5 ก.พ. เวลา 08:36 • ไลฟ์สไตล์

9 สัญญาณผิด ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าคน ๆ นั้นกำลังแอบชอบ

มนุษย์มีความสามารถต่ำในการแยกแยะการกระทำระหว่างจากการแอบชอบกับความรู้สึกแค่เพื่อน เนื่องด้วยมีหลายสัญญาณที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทั้งสองกรณี
มีการทดลองหนึ่ง (Hall, et al. 2015) ที่ได้ให้คนแปลกหน้าจำนวน 52 คู่ ซึ่งเป็นคู่ผู้ชาย-ผู้หญิง มาสนทนากันภายใน 10-12 นาที เมื่อสนทนาจบแล้วก็ให้ฝั่งผู้ชายกับผู้หญิงคาดเดาว่า ฝ่ายตรงข้ามนั้นได้จีบหรือไม่ได้จีบ ผลที่ได้ก็คือ ทั้งผู้ชายกับผู้หญิงตอบได้ถูกต้องมากกว่า 80% เมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่ได้จีบ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากฝ่ายตรงข้ามนั้นกลับได้จีบอยู่ในขณะนั้นจริง ๆ ผู้ชายจะตอบได้ถูกต้องเพียงแค่ 36% ในขณะที่ผู้หญิงจะตอบได้ถูกต้องเพียงแค่ 18%
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าการจีบแบบโจ่งแจ้งมีโอกาสทำให้รู้สึกอับอายได้ถ้าหากฝ่ายตรงข้ามไม่ได้รู้สึกไปในทางเดียวกัน ทำให้เมื่อมีการจีบเกิดขึ้น การจีบก็มักจะแนบเนียนไปกับการแสดงมิตรภาพทั่ว ๆ ไป จนกระทั่งมนุษย์ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงไม่สามารถดูออกได้ว่าคน ๆ นั้นกำลังจีบอยู่
และก็เพราะสาเหตุที่ว่า "การจีบมักจะแนบเนียนไปกับการแสดงมิตรภาพทั่ว ๆ ไป" ส่งผลให้มนุษย์ทั้งเพศชายและเพศหญิง มีโอกาสไปตีสัญญาณการแอบชอบไปปะปนกับสัญญาณของมิตรภาพได้
ต่อไปนี้เราจะมาบอกถึงสัญญาณ 9 อย่างที่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าคน ๆ นั้นกำลังแอบชอบ แม้ในความจริงจะเป็นแค่มิตรภาพ หรือแม้กระทั่งมิตรภาพทางการค้าเท่านั้น
สัญญาณผิด ๆ ข้อที่ 1 "การยิ้มและการหัวเราะ"
มีการวิเคราะห์อภิมานหนึ่ง (Montoya et al. 2018) ที่ได้วิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 5,422 คน พวกเขาค้นพบว่า การยิ้ม การหัวเราะ การสบตา และการหยอกล้อ แม้จะเกิดขึ้นได้เมื่อคน ๆ นั้นรู้สึกดึงดูดต่อคู่สนทนาก็จริง แต่สิ่งเหล่านั้นก็สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคน ๆ นั้นต้องการแค่สร้างความเชื่อใจหรือไมตรีจิตเพียงเท่านั้น
สัญญาณผิด ๆ ข้อที่ 2 "การสบตา"
จากผลการวิเคราะห์อภิมานตัวเดิมที่ได้กล่าวไปนั้น การสบตาของคู่สนทนา แม้จะทำด้วยระยะเวลาที่นาน ก็สามารถเกิดขึ้นได้เพียงเพราะ คู่สนทนานั้น ๆ กำลังตั้งอกตั้งใจฟัง มีความมั่นใจในตนเอง หรือไม่ก็เป็นเพียงบรรทัดฐานทางวิชาชีพหรือวัฒนธรรมเพื่อรักษามารยาทในการสนทนาเพียงเท่านั้น
สัญญาณผิด ๆ ข้อที่ 3 "การหยอกล้อ"
และก็จากผลการวิเคราะห์อภิมานตัวเช่นกัน การหยอกล้อจากการจีบกับการหยอกล้อที่มาจากมิตรภาพ เป็นลักษณะการกระทำที่ไม่แตกต่างกันเลย ทำให้จะไม่สามารถสังเกตุพฤติกรรมนี้เพื่อแยกแยะได้
สัญญาณผิด ๆ ข้อที่ 4 "การเลียนแบบท่าทางหรือน้ำเสียง"
พฤติกรรมเลียนแบบ (Chameleon effect) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติโดยไม่รู้ตัว เพื่อให้การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมีความลื่นไหล พฤติกรรมนี้สามารถเกิดขึ้นได้แม้ว่าการสนทนานั้นจะทำกับคนแปลกหน้า
สัญญาณผิด ๆ ข้อที่ 5 "การเปิดบทสนทนาที่ลึกซึ้งและเปราะบาง"
ได้มีการทดลองหนึ่ง (Aron et al. 1997) ที่ได้ทดสอบโดยให้คู่สนทนาลองเร่งบทสนทนาจากเรื่องทั่ว ๆ ให้กลายเป็นเรื่องลึกซึ่งและเปราะบาง อาทิ ปัญหาส่วนตัว ผลที่ได้ก็คือ คู่สนทนาทั้งสองจะรู้สึกถึงความใกล้ชิดที่มากขึ้นทันทีในช่วงเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มีโอกาสสูงที่ความรู้สึกขอบที่มากกว่ามิตรภาพจะไม่ได้เกิดขึ้นตามมา
สัญญาณผิด ๆ ข้อที่ 6 "การสัมผัสอย่างเป็นมิตร"
การสัมผัสอย่างเป็นมิตร เช่น การตบไหล่ การจับแขน สามารถเพิ่มความอบอุ่นและความรู้สึกร่วมกันได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีความรู้สึกต้องการความสัมพันธ์มากกว่าเพื่อนได้ อีกทั้งบางคนก็ยังสามารถกระทำสิ่งนั้น ๆ ได้กับทุก ๆ คน จนเป็นนิสัย
สัญญาณผิด ๆ ข้อที่ 7 "มิตรภาพทางการค้า"
มิตรภาพทางการค้า (Commercial friendliness) หมายถึง การแสดงความรัก ความอบอุ่ม หรือแม้กระทั่งมีการจีบ เพื่อการบริการลูกค้าเพียงเท่านั้น
มีงานวิจัยหนึ่ง (Seger-Guttmann & Medler-Liraz. 2018) ที่ได้ทดลองสัมภาษณ์พนักงานกับลูกค้ารวมทั้งหมด 40 ครั้ง ผลปรากฏว่า มีหลายครั้งที่พนักงานจับลูกค้าเพียงเพราะต้องการสร้างบรรยากาศที่ดี เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าควักเงินออกจากกระเป๋าไปใช้จ่ายไปให้กับการบริการมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าบางคนไปตีความว่าการจีบนั้น ๆ ของพนักงาน คือการจีบส่วนตัว ที่เกิดจากความรู้สึกชอบของพนักงานตรง ๆ
สัญญาณผิด ๆ ข้อที่ 8 "การทำดี"
มนุษย์อาจใช้สัญญาณที่ไม่ชัดเจนเพื่ออนุมานเจตนา ความผิดพลาดจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้แม้กระทั่งในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ในการทดลอง
ผลการสำรวจหนึ่ง (Abbey. 1987) ที่ศึกษาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม พบว่า มีผู้คนจำนวนมากตีความผิดไปว่า การที่คน ๆ หนึ่งได้ทำอะไรดี ๆ ต่อพวกเขา หมายถึง คนนั้น ๆ ต้องการความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อน
จากผลสำรวจ มีผู้หญิง 72% และผู้ชาย 60% ได้บอกว่า เคยมีเพศตรงข้ามตีความการทำดีของเขาหรือเธอผิดไปว่ากำลังแอบชอบ ทำให้สามารถกล่าวได้ว่า ผู้ชายมีแนวโน้มตีความการทำดีของผู้หญิงว่ากำลังแอบชอบ มากกว่าการที่ผู้หญิงจะตีความการทำดีของผู้ชายว่ากำลังแอบชอบ
สัญญาณผิด ๆ ข้อที่ 9 "อคติเชิงระบบ"
มนุษย์มีอคติในการประเมินความสนใจของเพศตรงข้ามอยู่เสมอ
เพศชายมีโอกาสคิดว่าฝ่ายหญิงแอบชอบฝ่ายชายมากกว่า ในขณะที่เพศหญิงจะมีโอกาสคิดว่าฝ่ายชายไม่ได้แอบชอบฝ่ายหญิงมากกว่า
เพศชายจะยิ่งมีแนวโน้มคิดว่าฝ่ายหญิงแอบชอบมากขึ้น เมื่อฝ่ายชายต้องการหาคู่ระยะสั้น มีการประเมินความน่าดึงดูดใจของตนเองที่สูง และมีการประเมินความน่าดึงดูดใจของฝ่ายหญิงที่ฝ่ายชายต้องการสูง
หลักจากที่ได้รู้สัญญาณที่ผิด ๆ แล้ว ถ้าหากสนใจที่จะศึกษาต่อ ก็แนะนำให้ดูโพสต์เกี่ยวกับสัญญาณที่ดีต่อได้เลยนะ
อ้างอิง:
"มนุษย์มีความสามารถต่ำต่อการตรวจจับว่ามีใครกำลังจีบอยู่"
Hall, J. A., Xing, C., & Brooks, S. (2015). Accurately detecting flirting: Error management theory, the traditional sexual script, and flirting base rate. Communication Research, 42(7), 939-958.
"การยิ้ม การหัวเราะ การสบตา และการหยอกล้อ"
Montoya, R. M., Kershaw, C., & Prosser, J. L. (2018). A meta-analytic investigation of the relation between interpersonal attraction and enacted behavior. Psychological bulletin, 144(7), 673.
"การเลียนแบบท่าทางหรือน้ำเสียง"
Chartrand, T. L., & Bargh, J. A. (1999). The chameleon effect: the perception–behavior link and social interaction. Journal of personality and social psychology, 76(6), 893.
"การเปิดบทสนทนาที่ลึกซึ้งและเปราะบาง"
Aron, A., Melinat, E., Aron, E. N., Vallone, R. D., & Bator, R. J. (1997). The experimental generation of interpersonal closeness: A procedure and some preliminary findings. Personality and social psychology bulletin, 23(4), 363-377.
"การสัมผัสอย่างเป็นมิตร"
Simão, C., & Seibt, B. (2015). Friendly touch increases gratitude by inducing communal feelings. Frontiers in psychology, 6, 815.
"มิตรภาพทางการค้า"
Seger-Guttmann, T., & Medler-Liraz, H. (2018). Hospitality service employees’ flirting displays: emotional labor or commercial friendship?. International journal of hospitality management, 73, 102-107.
"การทำดี"
Abbey, A. (1987). Misperceptions of friendly behavior as sexual interest: A survey of naturally occurring incidents. Psychology of Women Quarterly, 11(2), 173-194.
"เพศชายจะประเมินความสนใจของเพศหญิงสูงเกินไป"
Haselton, M. G., & Buss, D. M. (2000). Error management theory: a new perspective on biases in cross-sex mind reading. Journal of personality and social psychology, 78(1), 81.
"เพศหญิงจะประเมินความสนใจของเพศชายต่ำเกินไป"
Perilloux, C., Easton, J. A., & Buss, D. M. (2012). The misperception of sexual interest. Psychological Science, 23(2), 146-151.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา