Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
panipani
•
ติดตาม
4 ก.พ. เวลา 09:44 • ธุรกิจ
BIA คืออะไร? หัวใจสำคัญของการสร้างความยืดหยุ่นให้องค์กร
ในโลกของการบริหารธุรกิจที่มีความเสี่ยงรอบด้าน คำถามหนึ่งที่ผู้บริหารมักจะให้ความสำคัญคือ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจนทำให้หยุดชะงัก ธุรกิจจะอยู่รอดได้อย่างไร? คำตอบของเรื่องนี้เริ่มต้นที่การทำ BIA หรือชื่อเต็มคือ Business Impact Analysis ซึ่งภาษาไทยเรียกว่า การวิเคราะห์ผลกระทบต่อธุรกิจ นั่นเอง
หากจะอธิบายว่า BIA คืออะไร? ในบริบทของความต่อเนื่องทางธุรกิจ มันคือกระบวนการอย่างเป็นระบบในการรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินว่า หากกิจกรรมหรือกระบวนการทำงานใดงานหนึ่งของบริษัทต้องหยุดชะงักลง จะส่งผลเสียหายต่อองค์กรมากน้อยเพียงใด และเรามีเวลาเหลือเท่าไหร่ก่อนที่ความเสียหายนั้นจะรุนแรงจนกู้คืนไม่ได้ ดังนั้น การทำ BIA คือการวิเคราะห์เพื่อหา "จุดวิกฤต" ของเวลาและทรัพยากรนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม
interriskthai.co.th
BIA คืออะไร? การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจที่องค์กรขาดไม่ได้
BIA คือ กระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบขององค์กรจากเหตุหยุดชะงักเมื่อเวลาผ่านไป (Impact overtime of a disruption) ตามมาตรฐาน ISO 22301
ทำไมการวิเคราะห์ผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Analysis) ถึงจำเป็น?
การทำ BIA คือการตรวจสุขภาพความมั่นคงขององค์กร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกำหนดระดับความสำคัญของงานแต่ละส่วน ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดค่าสำคัญ 2 ประการ คือ:
RTO (Recovery Time Objective): ระยะเวลาเป้าหมายที่ต้องกู้คืนระบบหรือกิจกรรมให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
RPO (Recovery Point Objective): ระยะเวลาสูงสุดที่ยอมให้ข้อมูลสูญหายได้ (มักใช้กับระบบไอที)
หากขาดกระบวนการ BIA องค์กรอาจจัดลำดับความสำคัญผิดพลาด เช่น ไปทุ่มเทกู้คืนแผนกที่ไม่เร่งด่วนก่อน จนปล่อยให้แผนกหลักที่สร้างรายได้หรือบริการลูกค้าต้องหยุดชะงักนานเกินไป ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าและลูกค้าในระยะยาวได้
ผลกระทบทางธุรกิจมีอะไรบ้าง? หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ในการทำ BIA เราต้องประเมินความเป็นไปได้ในหลายด้าน ผลกระทบทางธุรกิจที่เราควรนำมาพิจารณามีดังนี้:
- ผลกระทบด้านการเงิน : การสูญเสียรายได้ทันที, ค่าปรับจากการผิดสัญญา, หรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกู้คืนระบบ
- ผลกระทบด้านชื่อเสียง : ความเชื่อมั่นของลูกค้าลดลง, การถูกนำเสนอข่าวในเชิงลบ, หรือการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด
- ผลกระทบด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ : การถูกฟ้องร้องจากคู่กรณี หรือการถูกลงโทษจากหน่วยงานกำกับดูแลเนื่องจากไม่สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐาน
- ผลกระทบด้านการดำเนินงาน : พนักงานไม่สามารถทำงานได้, กระบวนการผลิตหยุดชะงัก หรือความล้มเหลวของโซ่อุปทาน
ขั้นตอนการเริ่มทำ BIA สำหรับองค์กร
สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มทำ BIA สามารถเริ่มได้จากขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:
1. การระบุกิจกรรมหลัก: ลิสต์กระบวนการทำงานทั้งหมดในแต่ละแผนกออกมา
2. การประเมินผลกระทบ: ให้คะแนนความรุนแรงหากกิจกรรมนั้นหยุดไป 1 ชั่วโมง, 1 วัน หรือ 1 สัปดาห์
3. การกำหนดระยะเวลากู้คืน: ระบุว่ากระบวนการนั้นต้องกลับมาใช้งานได้ภายในกี่ชั่วโมงเพื่อไม่ให้ธุรกิจล้มละลาย
4. ระบุทรัพยากรที่จำเป็น: เช่น ต้องมีพนักงานกี่คน คอมพิวเตอร์กี่เครื่อง หรือต้องใช้ข้อมูลจากระบบไหนบ้าง
สรุปได้ว่า BIA คือเครื่องมือชี้นำทางที่จะบอกเราว่า "อะไรสำคัญที่สุด" และ "เราต้องเร็วแค่ไหน" ในวันที่เกิดวิกฤต การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ที่เป็นระบบ จะช่วยให้องค์กรของคุณก้าวผ่านสถานการณ์เลวร้ายไปได้อย่างมั่นคง
ธุรกิจ
การลงทุน
การตลาด
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย