13 ก.พ. เวลา 02:29 • ประวัติศาสตร์

ประภาคารผีสิงแห่งติเวนเนก (Tévennec Lighthouse) ประเทศฝรั่งเศส

ประภาคารผีสิงแห่งติเวนเนก (Tévennec Lighthouse) กับตำนานเสียงแห่งนรก ประเทศฝรั่งเศส
ประภาคารติเวนเนก (Tévennec Lighthouse) เป็นประภาคารสีขาวหลังเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนโขดหินขรุขระที่ล้อมรอบด้วยเกลียวคลื่นที่กระแทกเข้าหา เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้รกร้างปราศจากผู้คน มันทำหน้าที่นำทางเรือมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1875 จนถึงปี 1910 เพื่อช่วยชีวิตลูกเรือจากทางน้ำและโขดหินรอบ ๆ ที่ขึ้นชื่อในการคร่าชีวิตของลูกเรือ
แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศของที่ตั้งที่เต็มไปด้วยความยากลำบากทำให้การมาเยือนสถานที่แห่งนี้กลายเป็นเรื่องที่ชวนท้าทายเป็นอย่างมาก มันสามารถรองรับผู้ดูแลประภาคารได้สูงสุดสองคน แต่ด้วยสภาพการเป็นอยู่ที่ลำบากเป็นอย่างมากทำให้มันได้รับสมญานามว่า “นรก” จากเหล่าผู้ดูแลประภาคารและจากกะลาสีเรือ
เรื่องราวผีสาง ณ ประภาคารผีสิงแห่งติเวนเนก
ตำนานเล่ากันว่าวิญญาณที่คอยก่อกวนประภาคารแห่งนี้มาอย่างยาวนานคือ “อองรี เกเซนเนก” (Henri Guezennec) ผู้ดูแลประภาคารคนแรกที่ดูเหมือนว่าจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวเป็นอย่างมากระดับที่ทำให้ผู้ดูแลอีกกว่า 23 คน ให้หลังไม่มีใครกล้าที่จะอาศัยอยู่ที่ประภาคารเลย
ตามตำนานท้องถิ่นเล่าว่า แม้แต่ตัวอองรีเองก็ถูกไล่ออกจากประภาคารจากเสียงน่ากลัวที่ตะโกนบอกให้เขาออกไปและหลังจากนั้นผู้ดูแลประภาคารคนอื่น ๆ ก็ประสบชะตากรรมเดียว เมื่อเรื่องราวเกิดขึ้นซ้ำ ๆ หน่วยงานที่ดูแลจึงได้เปลี่ยนให้ประภาคารติเวนเนกให้อยู่ในประภาคารที่ต้องดูแลด้วยเจ้าหน้าที่จำนวนสองคนแทน แต่ดูเหมือนว่าการเพิ่มผู้ดูแลเข้ามาจะไม่ได้ช่วยยุติเหตุการณ์ที่แสนแปลกประหลาดดังกล่าว
มีการนำเอาไม้กางเขนมาฝังเอาไว้ในหินบนเกาะที่ดูเหมือนจะเป็นความพยายามในการสะเดาะเคราะห์ของเกาะในปี 1893 หลังจากนั้นในปี 1897 ได้มีการคัดเลือกคู่สามีภรรยามาทำหน้าที่ดูแลประภาคารโดยหวังว่ามิตรภาพระหว่างสองคนจะช่วยบรรเทาความเปลี่ยวเหงาที่เกิดขึ้นจากการดูแลเกาะที่ปราศจากผู้คน และดูเหมือนว่ามันจะได้ผล เพราะสามีภรรยา ลูกสามคนและวัวอีกหนึ่งตัวไม่ได้มีรายงานเกี่ยวกับการพบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติแต่อย่างใด
ประภาคารติเวนเนกถูกปล่อยทิ้งร้างตั้งแต่ปี 1910 จนถึงเดือนมิถุนายนปี 2015 กระทั่ง “มาร์ค ปัวตุด” (Marc Pointud) นักสำรวจผู้ก่อตั้งสมาคมแห่งชาติเพื่อมรดกของประภาคารและบีคอน ได้เดินทางมาอาศัยอยู่ที่ประภาคารติเวนเนกตามความฝันของตัวเองที่จะอยากอาศัยอยู่บนเกาะเป็นเวลากว่า 60 วัน...
ช่วยอุดหนุน E-book เพื่อเป็นการสนับสนุนค่ากาแฟของนักเขียนได้ที่ :
โฆษณา