เมื่อวาน เวลา 02:09 • ไลฟ์สไตล์

อยากเขียน

ในคืนที่ดวงจันทร์สีนวลลอยเด่นเหนือป่าทึบของตะวันออกสตรีนางหนึ่งผิวหยาบกล้านเธอสวมกางเกงขายาวสีน้ำตาลมี ชายครุยหนัง ทิ้งตัวระย้าอยู่ตามตะเข็บข้างขา เสื้อมัดอก ถักผมเปียสองเส้นซ้ายขาว กำลังเดินเล่นใต้แสงจันทร์ เด็กหนุ่มในวัยสิบแปดเดินตามหลังมาติดๆ
นางหยุด เดินหันหลังกลับมามองเด็กหนุ่มผมยาวประบ่านางบอกให้เขาถอดเสื้อแขนยาวสีน้ำตาลออก เด็กหนุ่มรีบทำถามคำสั่งโดยไม่มีข้อโต้แย้งเขาเหลือเพียงกางเกงสีน้ำตาลที่ปกคลุมช่วงล่าง
“คืนนี้จันทร์สีนวล” นางเอยขึ้น พร่างจุมพิตไปที่หน้าผากของเด็กหนุ่มแล้วพูดขึ้น “เจ้าพร้อมแล้วลูกรัก เจ้าพร้อมแล้วจันทร์สีนวลสามารถปลุกพลังอันยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธ์เราสำหรับผู้ที่ไม่เคยกลายร่าง” นางพละออกจากเด็กหนุ่ม เดินเข้าอาบแสงจันทร์ ทันใดนั้นร่างกลายที่ผอมบางกลับกล้ายเป็นร่างที่ใหญ่โตที่ถูกปกคลุมด้วยขึ้นสีน้ำตาลดวงตาสีเหลืองอำพันเมื่อแสงจันทร์สะท้อน ตามมาด้วยเสียงหอนที่โหยหวนชวนบาดหู
เด็กหนุ่มเดินออกจากแม็กไม้ เข้าอาบแสงจันทร์สีนวล ทันทีที่แสงจันทร์สีขาวนวลสัมผัสร่างกาย อาการสั่นเทาเริ่มปรากฏเด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้น ไส้ท้องไส้เริ่มปั่นป่วนจนอาเจียนออกมา หัวใจเต้นรัวอุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงสัญชาตญาณสัตว์ป่าเริ่มตื่นตัวตามมาด้วยเสียงกรีดร้องสุดเสียงที่จะเป่งออกมา ร่างกายเหมือนถูกฉีกกระชากออกจากกัน ขนสีดำที่แทงทะลุผิวหนัง เล็บที่งอกยาว ใบหน้าที่ยืดออกเป็นแนวกรามสัตว์ ดวงตาสีแดงฉานดังพระจันทร์สีเลือด ความคิดแบบมนุษย์ค่อยๆ เลือนหาย แทนที่ด้วยสัญชาตญาณการล่า เสียงโหยหวนดังไปทั่วบริเวณ
คอนราด หัวหน้าเผ่าหมาป่าแหวกกระโจมออกมาจากที่พัมนัก เสียงหอนโหยหวน รู้ได้ทันทีถึงลูกชายคนโตของเขาผู้นำที่จะเป็นทุกสิ่งในอนาคตได้รับพลังที่สืบทอดต่อกันมาอย่างสมบูรณ์ คอนราดและคนอื่นในเผ่าบางส่วนต่างกลายร่างเพื่อวิ่งตามเสียงนั้น มันคือเสียงแห่งความยินดีที่ได้ยินอยู่ไม่ไกล
บนท้องฟ้าเหนือยอดแม็คไม้ยามราตรี เสียงกระพือปีกแข่งขันกับสายลมยามค่ำคืน ดวงจันทร์สีนวลเป็นแหล่งเสริมพลังให้กับทุกเผ่าพันธ์ุ ไม่เว้นแม้กระทั่ง เผ่าพันธ์ุที่สหง่างามในยามราตรีที่มีนามว่า แวมไพร์  พวกมันออกล่าเหยื่อในยามค่ำคืน แต่คืนนี้ได้ออกล่ามาไกลนอกเขตปกครองที่นำโดย ราชินีแวมไพร์ผู้คลั่งไคล้การเข่นฆ่า นามว่า อามาร่า พร้อมองครักษ์ อีกสองคน บินโฉบไปมาเหนือยอดไม้เพื่อหาเหยื่อ
ดวงตาของนางดำสนิทผมยาวดำสลับแดงปลิวไสวไปมาตามเเรงลม นางเห็นหมาป่าสองตัวกำลังวิ่งเล่นอาบแสงจันทร์ สัญชาตญาณการเข่นฆ่าได้เริ่มขึ้น ในหัวของนางคุ่นคิดแต่การเข่นฆ่า บินโฉบลงมาหมายจะให้กรงเล็บที่แหลมคมและทรงพลังจัดการหมาป่าสองแม่ลูกนั้นให้ดับดิ้นอย่างรวดเร็ว แต่สัญชาตญาณของหมาป่าก็ไม่น้อยหน้า กลิ่นคาวเลือดที่โชยมาตามสายลมบ่งบอกได้ถึงอันตรายที่ใกล้มา นางหมาป่ายืนขวางหน้าลูก ย่อตัวต่ำพร้อมกระโจน ภาษากายบอกให้รู้ว่ามีบางอย่างกำลังโจมตี
นางหมาป่าหันซ้ายทีขวาที เสียงกระพือปีกดังมาจากทุกทิศทาง พรางเห็นเงาดำทมิฬสามร่างลอยเหนือยอดเเม็กไม้ เงาดำทมิฬดิ่งวูบลงจากยอดไม้ดุจมัจจุราชที่หิวกระหาย เสียงแหวกอากาศหวีดหวิวปานเสียงกรีดร้องของวิญญาณ ก่อนที่กรงเล็บแหลมคมจะพุ่งเข้าหาลำคอเหยื่อด้วยความเร็ว
นางหมาป่าไม่รอช้าพุ่งทะยานใส่เพื่อปกป้องลูกอย่างไม่คิดชีวิต ลูกหมาป่าที่พึ่งกลายร่างสัมผัสในร่างหมาป่ายังเคลื่อนไหวไม่คล่องแคล้ว แค่เดินถึงกับเซไปมาเหมือนกับเด็กหัดเดิน เสียงรองตะโกนเรียกผู้เป็นแม่กับกลายเป็นเสียงหอนอันโหยหวนดังกื่อก่อง เลือดสีแดงสดที่ไหลออกจากตัวนางหมาป่าทำให้ลูกหมาป่าส่งเสียงหอนดังขึ้นเหมือนแทบขาดใจ
คอนราดถึงกับหยุดชงัก หูซ้าย-ขวากระดิกไปมาฟังเสียงที่โหยหวนดังใจแตกสลาย นั้นเป็นสัญญาที่ไม่ดีเขาเริ่มห่วงเมียและลูกรีบกระโจนไปข้างหน้าสุดกำลังเร่งฝีท้าวนำหน้าหมาป่าตัวอื่นหลายช่วงตัว มุ่งตรงไปยังเสียงนั้นอย่างไม่คิดชีวิต กลิ่นคาวเลือดเริ่มแรงขึ้นทุกที พร้อมกับบางกลิ่นที่ได้ไม่เคยได้สัมผัส
นางหมาป่านอนแน่นิ่งกับพื้น พร้อมกับเลือดที่ไหลลินออกจากบาดแผลทั่วทั้งร่าง กรงเล็บและรอยเขี้ยวของแวมไฟร์โชคไปด้วยเลือดของนางหมาป่า เมื่อไร้ผู้ปกป้องหมาป่าหนุ่มต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่โหดร้ายต่อจากนี้ เมื่อเสียงหอนอันโหยหวนหยุดลง ความจนตรอกทำให้หมาป่าหนุ่มต้องยืนหยัดสู้ จากความกลัวกลับกลายเป็นความเข้มแข็งดวงตากับสีแดงก่ำลุกวาวดังไฟลุก
อามาร่าพุ่งเข้าหาหมาป่าหนุ่ม กรงเล็บที่แหลมคมตกเข้าหน้าระหว่างกราม หมาป่าหนุ่มลอยลิ้วกระแทรกกับต้นไม้สติที่เลือนรางเขาเห็น บางอย่างบางอย่างสีขาวพุ่งกระโจนเข้ามาก่อนที่สิ่งรอบข้างจะดับวูบไป ครั้งนี้เจ้าศูนย์เสียแม่อันเป็นที่รักไปลูกชายข้า แต่เจ้าจงรู้เอาไว้เจ้าจะไม่มีวันศูนย์เสียความกล้าหาญไปจากจิตใจของเจ้า
โฆษณา