบทวนและประมวลผล อย่าอัด input นานเกินไป
**🍅 เทคนิค podomoro คือการบริหารเวลาเพื่อเพิ่มสมาธิและความจำค่ะ โดยจะให้เราทำงานแบบโฟกัส 20 นาทีสละกับการพักสั้น ๆ 5 นาทีวนไป พอครอบ 4 รอบก็ให้พักยาว 15-30 นาทีแบบนี้ค่ะ ว่ากันว่าจะทำให้การทำงาน / การเรียนรู้มีประสิทธิภาพดีขึ้นค่ะ
ถามว่าต้องทำทุกวันไปนานเท่าไหร่ ... ก็ถ้าอยากให้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ ก็ >> ชั่วชีวิตอ่ะค่ะ แห่ะ ... ข่าวดีคือเราไม่ต้องรอสิ้นชีวิตแล้วค่อยเห็นความเก่งนะคะ เคยได้ยินกฎ 21 วันใช่ไหมคะ นั่นแหละ ๆ ครูคะน้ารับประกันว่าถ้าเราฝึกอย่างมีวินัยอย่างต่อเนื่อง 21 วัน เราจะเห็นความเจ๋งขึ้นของตัวเราเองแน่นอนค่ะ
อ่ะ 21-day-challenge ... เริ่ม!!! 🥰
------------------------------
AI Tool ช่วยเรียนรู้
และช่วยเพิ่มความเก่ง
คะน้าแนะนำ
- Listening Tools >> Otter.ai เราชอบมีปัญหาว่าฟังไม่ทันช่ะป่ะล่ะทุกคน น้องนากช่วยถอดเสียงเป็นข้อความได่นะ เอาฟังก์ชั่น Speech-to-Text ของน้องช่วยแปลงเสียงจากการสนทนา การประชุม การบรรยาย และไฟล์เสียงต่าง ๆ ให้กลายเป็นข้อความที่อ่านได้ง่ายได้นะ (ระวัง PDPA กันด้วยนะทุกคน)
- Speaking Tools >> naturalreaders.com น้องคนนี้ช่วยอ่านข้อความที่เราพิมพ์เป็นสำเนียงต่าง ๆ ได้ ทำให้เราเรียนรู้วิธีออกเสียง การหยุด tonation รวมทั้งสำเนียงขอประเทศต่าง ๆ ใด ๆ อะไรแบบนี้ค่ะ (ดีมากอยู่นะทุกคน ชอบ ๆ)
ทั้งทอยและคะน้าแนะนำให้ลองใช้ Gemini หรือ GPT ช่วงวางแผนพัฒนาภาษาอังกฤษให้เราด้วยค่ะ ลอง prompt เป้าหมายของเราลงไป แล้วให้น้องออกแบบ daily practice ให้เราได้นะคะ
---------------------------
เจ๋งดีเนอะ เป็น 2 ชั่วโมงที่คุ้มค่ามาก ๆ เลย ขอบคุณทั้งแอดทอย Kasidis Satangmongkol แห่ง DataRockie และน้องคะน้าแห่ง ฝรั่งอั่งม้อ Farang Angmor นะคะ จะพยายามทำ IOC ของตัวเองให้ดีขึ้น ให้สมกับที่ได้แอบเป็นลูกศิษย์ปุ๊บปั๊บไลฟ์ของทั้งคู่ค่ะ
 
สำหรับเพื่อน ๆ เบ็นก็ขอให้ทุกคนหา IOC ของตัวเองเจอ และก้าวไปเป็น “คนของโลก” ในแบบที่ตัวเองชอบ ในเพซที่ตัวเองถนัดและมีความสุขด้วยกันนะคะ
🥰💖💖🥰
#BennOte #bp_ben
#KnowledgeSharing
#DataRockie #FarangAngmor
#EnglishIsFun #ฝรั่งอั่งม้อ
#benji_is_learning
#inspirationalquotes
#perspectiveshift
โฆษณา