Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา
•
ติดตาม
7 ก.พ. เวลา 05:17 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา EP.1
เยี่ยมชม
youtube.com
Stars adorn the sky - P.Evidence Ost.รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา
#CapCut ฉันสร้างวิดีโอที่สุดยอดนี้ใน CapCut ลองเปิดลิงก์เพื่อลองใช้เลย: capcut.com/tools/desktop-video-editor
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา EP.1
ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาพแผ่นหลังของชายหนุ่มคนนึง สวมสเวตเตอร์กันหนาวสีน้ำตาล สะพายกระเป๋าสีดำ มือข้างหนึ่งถือเเก้วกาแฟ มืออีกข้างกำลังดูคลิปการรับรางวัลของนางเอกไปด้วย เดินไปด้วย มุ่งหน้าไปยังสถานที่ใดที่หนึ่ง เหมือนนักศึกษากำลังไปมหาวิทยาลัยเลย สักพักก็เดินลับมุมตึกหายไป
ณ ประเทศไทย...สถานที่จัดงานรับรางวัล
ค่ำคืนนี้ได้มีงานประกาศผลรางวัลผู้บริหารหน้าใหม่ไฟแรงแห่งปี ซึ่งปีนี้เป็นของนางเอกที่ได้รับรางวัลนี้ไป พิธีกรในงานได้ประกาศชื่อ
"ต่อไปนี้จะขอเรียนเชิญคุณไพลิน ทรัพย์ขจรไพศาล ซีอีโอแห่งทรัพย์ขจรไพศาลกรุ๊ป ขึ้นมารับรางวัลเกียรติยศ รางวัลผู้บริหารหน้าใหม่ไฟแรงแห่งปีนี้ด้วยครับผม"
ผู้คนในงานได้ลุกขึ้นปรบมือดังสนั่น นางเอกได้เดินขึ้นไปบนเวทีด้วยชุดสูทหรูแบบทะมัดทะแมง พร้อมด้วยรอยยิ้มนิดๆ เธอเป็นคนสวยสง่า ผิวพรรณตามแบบลูกคุณหนูตระกูลดัง เธอได้กล่าวขอบคุณพร้อมกับกล่าวเล็กน้อย โดยในงานได้มีพ่อแม่ และบรรดาเพื่อนๆมาร่วมแสดงความยินดีกับรางวัลนี้กับเธอ
เมื่อเธอรับรางวัลเสร็จจึงเดินลงมาหาพ่อแม่ของเธอ แล้วพูดว่า
" พ่อคะแม่คะ เดี๋ยวหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ พอดีมีงานที่ต้องเคลียร์อีกนิดหน่อย"
พูดเสร็จนางเอกจึงได้หันหน้ามาทางเพื่อนๆพร้อมกับบอกว่า
"ชั้นไปก่อนนะ ว่างๆชั้นจะโทรหา"
เธอก็เดินออกจากงานไปพร้อมกับเลขาส่วนตัว ขณะที่ทุกคนทำได้แค่มองตามโดยไม่ได้โต้ตอบนางเอกเลย นางเอกแล้วขึ้นรถกลับโรงแรม
ขณะเดินเข้ามาในโรงแรม นางเอกเหลือบไปเห็นเด็กน้อยทำน้ำหกบริเวณโต๊ะรับแขก เธอจึงเดินเข้าไปเตือนเด็กน้อยว่า
"ระวังลื่นนะคะ"
พร้อมกับเรียกพนักงานเอาผ้ามาเช็ด เมื่อพนักงานมาถึงพร้อมกับผ้าเช็ดพื้น นางเอกจึง
บอกว่าให้เอามาให้เธอ เธอจะเช็ดเอง ทำเอาคนทั้งล็อบบี้พากันอึ้งในพฤติกรรมของเธอ ว่า
มันเกิดอะไรขึ้นกับผู้บริหารโรงแรมนี้กันแน่ เมื่อนางเอกได้กลับขึ้นไปบนห้องของเธอ ในห้องที่
กว้างขวางนี้ มันช่างหรูหราโอ่อ่าเหลือเกิน ใจกลางของห้องมีรถ ATV คันใหญ่จอดอยู่ เธอ
เดินไปลูบรถอย่างทะนุถนอมแล้วก็เดินไปยืนอยู่ริมกระจกบานใหญ่พร้อมกับใช้สองแขนกอด
ตัวเอง ราวกับว่าร่างกายของเธอมันได้หนาวลึกสุดห้วใจ สักพักน้ำตาของเธอก็ไหลร้องไห้สะอึกสะอื้นปานใจจะขาด
ย้อนเรื่องราวกลับไปเมื่อสองปีก่อน.........
ณ โรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ชั้นบนสุดมีปาร์ตี้สุดเหวี่ยงของไฮโซสาวทายาทตระกูลดังแห่งจังหวัดหนึ่ง เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้านำเข้า และส่งออกเกี่ยวกับสินค้าการเกษตรรายใหญ่ลำดับต้นๆของประเทศ และเป็นเจ้าของโรงแรมที่จัดปาร์ตี้ด้วย ซึ่งมีสาวสวยใส่ชุดบิกินี่นับสิบๆคน
ตอนนี้ที่ชั้นลอบบี้ ก็มีสาวสวยอีกห้าถึงหกเดินเข้ามาในโรงแรม เพื่อที่จะไปเข้าร่วมปาร์ตี้ ซึ่งพูดจากันเสียงดัง จนคนทั้งลอบบี้หันมามองกันทั้งหมด
แขกผู้ชายคนนึงได้ถามไปยังพนักงานของโรงแรมว่าคนพวกนี้เป็นใคร? มาทำอะไรกัน แถมยังเสียงดังอีก พนักงานจึงบอกไปว่า
" สาวๆที่มานี้เป็นแขกของคุณหนูที่เป็นเจ้าของโรงแรมนี้ครับ ซึ่งได้จัดงานปาร์ตี้ที่ชั้นบนสุดของโรงแรม ที่มีสระน้ำด้วยครับ เห็นเป็นงานที่ให้แต่ผู้หญิงเท่านั้นที่เข้าร่วมงานได้”
ตอนนี้ในงานนางเอกกก็กำลังสนุกสุดเหวี่ยง เต้นรำกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน ตามเสียงเพลงเเดนซ์ที่เปิดโดยดีเจสาวสวย ทั้งงานมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น ไม่มีผู้ชายสักคน สักพักสาวๆที่ขึ่นมาทีหลังก็มาถึง เมื่อนางเอกเห็นเพื่อนๆจึงรีบเขัาไปกอด พาเพื่อนๆเข้ามาในงาน เมื่อเพื่อนเห็นนางเอกเมาอย่างหนัก จึงซุบซิบกันว่า
เพื่อนคนที่1:“รอบนี้คงโดนเทจริงๆล่ะ สติหลุดไปแล้ว”
เพื่อนคนที่:2“ก็คนที่มันรัก ดันบอกเลิกมันเพื่อไปหางานที่ชอบมากกว่ามันนี่หว่า”
เพื่อนคนที่ :3“มันจัดปาร์ตี้มาสามวันแล้วนะแก”
เหล่าเพื่อนๆจึงมองตากัน และก็ถอนหายใจพร้อมกัน แล้วพากันไปหยิบเครื่องดื่มมาดื่ม เข้าไปเต้นกับนางเอก
สภาพนางเอกตอนนี้น่าจะเมาเกือบถึงขั้นขีดสุดแล้ว เธอเดินไปที่โต๊ะของดีเจ และได้ไปหยิบไมค์ขึ้นมาพูดอย่างเสียงดังว่า
“คืนนี้เมากันให้สุดๆเลยนะเพื่อนรักของชั้น มาดื่มให้กับผู้ชายเฮงซวย ไม่รักดี เห็นอย่างอื่นดีกว่าคนอย่างชั้น หมดแก้วววววว”
สาวๆในงานจึงได้เฮกันทั้งงาน ขณะที่ยกแก้วเธอก็น้ำตาไหลพรากอาบทั้งสองแก้ม
ที่บ้านของนางเอก เลขาของพ่อนางเอก ได้มารายงานว่าตอนนี้นางเอกได้จัดปาร์ตี้ดื่มเหล้าอย่างเมามาย พ่อและแม่ของนางเอกจึงได้แต่สบตากัน และถอนหายใจอย่างพร้อมเพรียงกัน พ่อของนางเอกจึงพูดออกมาว่า
“ ส่งไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา จบป.ตรี ก็บอกว่าขอเรียนต่อ ป.โท ผมก็ให้มันเรียน ดันไปหลงผู้ชายจนเสียการเรียน กลับมาก็เอาแต่กินเหล้าเมายา เราจะทำยังไงกับยัยหนูนี้ดี เมื่อไหร่จะกลับมาช่วยงานผมสักที ห๊ะ”
แม่นางเอกก้ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา เพราะนางเอกเป็นคนหัวแข็ง ดื้อรั้น เอาแต่ใจ ตามแบบฉบับของลูกคุณหนูทุกกระเบียดนิ้ว และพ่อนางเอกได้ถามเลขาว่า
“เพิ่งลงเครื่องมาด้วยนี่ คงเหนื่อยน่าดู กลับไปพักผ่อนได้เลยนะ”
พ่อนางเอกหันหน้าไปหาแม่นางเอก แม่นางเอกได้ยืนซองกระดาษขนาดใหญ่ให้เลขา พร้อมกับพูดว่า“ทำดีมากคะ”
เลขาตอบขอบคุณครับ และขอตัวกลับทันที คืนนั้นพ่อของนางเอกได้แต่คิดหาวิธีว่าจะจัดการกับลูกสาวคนเดียวคนนี้ยังไงทั้งคืน......
เช้าวันต่อมา นางเอกที่อยู่บนที่นอนในโรงเแรม ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะมีสายเรียกเข้ามาเป็นสายของเเม่นางเอก นางเอกตื่่นขึ้นมาโดยที่ไม่สามารถจำเรื่องราวในคืนก่อนได้เลยว่าได้เมาสุดเหวี่ยงขนาดไหน เธอก็ได้ยกศีรษะขึ้นมามองรอบๆห้อง เพื่อที่จะหาโทรศัพท์ของเธอ เมื่อเธอรับโทรศัพท์ปู้บ นางเอกจึงพุดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า
“คะแม่ มีอะไรคะ”
"ชั้นต้องมีอะไรด้วยหรอ ถึงจะโทรหาแกได้ เมื่อไหร่จะกลับมาเป็นผู้เป็นคน พ่อแกบ่นกับชั้นทุกวันเลยนะ แกได้เวลากลับบ้านล่ะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน หรือแกจะให้ชั้นกับพ่อแกไปหา"
นางเอกได้เงียบไปพักนึง จึงตอบกลับไปว่า
“ถ้าหนูพร้อมเมื่อไหร่ หนูจะกลับบ้านนะคะ”
แล้วก็วางสายไป นางเอกก็เอาหมอนมาปิดหน้าแล้วหลับต่อ
เมื่อถึงช่วงบ่าย นางเอกได้ตื่นขึ้นมา และได้โทรไปบอกโอเปอเรเตอร์ของโรงแรม ให้ส่งกาแฟและอาหารเช้ามาเสริฟเธอ ส่วนนางเอกลุกไปเข้าห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปชอปปิ้งต่อ นางเอกใช้ชีวิตราวกับเจ้าหญิงก็ไม่ปาน ชีวิตที่สุดหรู และเพียบพร้อม จนหลายๆคนอิจฉา
เมื่อเธอแต่งตัว แต่งหน้าเสร็จ และการแต่งตัวของนางเอกมาในลคสุดเปรี้ยว ก็ได้ออกมาจากห้องพร้อมกับผู้ติดตามอีกหนึ่งคน เพื่อที่จะลงไปขึ้นรถที่จอดรอข้างล่าง เมื่อเธอขึ่นรถจึงสั่งให้คนขับรถพาเธอไปห้างสรรพสินค้าเพื่อชอปปิ้ง ซึ่งนางเอกได้นัดเจอกับเพื่อนๆอีกสามคน ในขณะที่เธอชอปปิ้ง เธอก็ชอปกระจาย ใช้จ่ายอย่างเมามัน อยากได้อะไรก็ชี้เอา รูดบัตรเป็นว่าเล่น ใช้ชีวิตมีความสุขไปกับการใช้จ่าย เหมือนเป็นการประชดชีวิตที่โดนผู้ชายทิ้ง
ทางด้านพ่อนางเอกได้วีดีโอคอลไปหาเพื่อนที่อยู่จังหวัดเชียงราย เพื่อที่จะเล่าปัญหาเรื่องลูกสาวให้เพื่อนฟัง โดยเพื่อนของพ่อนางเอกคนนี้เป็นพ่อเลี้ยง ชื่อพ่อเลี้ยงศร ทำการเกษตรขนาดใหญ่ที่อำเภอหนึ่ง มีไร่สวนเป็นพันๆไร่ และเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจด้วย ด้านการผลิตสินค้า พ่อนางเอกพูดว่า
“สวัสดีเพื่อน เป็นยังไงบ้าง ธุรกิจเป็นไงราบรื่นดีไหม? “
พ่อเลี้ยงศรเหมือนรู้ทันเพื่อนจึงเอ่ยขึ้นมาว่า
“ แกโทรหาชั้นเพื่อจะมาถามเรื่องแบบนี้หรือไง เราคบกันมาตั้งแต่เล็กๆละนะเพื่อน มีอะไรจะเล่าก็พูดมา “
“ไม่เสียแรงที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งห้าสิบกว่าปีจริงๆเพื่อนรัก (หัวเราะเสียงดัง) ชั้นทุกข์ใจกับยัยหนูของชั้นจริงๆ ชั้นก็หวังว่ามันเรียนจบ มันจะมาช่วยงานที่บ้านบ้าง นี่กลับไปตามตื้อผุ้ชายจนเขาหนีไป ตอนนี้เอาแต่เมาห้วราน้ำทุกวัน จนชั้นจะบ้าตายแล้วเนี่ย”
“เป็นเพราะแกนะแหละ เลี้ยงลูกเหมือนเจ้าหญิงมีอะไรก็หามาประเคนให้ทุกอย่าง เป็นไงละทีนี้5555”
“นี่ชั้นมาปรึกษาหรือให้แกมาสั่งสอนเนี่ย “
“ สงสัยแกคงต้องใช้ไม้แข็งแล้วล่ะเพื่อน ไม่งั้นแกแก้ปัญหานี้ไม่ได้หรอก”
พ่อนางเอกเงียบไปพักนึง จึงตอบกลับไปว่า
“คงถึงเวลาแล้วจริงๆเพื่อน”
ในขณะนั้นแม่เลี้ยง ชื่อแม่เลี้ยงดา ได้ปรากฏตัวเข้ามาในกล้อง เพื่อทักทายพ่อนางเอก พ่อนางเอกจึงได้เรียกแม่นางเอกเข้ามาในกล้องเพื่อพูดคุยกัน ทักทายปราศรัยตามประสาเพื่อนที่รู้จักกันเป็นอย่างดี
เมื่อคุยกับพ่อเลี้ยงศรเสร็จ พ่อนางเอกวางสายแล้วหันมาคุยกับแม่นางเอกว่า
“มันคงถึงเวลาที่ผมต้องใช้ไม้แข็งกับลูกของเราล่ะ ที่รัก คุณก็ต้องใจแข็งด้วยนะ อย่าใจอ่อนเด็ดขาด เข้าใจไหม”
” บอกตัวคุณเองเถอะคะ ลูกเสียคนเพราะใครล่ะ”
”คราวนี้ผมทำจริงนะ เพื่ออนาคตของครอบครัวและบริษัทของเรา ผมต้องทำ”
พ่อนางเอกพูดพลางกำหมัดยกขึ้นไปพลาง ราวกับว่าครั้งนี้เขาพูดจริงทำจริง
พ่อนางเอกจึงได้โทรศัพท์ไปหานางเอก ซึ่งนางเอกกำลังนวดตัวอยู่ที่สปาสุดหรูแห่งหนึ่ง คนติดตามได้แจ้งไปยังนางเอกว่า มีสายเรียกเข้าจากพ่อของนางเอก นางเอกก็นิ่งไปพักหนึ่ง จึงตัดสินใจรับสาย
” คะพ่อ มีอะไรคะ “
“ เมื่อไหร่แกจะกลับมาบ้าน ชั้นมีเรื่องที่จะต้องคุยกับแกหลายเรื่องเลยนะ ชั้นมีแกเป็นลูกสาวคนเดียว แกต้องมาบริหารงานที่บ้านได้แล้ว ชั้นจะให้คนไปรับแกมาพรุ่งนี้ เข้าใจไหม?”
”หนูยังไม่กลับ หนูยังไม่พร้อมทำงาน ตอนนี้กำลังพักร้อนอยู่ อีกไม่กี่วันหนูก็จะกลับอังกฤษแล้ว”
“แกจะกลับไปทำไม ในเมื่อแกดร้อปไปแล้ว ชั้นให้โอกาสแกถึงวันพรุ่งนี้ ถ้าแกไม่กลับแกเจอมาตรการเด็ดขาดจากชั้นแน่นอน ได้ยินไหม?”
นางเอกพูดเสียงดังว่า “หนูไม่กลับ” แล้ววางสายไป
นางเอกหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทุกคนในห้องได้แต่เงียบกริบ ไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ นางเอกพูดออกมาว่า
“พ่ออยากทำสงครามประสาทกับชั้นใช่ไหม ได้!!! แล้วเราจะไ้ด้รู้กัน”
เมื่อพ่อนางเอกวางสายจากนางเอก ได้โทรหาเลขา
"ถ้าพรุ่งนี้นางเอกยังไม่กลับมาบ้านให้จัดการริบทุกอย่างที่นางเอกมี ทั้งรถ วงเงินในบัตร คนติดตาม รวมทั้งโรงเเรมที่นางเอกพักอยู่ ทุกอย่างที่นางเอกใช้ เอามาให้หมด"
สงครามระหว่าง พ่อกับลูก กำลังจะเกิดขึ้น โดยได้กำหนดผู้ชนะไว้แล้ว
วันต่อมาที่ตึกของพ่อนางเอก: ห้องทำงานใหญ่ของพ่อ โต๊ะไม้สักหรูหรา พ่อกำลังนั่งอ่านเอกสารธุรกิจ ขณะที่นางเอกเดินเข้ามาด้วยท่าทีไม่พอใจ
(เสียงเข้ม กดเอกสารลงโต๊ะ) “ไพลิน! แกคิดว่าชีวิตมันมีไว้เพื่อปาร์ตี้ไปวัน ๆ เหรอ? ฉันส่งแกไปเรียนเมืองนอกเพื่อให้กลับมาช่วยงาน ไม่ใช่ให้กลับมาเสียคนแบบนี้!”
(เชิดหน้า น้ำเสียงแข็ง) “หนูไม่ใช่หุ่นเชิดของพ่อนะคะ หนูมีชีวิตของหนูเอง หนูจะทำอะไรก็เรื่องของหนู!”
(ลุกขึ้นยืน ตะโกนเสียงดัง) “เรื่องของแกเหรอ? ทุกอย่างที่แกใช้ ทุกบาททุกสตางค์ มาจากฉันทั้งนั้น! ถ้าไม่มีฉัน แกไม่มีวันได้ใช้ชีวิตหรูหราแบบนี้!”
(น้ำตาคลอ แต่ยังดื้อรั้น) “ใช่! หนูรู้ว่าทุกอย่างมาจากพ่อ แต่พ่อเคยถามหนูบ้างไหมว่าหนูอยากได้อะไรจริง ๆ? พ่อเอาแต่สั่ง เอาแต่บังคับ หนูไม่ใช่เด็กอีกแล้ว!”
(กำหมัดแน่น เสียงสั่นด้วยความโกรธ) “ถ้าแกยังไม่กลับมาเป็นผู้เป็นคน ฉันจะริบทุกอย่างที่แกมี รถหรู บัตรเครดิต โรงแรมที่แกพักอยู่… ฉันจะเอามาให้หมด!”
(นางเอกตะโกนสวนทันที) “ลองดูสิพ่อ! ถ้าพ่ออยากทำสงครามกับหนู… หนูก็พร้อมจะสู้!”
(บรรยากาศในห้องตึงเครียด เสียงหายใจแรง ๆ ของทั้งคู่ดังสะท้อน พนักงานที่อยู่ข้างนอกได้แต่ยืนตัวแข็ง ไม่กล้าเข้ามา)
พ่อยังคงยืนกำหมัดแน่น หลังจากปะทะคารมกับนางเอก นางเอกเดินออกไปด้วยความโกรธ เสียงประตูปิดดังสนั่น
(พ่อนางเอกหันไปทางเลขา เสียงเข้มและเด็ดขาด) “ถ้าพรุ่งนี้ไพลินยังไม่กลับบ้าน… จัดการริบทุกอย่างที่มันมีให้หมด รถหรู วงเงินบัตรเครดิต คนติดตาม รวมทั้งโรงแรมที่มันพักอยู่ ทุกอย่างที่มันใช้ เอามาให้หมด!”
(เลขาตกใจเล็กน้อย แต่รีบตอบ) “ครับท่าน… แล้วเรื่องคนติดตามของคุณหนู จะให้จัดการอย่างไรครับ?”
“ไล่ออกทั้งหมด! ฉันจะไม่ให้มันมีใครตามใจอีกต่อไป”
“รับทราบครับท่าน”
(บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความกดดัน เสียงนาฬิกาเดินติ๊กต่อกดดันยิ่งขึ้น)
“คราวนี้… ฉันจะทำจริง เพื่ออนาคตของครอบครัวและบริษัทของเรา… ถึงมันจะเกลียดฉันไปทั้งชีวิต ฉันก็ยอม”
ที่ใบหน้าพ่อที่เต็มไปด้วยความโกรธปนเศร้า ก่อนตัดไปที่นางเอกที่นั่งร้องไห้ในห้องพักโรงแรม โดยไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้ทุกอย่างที่เธอมีจะหายไป
พนักงานโรงแรม: (เสียงสั่น ๆ) “คุณไพลินครับ… ทางบริษัทได้แจ้งมาแล้วว่า ห้องพักนี้ถูกยกเลิกสิทธิ์การใช้ทันทีครับ”
(ขมวดคิ้ว ตะโกนเสียงดัง) “อะไรนะ! ฉันพักที่นี่มาตลอด ทำไมถึงยกเลิกสิทธิ์ฉันได้!”
(พนักงานโรงแรมก้มหน้า) “คำสั่งมาจากคุณพ่อของคุณครับ… และไม่ใช่แค่ห้องพัก รถที่คุณใช้ คนติดตาม รวมถึงวงเงินบัตรเครดิต… ถูกระงับทั้งหมดแล้วครับ”
(นางเอกชะงัก มือสั่นจนแก้วกาแฟหล่นแตกกับพื้นเสียงสั่น น้ำตาคลอ) “ไม่… ไม่มีทาง… พ่อจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!”
(ทันใดนั้น ผู้ติดตามหญิงที่เคยอยู่ข้าง ๆ เดินเข้ามา ก้มศีรษะ น้ำเสียงเศร้า)
“คุณไพลินคะ… ดิฉันถูกสั่งให้ออกจากงานตั้งแต่วันนี้… ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ดิฉันไม่อยากทิ้งคุณเลย แต่ดิฉันไม่มีทางเลือก”
(นางเอกตะโกนทั้งน้ำตา) “ทุกคน… ทุกคนจะทิ้งฉันไปหมดเลยเหรอ!”
(่นางเอกที่ยืนอยู่กลางล็อบบี้หรูหรา แต่รอบตัวกลับว่างเปล่า ไม่มีใครเหลืออยู่ข้างเธออีกต่อไป)
(พูดกับตัวเองเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด) “พ่อ… ถ้าพ่ออยากเห็นฉันพัง… ฉันจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!”
(เสียงดนตรีดราม่าเข้มข้นดังขึ้น ภาพตัดไปที่นางเอกเดินออกจากโรงแรมด้วยกระเป๋าใบเดียว โลกหรูหราที่เคยมีถูกพรากไปจนหมดสิ้น)
คอนโดหรูใจกลางกรุงเทพฯ ของเพื่อนสนิท
นางเอกลากกระเป๋าใบเดียวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าหงุดหงิดและน้ำตาคลอ เพื่อน ๆ ที่เคยเที่ยวปาร์ตี้ด้วยกันนั่งรออยู่บนโซฟา
เพื่อนคนที่ 1: (รีบลุกขึ้น) “ไพลิน! เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมาคนเดียวแบบนี้?”
(นางเอกโยนกระเป๋าลงพื้น น้ำเสียงสั่น) “พ่อ… พ่อฉันริบทุกอย่างไปหมดแล้ว รถ บัตรเครดิต โรงแรม… ไม่มีอะไรเหลือเลย!”
เพื่อนคนที่ 2: (อึ้ง มองหน้ากัน) “จริงเหรอ… นี่มันโหดไปแล้วนะ”
(นางเอกตะโกนทั้งน้ำตา) “เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นลูกเลย! เขาเห็นฉันเป็นแค่เครื่องมือที่จะต้องกลับไปทำงานให้เขา!”
เพื่อนคนที่ 3: (พยายามปลอบ) “ใจเย็นก่อนนะ… อยู่กับพวกเราก่อนก็ได้ อย่างน้อยเธอยังมีเพื่อน”
(นางเอกหัวเราะทั้งน้ำตานั่งลงบนโซฟา กอดตัวเองแน่น) “ถ้าพ่ออยากเห็นฉันพัง… ฉันจะหาทางยืนขึ้นมาใหม่ให้ได้… ถึงจะไม่มีอะไรเหลือ ฉันก็จะไม่ยอมแพ้”
(บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบ เพื่อน ๆ มองหน้ากันอย่างอึดอัด เพราะไม่รู้จะช่วยเธอได้แค่ไหน)
ตลอดทั้งสัปดาห์โต๊ะกลางเต็มไปด้วยถุงช้อปปิ้งและบัตรเครดิตของเพื่อน ๆ ที่ถูกใช้จนเกือบเต็มวงเงิน
เพื่อน ๆ นั่งล้อมวงกัน สีหน้าเริ่มไม่พอใจ
เพื่อนคนที่ 1: (ถอนหายใจแรง) “ไพลิน… แกอยู่กับพวกเรามาทั้งอาทิตย์แล้วนะ ใช้เงินพวกเราซื้อของ กินหรู เที่ยวหรู… พวกเราเริ่มไม่ไหวแล้วจริง ๆ”
นางเอก: (เชิดหน้า น้ำเสียงแข็ง) “ก็เพราะพ่อมันริบทุกอย่างไปหมดไง! ถ้าฉันยังมีบัตรเครดิต ฉันจะไม่ขอพวกแกหรอก!”
เพื่อนคนที่ 2: (เสียงเข้มขึ้น) “แต่แกต้องเข้าใจนะ… พวกเราไม่ใช่ธนาคาร ไม่ใช่เครื่องรูดบัตรให้แกใช้ชีวิตประชดพ่อไปวัน ๆ”
นางเอก: (ตะโกนสวน) “แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง! พ่อมันไม่เห็นหัวฉันเลย! ฉันจะไม่กลับบ้านเด็ดขาด!”
เพื่อนคนที่ 3: (เสียงอ่อนลง พยายามเกลี้ยกล่อม) “ไพลิน… บางทีการกลับบ้านอาจไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นโอกาสให้แกเริ่มต้นใหม่ก็ได้ แกจะหนีไปเรื่อย ๆ ไม่ได้หรอก”
(นางเอกน้ำตาคลอ แต่ยังดื้อรั้น) “ฉันไม่อยากกลับไปเจอพ่อ… เขาไม่เคยรักฉันจริง ๆ เขาแค่เห็นฉันเป็นทายาทบริษัท!”
เพื่อนคนที่ 1: (จับมือไพลินแน่น) “แต่แกยังมีแม่… ยังมีครอบครัวที่รอแกอยู่ ถ้าแกยังดื้อรั้นต่อไป แกจะเสียทุกอย่างจริง ๆ”
(นางเอกนิ่งไป น้ำตาไหล เธอหันหน้าหนี แต่แววตาเริ่มสั่นไหว เหมือนกำลังคิดหนัก)
(นางเอกเสียงเบา สะอื้น) “ถ้าฉันกลับไป… มันจะไม่ใช่เพราะฉันแพ้… แต่เพราะฉันจะหาทางเอาชนะพ่อให้ได้ในแบบของฉัน”
ฉาก บ้านใหญ่ของครอบครัว บรรยากาศเงียบตึงเครียด พ่อกับแม่รอนางเอกอยู่บนโซฟา นางเอกเดินเข้ามาด้วยท่าทีไม่เต็มใจ กระเป๋าใบเดียวในมือ
(แม่รีบลุกขึ้นมาหาลูก น้ำเสียงอ่อนโยน) “ไพลิน… ในที่สุดลูกก็กลับมา แม่ดีใจนะที่ลูกเลือกกลับบ้าน”
“อย่าคิดว่าหนูกลับมาเพราะยอมแพ้… หนูกลับมาเพราะไม่มีที่ไปต่างหาก!”
(พ่อนางเอกหัวเราะเยาะ เสียงเข้ม) “อย่างน้อยแกก็ยอมกลับมา… แต่จำไว้นะไพลิน ที่นี่ไม่ใช่ที่ให้แกเล่นสนุกเหมือนอยู่กับเพื่อน ๆ อีกต่อไป”
“พ่ออย่าคิดว่าหนูจะยอมทำตามง่าย ๆ! หนูจะหาทางเอาชนะพ่อให้ได้ ถึงพ่อจะริบทุกอย่างไป หนูก็จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!”
(พ่อลุกขึ้นยืน ตะโกนเสียงดัง) “เอาชนะฉันเหรอ? แกยังไม่รู้จักโลกจริง ๆ เลยไพลิน! ถ้าแกยังไม่กลับมาเป็นผู้เป็นคน ฉันจะส่งแกไปอยู่เชียงรายกับพ่อเลี้ยงศร ให้แกได้เรียนรู้ชีวิตจริงเสียที!”
“พ่อจะส่งหนูไปอยู่บ้านนอกเหรอ… ได้! ถ้าพ่ออยากทำสงครามกับหนู เราจะได้รู้กัน!
บทส่งท้าย....เป็นฉากที่เลขาของพ่อแม่นางเอก ได้ไปพบแฟนของนางเอก ที่อังกฤษ พร้อมกับยื่นซองเอกสารให้ แล้วพูดว่า
”กรุณาทำตามที่ตกลงกับท่านประธานด้วยนะครับ “
แฟนนางเอกรับมาแล้วก็ทำหน้าเคร่งเครียด โดยไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ ราวกับอีกใจนึงก็ไม่อยากจะรับข้อเสนอของพ่อแม่นางเอกสักนิดเลย แต่ก็ต้องจำใจรับเพื่ออนาคต และเป้าหมายของตัวเอง
แนวคิด
นิยาย
ซีรีย์
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา EP.1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย