2 ก.พ. เวลา 10:23 • หุ้น & เศรษฐกิจ

รายงานภาวะตลาดประจำสัปดาห์ 26 – 30 ม.ค. 2569

ภาพรวม
  • การเสนอชื่อประธาน Fed คนใหม่ หนุนดอลลาร์แข็งค่า และกดดันราคาทองคำ
  • Fed คงดอกเบี้ยตามคาด พร้อมส่งสัญญาณรอดูข้อมูลเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดมองโอกาสลดดอกเบี้ยในครึ่งหลังของปี
  • ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน และพายุฤดูหนาวในสหรัฐฯ ที่รุนแรงขึ้น
  • ผลประกอบการไตรมาส 4/2025 ของบริษัทใน S&P 500 ดีกว่าคาด
  • กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนฟื้นตัวครั้งแรกในรอบหลายปี หนุนมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงในระยะยาว
สถานการณ์ตลาด
  • การเสนอชื่อประธาน Fed คนใหม่ ช่วยลดความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของ Fed
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการ Fed ให้เป็นประธาน Fed คนใหม่ แทน เจอโรม พาวเวลล์ ที่จะหมดวาระในเดือน พ.ค. นี้
- ตลาดมองว่าวอร์ชเป็นตัวเลือกที่ช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดการเงินมากกว่าแคนดิเดตคนอื่น เพราะไม่ใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินแบบสุดโต่ง และให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงินของ Fed มากกว่าการอัดฉีดเงินผ่าน QE
  • ราคาทองคำและเงินปรับตัวลงแรง หลังตลาดคลายความกังวลต่อความเป็นอิสระของ Fed จากการประกาศประธาน Fed คนใหม่ของทรัมป์ ขณะเดียวกันยังถูกกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า รวมถึงแรงขายทำกำไร และการบังคับขายจากนักลงทุนที่ใช้เงินกู้ (Margin Call)
  • ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจใช้มาตรการทางทหาร หากอิหร่านไม่กลับมาเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ ซึ่งหากสถานการณ์ลุกลามอาจกระทบการผลิตและการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ขณะเดียวกันพายุฤดูหนาวในสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการผลิต และสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาด
  • สหรัฐฯ เกิดสถานการณ์ Government Shutdown หลังสภาคองเกรสไม่สามารถอนุมัติงบประมาณได้ทันกำหนด ส่งผลให้หน่วยงานรัฐบางส่วนต้องปิดทำการ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากวุฒิสภาได้โหวตผ่านร่างงบประมาณดังกล่าวแล้ว แต่รอการเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรซึ่งจะพิจารณาอีกครั้งในการประชุมวันนี้ (2 ก.พ.)
  • Fed มีมติ 10 ต่อ 2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.5–3.75% ตามคาด โดย Fed ประเมินว่าเศรษฐกิจโดยรวมแข็งแกร่งขึ้น ตลาดแรงงานมีเสถียรภาพมากขึ้น และเงินเฟ้อยังคงอยู่ในกรอบควบคุมได้ ขณะที่ราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นบางส่วนเป็นผลจากมาตรการภาษีนำเข้า ซึ่งเป็นแรงกดดันชั่วคราวไม่ใช่เงินเฟ้อระยะยาว สำหรับทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไปยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยตลาดคาดว่า Fed อาจเริ่มลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี และลดได้ราว 2 ครั้งในปีนี้
  • งบไตรมาส 4/2025 ของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P 500
- ผลประกอบการโดยรวมออกมาดีกว่าคาด และหลายบริษัทให้แนวโน้มกำไรสูงกว่าที่ตลาดประเมิน โดย หุ้น Big Tech ส่วนใหญ่ประกาศรายได้ และกำไรดีกว่าคาด
- Microsoft: ราคาหุ้นปรับลง เพราะใช้เงินลงทุน (CAPEX) สูง และธุรกิจ Cloud โตช้ากว่าคาด ทำให้ตลาดกังวลเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน
- Meta: ราคาหุ้นปรับขึ้น จากรายได้โฆษณาที่แข็งแกร่ง โดยใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และยิงโฆษณาได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
- ภาพรวมตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับ การนำ AI ไปสร้างรายได้จริง ขณะนี้ตลาดคาดว่ากำไรไตรมาส 4/2025 ของบริษัทจดทะเบียนใน S&P 500 จะเติบโต 11% สูงกว่าที่เคยคาดไว้ที่ 7% หากงบยังออกมาดีต่อเนื่องจะช่วยหนุนบรรยากาศตลาดโดยรวม
  • กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนปี 2025 เพิ่มขึ้น 0.6% YoY ถือเป็นการฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่ม Smart Equipment อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง สะท้อนความต้องการด้าน AI และเทคโนโลยีไฮเทคที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น เสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ ยังฟื้นตัวช้า
การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลจากนโยบาย Anti-Involution ซึ่งมุ่งลดการแข่งขันตัดราคาที่รุนแรงและกำลังการผลิตส่วนเกิน โดยตลาดคาดว่ากำไรภาคอุตสาหกรรมจีนจะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง และกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจีนในระยะยาว
  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้จัดให้ไทยอยู่ใน Monitoring List (รายชื่อประเทศที่ถูกจับตาเรื่องค่าเงิน) ร่วมกับอีก 9 ประเทศ เนื่องจากไทยเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ข้อ ได้แก่ การเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงกว่าเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ธปท. ยืนยันว่าไทยไม่ได้บิดเบือนค่าเงิน และการอยู่ใน Monitoring List ไม่กระทบต่อเสถียรภาพค่าเงินบาทหรือแนวทางการดูแลค่าเงิน โดยในอดีตไทยเคยอยู่ในรายชื่อนี้ช่วงปี 2020–2021 หลายครั้ง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจหรือค่าเงิน
คำเตือน
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา