Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Journaling Our Journey
•
ติดตาม
6 ก.พ. เวลา 02:38 • สุขภาพ
เวลาที่เรากำลังตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆในชีวิต
(เช่น ฉันจะตอบตกลงข้อเสนอเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้หรือไม่?
ฉันจะเลิกกับแฟนที่กำลังคบอยู่ดีไหม?)
หลายคนจะนั่งบนโต๊ะพร้อมกับกระดาษ 1 แผ่น
และเขียน list ข้อดี-ข้อเสียของทางเลือกแต่ละทางที่มีอยู่
(เช่น ข้อดีของการตกลงรับข้อเสนอเลื่อนตำแหน่งมีอะไร?
ข้อเสียของการตกลงรับข้อเสนอเลื่อนตำแหน่งมีอะไร?)
ในหลายๆครั้ง พวกเขาจะพบว่า
ต่อให้พวกเขาจะ list ข้อดี-ข้อเสียเสร็จแล้ว
และต่อให้การทำแบบนี้จะช่วยให้พวกเขา
มองเห็นชัดเจนว่าทางเลือกไหนที่ “ดูดี” มากที่สุด
พวกเขาก็ยังไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างหนักแน่นอยู่ดี
ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น?
สาเหตุข้อหนึ่งก็คือ พวกเขาใช้เพียงแค่ “สมอง”
(เหตุผล ตรรกะ) ในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว
พวกเขาไม่ได้หยิบเรื่องนี้มาเช็คกับ “ร่างกาย” ของตัวเอง
(เช่น ร่างกายฉันรู้สึกยังไงเมื่อฉันนึกถึงภาพ
ที่ตัวเองเลิกกับแฟนที่กำลังคบอยู่ในปัจจุบัน? โล่งใจ? เสียใจ? ฯลฯ)
มันไม่ต่างอะไรกับการที่เราเป็นเจ้าของบริษัท
และเรามีที่ปรึกษาอยู่ 2 คน (“สมอง” กับ “ร่างกาย”)
และเราถามความเห็นของที่ปรึกษาเพียง 1 คน (“สมอง”)
โดยที่ละเลยการพูดคุยกับที่ปรึกษาอีก 1 คน (“ร่างกาย”)
ที่ปรึกษาคนที่ถูกละเลย (“ร่างกาย”)
จึงพยายามส่งสัญญาณให้เจ้าของบริษัทอย่างเรา
หันมาเปิดช่องให้เขาทำหน้าที่บ้าง
(มันจึงทำให้เรายังไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างหนักแน่นนั่นเอง)
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากจะนำเสนอว่า
ทุกครั้งที่เราจะตัดสินใจในเรื่องใหญ่ๆ
เราอย่ารับฟังเฉพาะเสียงของ “สมอง” เท่านั้น
แต่เราควรรับฟังเสียงของ “ร่างกาย” ด้วย
ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะสื่อว่า
เราควรให้น้ำหนักกับเสียงของ “ร่างกาย”
มากกว่าเสียงของ “สมอง” นะครับ
แต่ผมมีเจตนาที่จะสื่อว่า
เราควรรับฟังทั้ง “สมอง” และ “ร่างกาย”
ก่อนที่เราจะตัดสินใจครับ
ฉะนั้น สำหรับบางเรื่อง
หลังจากที่เรารับฟังเสียของ “สมอง” และ “ร่างกาย” แล้ว
เราอาจจะเลือกเส้นทางที่สอดคล้องกับ “สมอง” ก็ได้
และในทางกลับกัน สำหรับบางเรื่อง
หลังจากที่เรารับฟังเสียของ “สมอง” และ “ร่างกาย” แล้ว
เราอาจจะเลือกเส้นทางที่สอดคล้องกับ “ร่างกาย” ก็ได้
ในที่สุดแล้ว ไม่ว่าเราจะตัดสินใจเลือกอะไร นั่นคือเรื่องรองครับ
เรื่องหลักก็คือ เราตัดสินใจเลือก…หลังจากที่เราได้รับฟัง
ที่ปรึกษาทั้ง 2 คน (ไม่ใช่ 1 คน) เรียบร้อยแล้วครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.1016/j.geb.2004.06.010
https://doi.org/10.1186/s13030-020-00179-7
จิตวิทยา
psychology
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย