4 ก.พ. เวลา 09:34 • ธุรกิจ

BCMS คืออะไร? ทำความรู้จักระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อความอยู่รอดในทุกวิกฤต

ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ โรคระบาด การโจมตีทางไซเบอร์ หรือเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงที่สามารถหยุดชะงักการดำเนินงานของบริษัทได้ทันที คำถามสำคัญคือ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น องค์กรของคุณจะเดินหน้าต่อได้อย่างไร? นี่คือจุดที่ BCMS เข้ามามีบทบาทสำคัญ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า BCMS คือตัวช่วยสำคัญที่จะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพขององค์กรได้อย่างไร
BCMS คืออะไร และแตกต่างจากแผนสำรองข้อมูลอย่างไร?
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการมีแค่แผนสำรองข้อมูลก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง BCMS คืออะไรที่ครอบคลุมมากกว่านั้น
BCMS ย่อมาจาก Business Continuity Management System ระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เป็นกระบวนการบริหารจัดการแบบองค์รวมที่ถูกออกแบบมาเพื่อระบุภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กร และประเมินผลกระทบที่ภัยเหล่านั้นอาจก่อให้เกิดกับการดำเนินงานทางธุรกิจ
กล่าวคือ BCMS ครอบคลุมถึง "คน" "สถานที่" "กระบวนการ" "คู่ค้า" และ "เทคโนโลยี" เป้าหมายหลักคือการสร้างกรอบการทำงานที่ยืดหยุ่น ให้องค์กรสามารถตอบสนองและกู้คืนสถานการณ์กลับมาได้ตามปกติ หรือในระดับที่ยอมรับได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ความสำคัญของ BCMS ในยุคดิจิทัล
ทำไมองค์กรระดับโลกถึงให้ความสำคัญกับ BCMS? คำตอบง่ายๆ BCMS คือ "ความเชื่อมั่น" และ "ความอยู่รอด"
เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง การมีระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ดี จะช่วยให้องค์กรสามารถ:
1. ลดความเสียหาย: ทั้งในแง่ของรายได้และค่าใช้จ่ายในการกู้คืนระบบ
2. รักษาชื่อเสียง: ลูกค้าและผู้ถือหุ้นจะมีความมั่นใจเมื่อเห็นว่าองค์กรมีการเตรียมพร้อม
3. ปฏิบัติตามกฎหมาย: ในบางอุตสาหกรรม กฎหมายอาจบังคับให้ต้องมีการวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ
4. ได้เปรียบทางการแข่งขัน: ในขณะที่คู่แข่งอาจต้องหยุดชะงักเมื่อเจอปัญหา องค์กรที่มี BCMS คือการสร้างโอกาสทางการตลาดในตัว
องค์ประกอบหลักของการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
เพื่อให้เข้าใจภาพรวมว่าการทำ BCMS คือการวางรากฐานอย่างไร เราต้องดูที่องค์ประกอบหลักตามมาตรฐานสากล (เช่น ISO 22301) ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญดังนี้:
1. การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจ (Business Impact Analysis - BIA)
เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด คือการวิเคราะห์ว่ากิจกรรมใดในบริษัทที่เป็น "หัวใจสำคัญ" (Critical Activities) หากกิจกรรมนี้หยุดชะงักจะเกิดความเสียหายเท่าไหร่ และเราสามารถรอได้นานแค่ไหนกว่าจะกู้คืนกลับมา (RTO - Recovery Time Objective)
2. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
วิเคราะห์ว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้างที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก เช่น ไฟไหม้, น้ำท่วม, ระบบ Server ล่ม หรือพนักงานประท้วงหยุดงาน เพื่อนำมาจัดลำดับความสำคัญในการป้องกัน
3. การวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan - BCP)
เมื่อทราบผลกระทบและความเสี่ยงแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจผ่านการเขียนแผนปฏิบัติการ (BCP) แผนนี้จะเป็นคู่มือที่บอกว่า "ใครต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร" เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้
4. การซ้อมและทดสอบแผน (Exercising and Testing)
ระบบ BCMS จะไม่มีความหมายเลยหากเป็นเพียงกระดาษที่วางอยู่บนหิ้ง การซ้อมแผนสม่ำเสมอจะช่วยให้พนักงานรู้หน้าที่ของตนเอง และช่วยให้องค์กรเห็นจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขก่อนเกิดเหตุจริง
ประโยชน์ที่จับต้องได้เมื่อองค์กรทำ BCMS
สรุปแล้ว BCMS คือเครื่องมือประกันความเสี่ยงเชิงรุกที่ดีที่สุดสำหรับองค์กร การลงทุนในระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เป็นการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ลองจินตนาการดูว่า หากคู่ค้าของคุณถามถึงความพร้อมในการรับมือวิกฤต การที่คุณสามารถตอบได้ทันทีว่าบริษัทมีมาตรฐาน ISO 22301 หรือมีระบบ BCMS ที่ผ่านการทดสอบแล้ว จะสร้างความประทับใจและความน่าเชื่อถือได้มากเพียงใด
ในยุคที่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน การทำ BCMS คือทางรอดที่ทุกองค์กรต้องเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ธุรกิจของคุณจะยังคงยืนหยัดและเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคง
โฆษณา