Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา
•
ติดตาม
7 ก.พ. เวลา 03:44 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา EP.2
ที่ห้องนอนของนางเอก บนเตียงอันใหญ่โต นางเอกยังคงนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่มสีขาวอย่างสงบ พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
"คุณหนูคะ ได้เวลาตื่นนอนแล้วนะคะ คุณหนู" เป็นเสียงของแม่บ้าน
แม่บ้านเปิดประตูเข้ามาในห้องมาดึงผ้าห่ม และดึงนางเอกลุกขึ้นนั่งกลางที่นอน นางเอกคงยังนั่งหลับตาอยู่เลย
"รีบไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปทานอาหารเช้าเถอะคะ ก่อนที่คุณผู้หญิงจะเข้ามาตามเองนะเดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่อีก"
นางเอกไปคว้าเอวแม่บ้านมากอด กอดด้วยความรู้สึกอ่อนแอ แม่บ้านกอดนางเอกกลับ พลางพูดว่า
"คงจะเหนื่อยมากเลยสินะคะ ที่จริงคุณหนูของป้าเป็นคนเก่งมากๆเลยนะ รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย หือ"
แม่บ้านพูดด้วยพลางลูบหัวนางเอกไปด้วย นางเอกก็ยังคงกอดแม่บ้านไว้แน่น แม่บ้านเอื้อมมือมาจับไหล่นางเอก แล้วพูดว่า
"ไหนขอดูหน้าคนเก่งของป้าหน่อยซิ เนี่ย..อีกหน่อยบ่าสองข้างนี่ต้องแบกภาระอันยิ่งใหญ่มากเลย สักวันคุณหนูจะเข้าใจคุณผู้หญิงอีกเยอะแน่นอน ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ"
แม่บ้านผลักดันนางเอกไปเข้าห้องน้ำแล้วยิ้มตามไปด้วย เมื่อนางเอกเดิมลงมาชั้นล่าง ที่โต๊ะอาหารมีพ่อและแม่ของนางเอกนั่งทานข้าวอยู่ นางเอกจึงไปนั่งอีกฝั่งตรงข้ามกับแม่นางเอก แม่นางเอกได้เอ่ยขึ้นว่า
"กินข้าวซะลูก วันนี้มีข้าวต้มกุ้งของโปรดของหนูเลยนะ"
"หนูยังไม่หิว ขอแค่กาแฟดีกว่า ป้าแหม่ม ขอกาแฟแก้วนึงคะ"
ระหว่างที่่กำลังรอกาแฟนั้น นางเอกได้พูดกับแม่ของเธอว่า
"หนูขอกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษให้จบนะคะ ตอนนี้ยังไม่พร้อมที่ทำงาน ถ้าเรียนจบแล้วหนูค่อยกลับมาทำงานละกัน"
เมื่อแม่ของนางเอกได้ยินแบบนั้น เธอหยิบไอแพดส่งให้นางเอกดูรูปที่อยู่ในนั้น พร้อมกับพูด ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างเสียงดังว่า
"ถ้าแกคิดจะไปตามหาท็อปละก็ ดูรูปซะ!!! ถ้าเขารักแกจริงคงไม่ทำแบบนี้หรอก เขาเห็นแกเป็นแค่บันไดไปสู่ความสำเร็จเท่านั้น เมื่อไหร่จะตาสว่างสักที.."
นางเอกมองดูรูปที่อยู่ในไอแพด เป็นรูปของอดีตแฟนของนางเอกกำลังเดินจูงมือกับผู้หญิงฝรั่ง ผมทองอย่างสนิทสนม นางเอกก้มมองรูปอย่างสงบเยือกเย็น ไม่มีคำพูดใดๆออกจากปากเธอ อีก แม่นางเอกได้พูดต่ออีกว่า
"ถึงเวลาที่แกต้องตัดใจจากผู้ชายคนนี้ได้ละ เป็นผู้ใหญ่สักที แกเป็นลูกสาวคนเดียว ของฉัน ไม่ให้แกรับภาระดูแลบริษัท แล้วฉันจะไปให้ใครดูแลละ ห๊ะ ตอบมาสิ"
"โธ่ คุณก็พอได้ละ ลูกน่าจะเข้าใจอะไรต่ออะไรแล้ว อย่าต่อว่าลูกอีกเลยค่อยพูดค่อยจากันดีกว่านะ"
พ่อนางเอกหันมาพูดกับนางเอกว่า
"พรุ่งนี้ลุงศรกับป้าดาจะบินลงมารับหนูเองเลยนะ ไปฝึกงานไม่นานหรอก สักสามสี่
เดือนพ่อกับแม่จะขึ้นไปรับหนูกลับมาเอง คิดซะว่าไปพักผ่อนสมอง ไปดูว่ากิจการของครอบครัวเราเป็นยังไงก็พอแล้วเนอะ"
นางเอกลุกขึ้นยืนเเละได้พูดขึ้นว่า
"หนูเข้าใจแล้วค่ะ แต่วันนี้หนูขอออกไปข้างนอกหน่อยนะคะ พรุ่งนี้จะกลับ"
พูดเสร็จก็เดินออกไปเปิดประตูใหญ่ โดยมีแม่เรียกนางเอก และเดินตามหลังไป แต่เธอก็ไม่หัน
หลังกลับมามองเลย สักพักได้ยินเสียงรถยนต์ขับออกจากบ้านไป
แม่นางเอกพึมพำกับตัวเองว่า : ฉันจะทำยังไงกับลูกคนนี้ดีเนี่ย เฮ้อออ
ที่ชายทะเลอันสวยงาม รถของนางเอกจอดอยู่ริมถนน เธอนั่งอยู่ในรถสายตามองไปที่ขอบฟ้า ภายในใจมีคำถามมากมายที่หาคำตอบไม่ได้ นางเอกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเข้าไปดูรูป
ระหว่างเธอกับแฟนเก่าของเธอ เธอรู้สึกว่าเหมือนกำลังหลงทาง และมันช่างอ้างว้างเหลือเกิน
เช้าวันต่อมา นางเอกได้ขับรถกลับเข้ามาที่บ้าน มาถึงก็เดินมาเจอกับแม่ที่นั่งรอเธออยู่ ที่โซฟากลางบ้าน แม่นางเอกจึงเรียกนางเอกมานั่งด้วย และได้เอ่ยขึ้นว่า
"แม่ได้สั่งให้เตรียมกระเป๋าเรียบร้อยแล้วนะ ลองไปเช็คดูอีกรอบแล้วกัน ว่ามีอะไร
ต้องเอาไปเพิ่มอีก ไปแค่ไม่กี่เดือนเอาไปสักสองสามกระเป๋าก็น่าจะพอแล้วมั้งเนอะ"
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอกลับไปที่ห้องก่อนนะคะ"
พูดเสร็จแล้วเดินขึ้นไปที่ห้องของเธอ ล้มตัวลงนอน เหมือนคนที่ใกล้หมดแรงเต็มทีแล้ว
เวลาผ่านไปสักครู่ คนขับรถที่ไปรับพ่อเลี้ยงศรที่สนามบิน ได้ขับเข้ามาถึงบ้านของนางเอก
โดยการมาครั้งนี้ มากันสามคน มีพ่อเลี้ยงศร แม่เลี้ยงดา และผู้ช่วยของพ่อเลี้ยง ชื่อ ทอง ตอนนี้ตรงหน้าบ้านมีพ่อของนางเอก และแม่ของนางเอกยืนต้อนรับอยู่
"เป็นไงบ้างเพื่อน นานๆจะมากรุงเทพสักที" พ่อนางเอกทักทายเพื่อนเก่า
"รถยังติดเหมือนเดิมนะสิ นั่งจนรากจะงอกแล้วเนี่ย ฮ่าๆๆๆ"
"พรุ่งนี้ค่อยกลับดีไหมเพื่อน ฉันมีไวน์ชั้นเลิศไว้ให้แกด้วยนะ"
"ไม่น่าจะได้หรอกคะ ดูสายตาของคุณหญิงก่อนสิคะ พร้อมจะพิฆาตแล้ว"แม่เลี้ยงดาดักคอบรรดาสามีก่อน แม่เลี้ยงพูดเสร็จ ทั้งสี่คนก็หัวเราะพร้อมกันทันที หลังจากนั้นพากันเข้าไปนั่งโซฟาในบ้าน
"แล้วตอนนี้หนูลินอยู่ไหนแล้วล่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลย น่าจะสวยขึ้นเป็นกองแล้ว"พ่อเลี้ยงศรทักหานางเอก
"นั้นสิคะกี่ปีแล้วเนี่ยที่หนูลินไปเชียงราย น่าจะสิบกว่าปีละมั้ง"
พลันมีหนึ่งเสียงสอดแทรกขึ้นมา
"น่าจะตอนหนูอายุ 14 นะคะ คุณลุงคุณป้า สวัสดีคะไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ"
นางเอกพูดพร้อมกับยกมือไหว้พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงอย่างสุภาพนอบน้อม และเข้าไปนั่งข้างแม่เลี้ยงสวมกอดอย่างอบอุ่น แม่เลี้ยงก็สวมกอดนางเอกพลางลูบหัวอย่างเอ็นดู
" ตายแล้ว ทำไมหลานสาวของฉันถึงได้เป็นสาวสวยขนาดนี้เนี่ย ดูผิวพรรณสิ ช่างละมุนเหลือเกิน"
"งั้นเดี๋ยวเรามาทานข้าวกันก่อนไหม ฉันได้ให้เด็กเตรียมอาหารรอไว้แล้วล่ะ"
"คงจะไม่ล่ะเพื่อน ระหว่างทางฉันกับดากินอาหารบนเครื่องมาละ ตั้งใจมารับยัยหนูแล้วก็จะกลับ เพราะยังมีงานด่วนรอเพียบเลย"
"อ่อๆ งั้นก็ไม่เป็นไร เสียดายอุตส่าห์ได้เจอกันทั้งที"
"เรายังมีโอกาสเจอกันอีกเยอะน่าเพื่อน ไว้รอบหน้าจัดชุดใหญ่แน่นอน"
ขณะที่ไปส่งพวกของนางเอกขึ้นรถ ตอนนั้นเหลือแค่พ่อเลี้ยงยังยืนคุยกับพ่อแม่นางเอกอยู่
"พี่ศรคะ ฉันมีอะไรต้องห่วงเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนนั้นบ้างไหมคะ"
"คงหมายถึง เจ้าเพชรสินะ แหมๆ ไม่มีอะไรเล็ดลอดสายตาของคุณหญิงไปได้สักนิดเลยนะครับ เจ้าเพชรเป็นเด็กดีมากๆ คอยช่วยงานผมอย่างดีมาตลอด ไม่เคยทำให้ผิดหวังสักครั้ง และคงจะรวมถึงครั้งนี้ด้วย คุณหญิงสบายใจได้เลย ผมรับประกันให้ครับ"
แม่นางเอกนิ่งเงียบ พ่อเลี้ยงศรจึงขอตัวกลับ ขึ้นรถแล้วออกจากบ้านไป โดยยังมีพ่อและแม่ของนางเอกยืนมองตามรถ ด้วยความห่วงใยลูกสาว
"คุณอย่าคิดล่วงหน้าไปเยอะเลย ลูกเราไม่ใช่คนที่จะรักจะชอบใครง่ายๆ คุณก็น่าจะรู้ดีที่สุด"
"ฉันไว้ใจลูกของฉัน แต่ฉันไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น รวมทั้งคุณด้วย ชิ"
แม่นางเอกพูดเสร็จก็เดินตัวปลิวเข้าบ้านไป ทิ้งให้พ่อนางเอกทำหน้าเหวออยู่อย่างนั้น
ที่จังหวัดเชียงราย ....
รถของพ่อเลี้ยงแล่นเข้าสู่ไร่กว้างใหญ่ที่โอบล้อมด้วยภูเขาและทุ่งนาเขียวขจี นางเอกนั่งอยู่เบาะหลังกับแม่เลี้ยงดา ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและก็ได้พูดขึ้นว่า
"ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะ ต่างจากตอนนั้นลิบลับเลย หนูเพิ่งนึกขึ้นได้อีกอย่าง ตอนนี้พี่ณัฐยังอยู่กับคุณลุงคุณป้าไหมคะ?"
"ตอนนี้พี่ณัฐได้ไปบวชอยู่วัดป่าแถวนี้แหละลูก บวชไปก็เกือบจะห้าปีแล้ว ป้าก็หนักใจอยู่ว่าจะสึกตอนไหน"
"อ้าว งั้นตอนนี้ใครคอยช่วยงานคุณลุงละคะ ได้ยินว่างานทางนี้เยอะมากนี้คะ"
"ก็ได้ครอบครัวของนายทองคนนี้แหละ ที่คอยช่วยงานมาตลอด อยู่ด้วยกันมาก็จะสิบปีแล้วเนอะ ทอง"
"ครับพ่อเลี้ยง สวัสดีครับคุณหนู ผมชื่อทองครับ"
"อ่อ สวัสดีคะ"
เมื่อรถมาถึงบ้านไร่ บ้านไร่ที่นี่มีลักษณะกว้างใหญ่ไพศาล มีบ้านหลังใหญ่อันสวยงามทรงฝรั่งสองชั้นตั้งตระหง่านอยู่บนเนินไม่สูงมากนัก ซึ่งมีบันไดปูนปูกระเบื้องลาดยาวไปถึงปากประตูใหญ่ สองข้างทางของบันได มีดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง เป็นภาพที่สวยงามมากเลย พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงลงจากรถด้วยรอยยิ้มใจดี ตรงหน้าบ้านมีผู้หญิงวัยกลางคนยืนรออยู่ เมื่อทั้งหมดลงจากรถ โดยมีพ่อพระเอกไปยกกระเป๋าเข้าไปเก็บไว้ในบ้าน
"นี่ชื่อ บัวนะ เป็นภรรยาของนายทอง และเป็นคนดูแลบ้านให้ป้าด้วย อ้อ มีลูกสาวด้วยอีกคน ชื่อพลอย ตอนนี้น่าจะอยู่ทำงานที่ออฟฟิสเนอะ"
แม่เลี้ยงพยายามพูดปลอบใจว่า
“อยู่ที่นี่สักพักนะลูก จะได้พักใจและเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ”
นางเอก(พูดแบบยิ้มแห้งๆ):คะ หนูอยู่ได้อยู่แล้ว มาถึงขนาดนี้คงไม่มีทางถอยแล้วมั้งคะ
จากนั้นทั้งหมดพากันเข้าไปในบ้าน เมื่อได้เข้ามาข้างในบ้าน แม่เลี้ยงได้บอกให้แม่พระเอกพานางเอกไปดูห้องนอนของเธอที่อยู่ชั้นสองของบ้าน ส่วนพ่อเลี้ยงได้ใช้วิทยุสื่อสารเรียกคนคนหนึ่งขึ้้นว่า
” เพชรอยู่ไหน มาหาพ่อเลี้ยงที่บ้านหน่อย “
จากนั้นก็มีเสียงตอบกลับมาว่า
"กลับมาแล้วหรือครับพ่อเลี้ยง ตอนนี้ผมอยู่ที่สวนส้มเดี๋ยวสักครู่ผมเข้าไปครับ"
เวลาผ่านไปราวสักห้านาที ก็ได้มีเสียงเปิดประตู มีร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูง ผมเผ้ารุงรังนิดหน่อย แต่ก็ผิวขาวถึงแม้จะทำงานตากแดด แต่เหมือนแสงแดดไม่สามารถทำลายสีผิวของเขาได้ ใบหน้าได้รูป คิ้วหนา ตากลมสวย จัดว่าเป็นคนที่หล่อมากคนหนึ่ง
"ผมมาแล้วครับพ่อเลี้ยง"
จังหวะนั้นนางเอกกำลังเดินลงบันไดมาพอดี ทั้งสองจึงมองหน้ากันแปปนึง ก่อนพระเอกจะพูดขึ้นว่า
"สวัสดีครับคุณหนูไพลิน ผมชื่อเพชรครับ"
นางเอกไม่ตอบกลับ และได้มานั่งเก้าอี้ ข้างๆพ่อเลี้ยงศร
"ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เพชรจะเป็นคนคอยสอนงานทั้งหมดให้หนูลินนะ จะให้พาไปดูทุกกิจการของเราว่ามีอะไรบ้าง ทั้งสวนผลไม้ โรงงาน ไร่ชา กาแฟ รวมถึงงานออฟฟิสทั้งหมด มีอะไรไม่เข้าใจตรงไหน ก็ถามเพชรเขาได้เลยนะลูก"
"งั้นตอนนี้หนูขอไปดูสวนผลไม้ก่อนละกันค่ะ อยากสุดอากาศดีๆสักหน่อย"
พ่อเลี้ยงศรส่งสายตาให้พระเอก ประมาณว่าตามใจนางเอกหน่อย
"เชิญคุณหนูตามผมมาได้เลยครับ ผมจะพาไปชมสวนส้มก่อนละกัน"
จากนั้นทั้งสองคนได้พากันออกจากบ้าน นางเอกได้เจอกับม้าสีน้ำตาลตัวหนึ่ง ลักษณะสวยงามมาก รูปร่างปราดเปรียว ท่าทางแข็งแรง
"ผมขอเอาม้าไปเก็บก่อนนะครับ จะไปเปลี่ยนเอารถยนต์มารับคุณหนูแทน"
"ที่นี่มีม้ากี่ตัว พาฉันไปดูหน่อยสิ ฉันอยากเห็น"
พระเอกทำหน้างงๆ แต่ก็จูงม้า พร้อมกับพานางเอกไปคอกม้าด้วยกัน เมื่อมาถึงคอกม้านางเอกได้เจอม้าสีดำตัวใหญ่ที่ผูกไว้ข้างนอกคอกม้า และอยู่ข้างในคอกม้าอีกสองตัว
นางเอกมองไปที่ม้าตัวใหญ่สีดำ พร้อมกับพูดว่า
"ม้าตัวนี้ฉันขี่มันได้ไหม มันชื่ออะไรหรอ?"
"มันชื่อ เจ้านิล ครับ คุณหนูขี่ม้าเป็นด้วยหรอเนี่ย?"
นางเอก(ยิ้มนิดๆ)" ฉันก็ทำได้ทุกอย่าง เหมือนที่คุณหนูทั่วไปทำกันนั้นแหละ ไม่แปลกตรงไหนหรอก"
พระเอกนิ่งเงียบไป แล้วเดินไปหยิบอานม้ามาพาดหลังม้าสีดำตัวนั้น เพื่อให้นางเอกขึ้นขี่ เมื่อนางเอกขึ้นขี่ได้ เธอค่อยๆบังคับม้า เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยก่อนที่เธอจะควบม้าวิ่งออกไปอย่างชำนาญ พระเอกเมื่อเห็นนางเอกควบม้าออกไปก่อนแล้ว พระเอกก็ควบม้าวิ่งตามนางเอกไป เมื่อวิ่งตามนางเอกทันได้พูดขึ้นว่า
"ตามผมมาครับ จะพาไปดูสวนส้มที่คนงานกำลังทำงานอยู่"
ทั้งสองคนพากันไปที่สวนส้มที่คนงานกำลังลำเลียงส้มขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ เมื่อคนงานเห็นนางเอก ต่างก็พายกมือไหว้นางเอก บางคนก้มหัวลงเล็กน้อยคล้ายการทำความเคารพ
"ทุกคนเหมือนจะรู้เลยว่าฉันเป็นใคร ดูเหมือนจะเกรงๆฉันด้วย"
"ทุกคนรู้จักคุณหนูแล้วครับ เพราะพ่อเลี้ยงได้ประกาศไว้แล้วว่า ต่อไปนี้ลูกของท่านประธานจะมาดูงานที่นี่ สักสี่ห้าเดือน ขอให้ทุกคนให้เกียรติคุณหนูด้วย"
"ฉันเข้าใจละ แล้วเราจะไปไหนกันต่อล่ะ"
"ตอนนี้มันเกือบเย็นแล้ว งั้นผมพาไปดูวิวบนยอดดอยน้อยแล้วกันครับ"
พระเอกได้พานางเอกควบม้าขึ้นไปบนยอดดอยน้อย ซึ่งระหว่างทางที่ไปมีไร่ชาเรียงรายไปตลอดทาง นางเอกก็มองด้วยความชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ เมื่อถึงยอดดอยนางเอกได้เห็นวิวอันสวยงามของบ้านไร่ มันช่างเป็นภาพที่สวยงามเหลือเกิน นางเอกเหลือบไปเห็นบ้านอีกหลังหนึ่ง ถัดจากบ้านของพ่อเลี้ยงซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกันเท่าไร จึงถามพระเอกไปว่านั้นบ้านของใคร
"นั้นเป็นบ้านที่พ่อเลี้ยงสร้างไว้รับรองแขก แต่ตอนนี้เป็นบ้านที่ผมเองพักอาศัยอยู่"
"แล้วครอบครัวของนายล่ะ ก็อยู่ด้วยกันที่่นี่หรอ?"
"เปล่าครับ ผมพักแค่คนเดียว ส่วนครอบครัวของผมมีบ้านอีกหลังอยู่ในหมู่บ้านห่างจากที่นี่ไม่ไกลเท่าไร พ่อให้ผมอยู่ที่นี่คอยดูแล พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยง เผื่อพวกเขาเรียกใช้ด้วยครับ ผมว่าตอนนี้เราควรลงจากดอยได้ละ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงจะเป็นห่วงคุณหนู"
ทั้งสองคนพากันควบม้ากลับมาที่คอกม้า ส่วนนางเอกเดินกลับไปที่บ้านเพื่อพักผ่อน ปล่อยให้พระเอกจัดการกับม้าคนเดียว พระเอกได้แต่มองตามหลังนางเอก และก็คิดไปด้วยความสงสัยหลายๆอย่าง
ค่ำคืนวันนั้น หลังจากที่ทั้งคู่กลับจากบนดอยน้อย บรรยากาศในไร่เริ่มสงบลง เสียงจักจั่นดังระงม ท่ามกลางท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นดำมืดสนิท มองเห็นดาวอย่างชัดเจน พระเอก “เพชร” กำลังนั่ง ซ่อมแซม รถ ATV อยู่ในโรงจอดรถ ส่วน “ไพลิน” นางเอกเดินออกมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้าแต่ยัง คงเชิดหน้า เธอหยุดยืนมองเขาสักพัก ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งประชดกึ่งเหนื่อยใจ
“นายทำงานทั้งวันไม่เหนื่อยบ้างหรือไง…”
เพชรเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยิ้มบาง ๆ แต่ยังคงมือทำงานต่อ
“ไม่ครับ ผมชินแล้ว”
นางเอกนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ ๆ พลางถอนหายใจ เธอพูดออกมาเหมือนบ่นกับตัวเองมากกว่าคุยกับเขา
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจริงมันจะเป็นแบบนี้…ก่อนหน้านี้ทุกอย่างมันง่ายไปหมด แค่พูดก็มีคนทำให้”
เพชรหยุดมือชั่วครู่ แล้วหันมามองเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ
“บางทีความง่ายนั่นแหละ ที่ทำให้คุณไม่รู้ว่าตัวเองมีแรงแค่ไหน”
คำพูดนั้นทำให้นางเอกเงียบไป เธอไม่ตอบ แต่สายตาเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย ราวกับกำลังคิดตาม บรรยากาศรอบ ๆ มีลมเย็นพัดผ่าน กลิ่นดินและหญ้าลอยมาแตะจมูก นางเอกมองพระเอกที่ยัง คงตั้งใจซ่อมรถด้วยความจริงจัง เธอรู้สึกแปลก ๆ ในใจ เหมือนกำลังเห็นโลกอีกแบบที่ไม่ เคยสัมผัสมาก่อน
(พึมพำเบา ๆ): “บางที…มันก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่”
เพชรเหลือบตามองเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้ความเงียบและเสียงจักจั่นเป็นบทสนทนา ที่แท้จริงในค่ำคืนนั้น
นี่คือฉากสนทนาตอนเย็นที่เริ่มเผยให้เห็นรอยร้าวเล็ก ๆ ในกำแพงของนางเอก และเป็นครั้งแรก ที่เธอเริ่มเปิดใจเล็กน้อยต่อโลกใหม่และต่อพระเอก บรรยากาศมืดสนิท นางเอกเธอไม่เคยชิน กับความมืดที่มีเพียงแสงดาวและแสงจันทร์ส่องลงมา เธอรีบหันไปหาพระเอกด้วยน้ำเสียงเย็น ชาว่า
"ฉันง่วงละ ไปนอนก่อนนะ"
"พระเอก: เดี๋ยวผมเดินไปส่งครับ"
นางเอกไม่ตอบเเต่เดินนำหน้าพระเอกไปก่อน ระหว่างทางนางเอกสะดุดก้อนหินเกือบล้ม เพชรรีบคว้าแขนเธอไว้ทัน
"ระวังหน่อยครับ ทางมันไม่เรียบเท่าไหร่"
(ตอบเสียงเบาๆ): “…ขอบคุณ"
นางเอกแอบมองเพชรในความมืดที่มีแสงไฟส่องใบหน้าเขา รู้สึกถึงความมั่นคงและอบอุ่นที่ไม่ เคยสัมผัสมาก่อน นี่คือครั้งแรกที่เธอเริ่มเปิดใจจริง ๆ และเป็นการสร้างสายสัมพันธ์เล็ก ๆ ที่จะ
ค่อย ๆ เติบโตในตอนต่อไป
บทส่งท้าย
เป็นภาพนางเอกยืนอยู่บนระเบียงห้องนอน ในขณะที่เธอกำลังมองไปยังทิวเขาที่มีไร่ชาเรียงรายอยู่ จู่ๆมีชายหนุ่มคนหนึ่งควบม้ามาทางที่เธออยู่ เมื่อเขามาถึงก็ได้ลงจากหลังม้า และหันไป มองนางเอกที่อยู่บนระเบียงบ้าน ระหว่างที่สายตาของคนทั้งสองสอดประสานกัน ราวกับว่าเวลา ของโลกใบนีได้หยุดนิ่ง เพื่อที่จะให้คนทั้งสองได้ศึกษาส่วนลึกของหัวใจของกันและกัน
นิยาย
แนวคิด
ซีรีส์
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
รักวุ่นวายของไฮโซตัวร้ายกับนายบ้านนา EP.1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย