Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องนี้เคยดูแล้ว
•
ติดตาม
2 ก.พ. เวลา 18:00 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
"Baka's Identity" 2025
ชายหนุ่มที่สิ้นหวังในสังคมทุนนิยม
จมดิ่งลึกสู่วังวนโลกใต้ดิน
ที่เปลี่ยนชะตาชีวิตไปตลอดกาล
Baka's Identity 2025
ภาพยนตร์ดรามาอาชญากรรมระทึกขวัญจากแดนปลาดิบ ผลงานของผู้กำกับสาว Koto Nagata ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้น Orokamono no Mibun ก่อนจะพัฒนาบทเป็นนวนิยายเรื่องยาว และได้โลดแล่นสู่จอเงินในที่สุด
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นว่าก่อนดูหนังเรื่องนี้แทบไม่รู้ข้อมูลอะไรเลยสักนิด แม้แต่ Trailer เองก็ไม่ได้ดู รู้แค่ว่าเฮียโกเล่น ยังไงก็น่าจะการันตีก็เลยเซฟเก็บไว้ จนวันหยุดมีเวลาได้นั่งดู บอกเลยว่าครึ่งแรกของหนังทำเอาซะง่วงจนเกือบหลับ! แต่พอครึ่งหลังหนังกลับอิมแพ็คเสียจนเข้าสู่โหมดหลังตรง! พาลุ้นไปกับตัวละครสุดๆ
คือเอาจริงๆปีก่อนรู้สึก Burn Out กับการเขียนรีวิวหนังไปสักพักใหญ่ๆแล้ว อาจจะด้วยการมาของ AI , งานที่ยุ่งจนแทบไม่มีเวลา หรือแม้แต่หนังที่ดูเยอะซะจนเขียนไม่ทัน (อ้างไปนั่น ความจริงขี้เกียจ) ทีนี้พอความรู้สึกมันหายไป ก็เลยดองมันไว้อย่างนั้น รู้ตัวอีกทีก็เยอะจนเขียนไม่ไหวแล้ว...
แต่กับ Baka's Identity หรือชื่อไทยที่ทาง Netflix แปลว่า "กับดักคนโง่" ซึ่งชื่อ Eng บางสื่อใช้คำว่า Underworld Trap หรือ "กับดักโลกใต้ดิน" โดยส่วนตัวชอบชื่อหลังมากกว่าแฮะ.. ซึ่งที่ต่างออกไปก็คือมันคือหนังในรอบปี! ไม่สิสองปีเลยก็ว่าได้ ที่ทำให้รู้สึกอยากกลับมาเขียนรีวิวที่ไม่ใช่เพราะหน้าที่ ทั้งที่ช่วง 2 ปีนี้คือสมัครเมมเบอร์ Netflix แล้วดูหนังเยอะมากกก! ซีรีส์เยอะสุดดดด! ในโรงก็มีบ้างปละปลาย แต่แทบไม่มีเรื่องไหนเลยที่จุดไฟในการเขียนให้กลับได้ จนได้มาเจอเรื่องนี้นี่แหละผู้ชม!
เรื่องราวของ มาโมรุ (Yuta Hayashi) และ ทาคุยะ (Takumi Kitamura) เด็กหนุ่มสองคนที่เติบโตมาอย่างยากลำบาก ท่ามกลางสังคมทุนนิยมที่ฟ่อนเฟะไปหมด พวกเขาจึงเลือกทางเดินสีเทาด้วยการหาเงินด้วยวิธีผิดกฎหมาย อย่างการขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยการปลอมเป็นเด็กสาวบนโลกออนไลน์ รอเหยื่อมาติดกับ แล้วก็ทำการซื้อขายข้อมูล ทว่าเมื่อเส้นทางในวงการนี้เริ่มพาทั้งสองถลำลึกลงไปเรื่อยๆ กว่าที่จะรู้สึกตัวและคิดได้ว่าควรถอนตัวก็สายเกินไปแล้ว..
อ้าว! เรื่องย่อก็หนังแนวโลกมืดต้มตุ๋นทั่วไปนี่นา ดูแล้วไม่น่าจะเดาทางยาก จะไปสนุกอะไร๊? แล้วเฮีย Go Ayano หายไปไหนล่ะนั่น? นี่แหละคือความคิดที่แล่นวนอยู่ในหัวตอนหนังดำเนินไปได้สักพัก แต่พอผ่านครึ่งแรกไป บอกได้คำเดียวว่ารู้เรื่อง!
ก่อนอื่นต้องขอชมผู้กำกับว่าการเล่าเรื่องแบบสลับไทม์ไลน์ไปมาที่อาจจะชวนงงในตอนแรก มันส่งผลให้ภาพรวมของหนังตอนจบทรงพลังแบบสุดๆ เมื่อทุกอย่างคลี่คลายจนเราได้รู้มุมมองของตัวละครแต่ละตัว มันยิ่งทำให้อดซูฮกไม่ได้ไปใหญ่ พูดง่ายๆชั่วโมงแรกก็คือเนิบมาก Slow Burn จนเกรียม การแช่ซีนแต่ละฉากเล่นเอาซะหาว แต่พอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องได้ บอกเลยว่าชวนขนลุกสุดๆ เรียกได้ว่าลุ้นจนตัวโก่ง!
ก่อนดูเห็นคำเตือนบอกว่าหนังมีความรุนแรง ใช่! ที่จำได้มีอยู่ไม่กี่ฉาก แต่ทำโคตรถึง คือรู้สึกกลัวมากๆ เหมือนเราเข้าไปอยู่ในฉากนั้นจริงๆ แม้หนังไม่ได้ถ่ายฉากที่ว่านี้ตรงๆ แต่การตัดต่อที่ทำให้ชวนคิดเนี่ยแหละที่โคตรจะกดดัน กัดฟันคิดตลอดเวลาว่าถ้าเป็นเราจะทำไงดีวะ?
และเฮีย Go Ayano นี่แหละ ในบท เคนจิ คาจิทานิ รุ่นพี่สายดาร์คที่พาพวกทาคุยะเข้าสู่โลกมืด ซึ่งเฮียเล่นโคตรเรียล! แม้กว่าจะได้ออกล่อไปซะช่วงท้ายของหนังแต่การมาของตัวละคร 'คาจิทานิ' คือทรงพลังสุดๆ ทำให้ทุกอย่างมันดูจริงไปหมดจนจากที่ง่วงๆทำให้อินกับหนังไปได้จนจบ และคิดดูหนัง 2 ชั่วโมงกว่า แต่พอเข้าสู่ไคลแม็กซ์ กลับดูเพลินซะจนลืมเวลาไปเลย รู้ตัวอีกที End Credit ขึ้นแล้ว แถม Soundtrack เพลงจบคือดีมาก เพลง 'Jinsei Sanka' ที่ฟีลอนิเมะ แต่พอวางได้ถูกจังหวะกับเข้ากับหนังสุดๆ!
ถ้าจะให้พูดถึงฉากจบแบบไม่สปอย (คันปากจริงโว๊ย) คงพูดได้ว่า ไม่ได้สุขสุด แต่ก็ไม่ได้เศร้า.. อารมณ์หวานปนขม (แต่ขม 80 งี้?) คือจะพูดยังไงดี ตัวหนังเล่าออกมาได้ดาร์กมาก แต่ยังดีที่ไม่ได้จบแบบหดหู่ขนาดนั้น ยังพอเห็นแสงแห่งความหวังอยู่
แต่จริงๆตอนดูค่อนข้างแฮปปี้นะที่จบแบบนี้ แต่พอไปเห็นกระทู้ใน Reddit และทุกคนตีความฉากจบไปทางเดียวกันนี่สิ! คือเข่าทรุดเลย เอางี้จริงดิ? ถ้าจริงคือพวกตัวเอกก็น่าสงสารสุดๆเลยนา แต่หนังไม่ได้บอกตรงๆแต่เลือกจบแบบปลายเปิด แต่มันก็ชี้มาทางนั้นค่อนข้างชัดล่ะนะ แต่จะเลือกมองแบบมีความหวังก็ย่อมได้ นี่เลยรู้สึกว่าเป็นสเน่ห์อีกจุดของหนังเรื่องนี้เเลยที่รักมากๆ
ส่วนเรื่องการแสดงไม่ต้องพูดถึง Baka's Identity คว้ารางวัล Best Actor สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลภายนตร์นานาชาติปูซาน ร่วมกันไปถึง 3 คน ใช่! ฟังไม่ผิด ตัวเอกทั้ง 3 คนเนี่ยแหละได้ถ้วยกันหมดเลย นอกจากนี้ยังได้รางวัลอื่นๆทั้งนอกและในญี่ปุ่น แถมเสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่ค่อนข้างบวก
แม้ว่าโครงเรื่องและการเล่าอาจมีความซับซ้อนไปสักนิด แต่หนังตีแผ่ปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคมที่ส่งผลกระทบต่อชาวญี่ปุ่นผ่านตัวเอกทั้ง 3 คนในแต่ละช่วงวัยได้อย่างตรงไปตรงมา มันสะท้อนถึงความหวังและความสิ้นหวังในเมืองใหญ่ จุดนี้นี่แหละที่ลึกซึ้งและเข้าถึงอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม
หลังดูหนังเรื่องนี้จบจึงไม่แปลกเลยที่จะประเดประดังไปด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างที่แล่นผ่านเข้ามา ขอบคุณมากที่ตัดสินใจเลือกดูเรื่องนี้ในเวลาแบบนี้ เพราะไม่ใช่แค่ความบันเทิงที่ได้รับเท่านั้น แต่หนังยังช่วยจุดไฟในการเขียนให้กลับมาอีกครั้ง ขอบคุณผู้กำับ ทีมงาน และนักแสดงทุกท่านจริงๆ รวมถึง Netflix ที่เอาเข้ามาฉายด้วย การได้ดูหนังญี่ปุ่นดีๆสักเรื่องนี่มันให้แรงบันดาลใจได้ดีจริงๆ
โพสต์นี้อาจจะแพล่มยาวไปสักนิด แต่ถือว่าฉลองครบรอบในการคัมแบ็คกลับมาเขียนรีวิวในรอบปีแล้วกัน 2026 นี้เป็นไปได้จะหาเวลาดูหนังและตั้งใจเขียนอวยหนังดีๆแบบนี้ให้มากขึ้น ส่วนใครที่ชอบหนังแนวกดดันบีบคั้นอารมณ์ Baka's Identity เรื่องนี้ไม่ควรพลาด!
ปล. โก อายาโนะ ชื่อนี้การันตีไม่มีผิดหวัง สาวกเฮียแกรีบไปตำด่วน
ปล. 2 อย่าโดนปกหนังหลอก! ใครที่กะจะเข้าไปดูความหล่อเท่ของหนุ่มๆ บอกเลยว่ามีช็อก!
netflix
ภาพยนตร์
รีวิวหนัง
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย