7 ก.พ. เวลา 06:33 • หนังสือ

#29 9️⃣การเปลี่ยนแปลงที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกสิ่ง —

บทที่ 1️⃣9️⃣ การเดินทางอันเป็นนิรันดร์ของวิญญาณ (2) : สามอาณาจักรในพระอาณาจักรของพระเจ้า
💟 ผู้แปล : คุณ♾️อุดม
. . .
. . .
. . .
เมื่อคุณพร้อม จงเริ่มบทนี้ที่ . . .
❝ ได้โปรด คำตอบของคุณ คือ . . . ❓❞
ชีวิตของผมเปลี่ยนทิศทางอย่างสิ้นเชิงเมื่อผมตอบคำถามเหล่านี้:
1. Who I am?
2. Where am I?
3. Why am I where I am?
4. What am I doing here?
1. ฉันคือใคร?
2. ฉันอยู่ที่ไหน?
3. ทำไมฉันจึงอยู่ในที่ที่ฉันอยู่?
4. ฉันกำลังทำอะไรที่นี่?
จริงๆแล้ว ผมไม่ได้ตอบคำถามเหล่านี้ ผมถามมัน ผมเข้าไปข้างในสู่แหล่งกำเนิดภายในและตั้งคำถามเหล่านี้ นี่คือคำตอบที่ผมได้รับ :
1. คุณคือการแบ่งภาคของความศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงสิ่งเดียว และทุกสิ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งเดียวนั้นที่เป็น(มี)อยู่ ชีวิตคือพระเจ้าที่กำลังแสดงตัวตน คุณเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ดังนั้น คุณจึงเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า วิธีเดียวที่สิ่งนี้จะไม่จริงก็คือถ้าชีวิตและพระเจ้าแยกจากกันด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งสิ่งเช่นนั้นเป็นไปไม่ได้
2. คุณอยู่ในอาณาจักรแห่งกายภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่คุณเรียกว่าสวรรค สิ่งที่น่าเศร้าก็คือคุณไม่คิดว่าคุณอยู่ในสวรรค์ และดังนั้นความจริงที่คุณจินตนาการคือคุณต้องไปให้ถึงที่นั่น ความจริงแล้ว ไม่มีอะไรที่คุณต้องทำ ไม่มีอะไรที่คุณต้องเป็น และไม่มีที่ไหนที่คุณต้องไปเพื่อประสบกับสวรรค์
เพียงแค่มองขึ้นไปในคืนที่มีดวงดาว หรือมองออกไปที่มหาสมุทรที่มีฟองคลื่น หรือมองไปที่เส้นขอบฟ้าในยามพลบค่ำหรือรุ่งอรุณ หรือแม้กระทั่งมองเข้าไปในดวงตาของคนที่คุณรัก คุณอยู่ในสวรรค์แล้ว และคุณกำลังเรียกมันว่าอย่างอื่น และคุณกำลังทำตัวราวกับว่ามันเป็นอย่างอื่น และแน่นอน คุณได้สร้างมันให้เป็นอย่างอื่น
#อาณาจักรแห่งกายภาพ (The Realm of the Physical) เป็นหนึ่งในสามอาณาจักรในความเป็นจริงไตรภาคที่คุณเรียกด้วยชื่อต่างๆ รวมถึง สวรรค์ แดนสุขาวดี นิพพาน ชีวิต(โลก)หลังความตาย อาณาจักรของพระเจ้า ฯลฯ
อีกสองอาณาจักรคือ : #อาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ (The Realm of the Spiritual) และ #อาณาจักรแห่งจิตวิญญาณกายภาพ (The Realm of the Spirisical-สะปิริซิคอล)(ซึ่งเป็นจุดระหว่างทั้งสอง) ให้ลองนึกถึงสิ่งนี้เป็นเลข 8 ที่นอนตะแคง
องค์รวมทั้งหมดของความเป็นตัวคุณนั้นอยู่ในการเดินทางอันเป็นนิรันดร์จากอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณสู่อาณาจักรแห่งกายภาพและกลับไปกลับมา อาณาจักรแห่งจิตวิญญาณกายภาพอยู่ที่จุดตัดระหว่างสองอาณาจักรนี้
(ภาพประกอบนี้ถูกมอบให้ผมเพื่อเป็นการจำลองอย่างง่ายเพื่อช่วยให้จิตใจของผมสามารถจับข้อมูลที่ไม่สามารถมองเห็นได้จริง เนื่องจากอยู่นอกเหนือประสบการณ์ของมนุษย์ เลข 8 ที่นอนตะแคง—ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ—เป็นสัญลักษณ์สากลของความไม่มีที่สิ้นสุด)
ในอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ ทุกสิ่งดำรงอยู่ในรูปแบบสัมบูรณ์ ในขณะที่ในอาณาจักรแห่งกายภาพ สิ่งต่างๆดำรงอยู่ในรูปแบบสัมพัทธ์ ในอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ ทุกสิ่งเป็นสิ่งที่มันเป็นอย่างสมบูรณ์ ในอาณาจักรแห่งกายภาพ สิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่มันเป็นโดยสัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆที่ไม่ใช่สิ่งที่มันเป็น
ดังนั้น ใหญ่และเล็ก จึงไม่มีอยู่ในอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ แต่มีเฉพาะในอาณาจักรแห่งกายภาพ ที่นี่และที่นั่น เช่นเดียวกัน ไม่มีอยู่ในอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ แต่มีเฉพาะในอาณาจักรแห่งกายภาพ เช่นเดียวกับ ตอนนี้และตอนนั้น เร็วและช้า ชายและหญิง บนและล่าง สว่างและมืด ดีและชั่ว ความรักและความกลัว . . . สิ่งเหล่านี้ไม่มีอยู่ในอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ แต่มีเฉพาะในอาณาจักรแห่งกายภาพ
ในอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ มันเป็นที่นี่และเดี๋ยวนี้เสมอ และมีเพียงแสงสว่างและความรักเท่านั้น ดังนั้น เราสามารถเปลี่ยนชื่อของอาณาจักรเหล่านี้ โดยเรียกว่า…
The Realm of the Absolute
The Realm of the Relative
“#อาณาจักรแห่งความสัมบูรณ์”
“#อาณาจักรแห่งความสัมพัทธ์”
ในอาณาจักรแห่งความสัมบูรณ์ คุณรู้ทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์ และรู้มันอย่างสมบูรณ์ แต่คุณไม่สามารถประสบกับสิ่งที่คุณรู้ได้ เพราะไม่มีสิ่งอื่นใดอีก ตัวอย่างเช่น คุณอาจรู้ว่าคุณคือความรัก แต่คุณไม่สามารถประสบกับตัวเองในฐานะความรักได้ เพราะไม่มีสิ่งใดที่ไม่ใช่ความรัก
คุณสามารถรู้ว่าตัวเองคือแสงสว่าง แต่คุณไม่สามารถประสบกับตัวเองในฐานะแสงสว่างได้ เพราะไม่มีสิ่งใดนอกจากแสงสว่าง
คุณสามารถรู้ว่าตัวเองคือความดี แต่คุณไม่สามารถประสบกับตัวเองในฐานะความดีได้ เพราะความชั่วไม่มีอยู่
สูตรคือ :
❝ IN THE ABSENCE OF THAT WHICH YOU ARE NOT THAT WHICH YOU ARE IS NOT
#ในความไม่มีอยู่ของสิ่งที่คุณไม่ได้เป็น
#สิ่งที่คุณเป็นก็ไม่ได้เป็น ❞
นั่นคือ มันไม่สามารถถูกทำให้เป็นจริงในประสบการณ์ของคุณได้ คุณสามารถรู้จักตัวเองในเชิงแนวคิด แต่คุณไม่สามารถรู้จักตัวเองผ่านประสบการณ์ได้ คุณสามารถนึกถึงตัวเองในแบบหนึ่งได้ แต่คุณไม่สามารถประสบกับตัวเองที่เป็นแบบนั้นได้เพราะไม่มีสิ่งอื่นใดนอกจากสิ่งที่คุณเป็น
⭕ นี่คือ #ปริศนาของพระเจ้า : พระเจ้าจะประสบกับตัวเองได้อย่างไร? ก็ด้วยการไม่เป็นพระเจ้า
เว้นแต่พระองค์จะไม่ใช่พระเจ้า (นั่นคือ ไม่ใช่องค์รวมทั้งหมดของตัวเอง) พระเจ้าสามารถเข้าใจว่าตัวเองยิ่งใหญ่ แต่พระเจ้าไม่สามารถประสบกับการเป็นเช่นนั้นได้ อีกครั้ง . . . ทำไมล่ะ? เพราะไม่มีสิ่งอื่นใดนอกจาก “ความยิ่งใหญ่” ในอาณาจักรแห่งความสัมบูรณ์
พระเจ้าสามารถเข้าใจว่าตัวเองมหึมา ไม่มีที่สิ้นสุด และไร้กาลเวลา แต่แนวคิดเหล่านี้ไม่มีความหมายเพราะไม่มีสิ่งใดที่ไม่ “มหึมา” “ไม่มีที่สิ้นสุด” และ “ไร้กาลเวลา” พระเจ้าสามารถเข้าใจว่าตัวเองทรงพลังทั้งมวล แต่พลังไม่สามารถถูกประสบได้ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่พลังสัมบูรณ์ในระดับที่เท่ากัน
เนื่องจากพระเจ้าปรารถนาที่จะรู้จักตัวเองผ่านประสบการณ์เช่นเดียวกับผ่านแนวคิด พระเจ้าจึงสร้างสถานที่ในอาณาจักร (หรือถ้าคุณต้องการ ในความจริงสูงสุด) ที่ซึ่งทุกสิ่งที่พระเจ้าเป็นสามารถถูกประสบได้เช่นเดียวกับถูกรู้
พระเจ้าทำสิ่งนี้โดยแบ่งตัวเองออกเป็นจำนวนมากจนเกินจะนับส่วน หรือ(สร้าง)มุมมองอันนับไม่ถ้วนของตัวเอง โดยแต่ละส่วนถูกสร้างในขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกัน สี และพื้นผิว ความเร็วและเสียง และระดับของการมองเห็นได้และมองเห็นไม่ได้ จากนั้นส่วนใดก็ตามของทั้งหมด (นั่นคือ แง่มุมเฉพาะของความศักดิ์สิทธิ์) สามารถมองย้อนกลับไปที่องค์รวมที่มันเกิดขึ้นมาและพูดว่า “โอ้ พระเจ้าของข้า ท่านช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน!” ทั้งหมดที่ต้องการคือให้แง่มุมเฉพาะเหล่านั้นมีจิตสำนึก (การตระหนักรู้ในตนเอง) เพียงพอที่จะทำเช่นนั้นได้
และดังนั้น หลังจากแบ่งตัวเองออกเป็นจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนส่วนเฉพาะ พระเจ้าเพียงแค่ต้องใส่จิตสำนึกที่เพียงพอให้กับส่วนเสี้ยวเหล่านั้นเพื่อให้จดจำได้ถึง (นั่นคือ ระลึกได้-อีกครั้ง หรือ “รู้อีกครั้ง”) ความศักดิ์สิทธิ์เมื่อมัน(ส่วนเสี้ยว)กำลังมองตรงไปที่มัน(องค์รวม) (ซึ่งไม่ใช่มนุษย์ทุกคนที่ได้ยกระดับขึ้นสู่ระดับจิตสำนึกเช่นนั้น) พระเจ้าวางระบบไว้โดยการแบ่งแยกของตัวเองสามารถยกระดับขึ้นสู่ระดับดังกล่าวได้ และระบบนั้นถูกเรียกว่าวิวัฒนาการ
นี่คือ #ระบบของวิญญาณ
ตอนนี้คุณรู้เกี่ยวกับกลไกของจิตใจและระบบของวิญญาณแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบนี้ - ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้ในไม่ช้า
เราจึงเห็นได้ว่า อาณาจักรแห่งความสัมบูรณ์ (หรือที่รู้จักในนามอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ) เป็นที่ซึ่งการ รู้ ทุกสิ่งเกิดขึ้น และอาณาจักรแห่งความสัมพัทธ์ (หรือที่รู้จักในนามอาณาจักรแห่งกายภาพ) เป็นที่ซึ่งการ ประสบ ทุกสิ่งเกิดขึ้น อาจกล่าวได้ว่า วิญญาณมาสู่โลกเพื่อได้รับโลกแห่งประสบการณ์
ดังนั้น เราจึงสามารถตั้งชื่อให้กับอาณาจักรในพระอาณาจักรของพระเจ้าได้อีกชื่อหนึ่ง . . .
The Realm of Knowing
The Realm of Experiencing
#อาณาจักรแห่งการรู้
#อาณาจักรแห่งการประสบ
ไม่ว่าคุณจะเลือกชื่อใดจากสามชื่อนี้ คุณก็จะถูกต้อง ชื่อเหล่านี้สามารถใช้แทนกันได้ และชื่อต่างๆได้ถูกมอบให้แก่เราเพื่อที่เราจะสามารถมองความจริงสูงสุดในแบบที่มีความหมายต่อเรามากที่สุด ทำให้เราสามารถเข้าใจสิ่งที่ไม่สามารถเข้าใจได้
แต่มีการกล่าวว่ามีอาณาจักรที่สามในพระอาณาจักร (หรือในความจริงสูงสุด) คุณจำได้ไหม? เราได้กล่าวไว้แต่แรกว่ามี อาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ อาณาจักรแห่งกายภาพ และที่จุดตัดระหว่างทั้งสอง คือ อาณาจักรแห่งจิตวิญญาณกายภาพ
จิตวิญญาณกายภาพ (Spirisical) แน่นอนว่าเป็นคำที่ผมเพียงแต่สร้างขึ้นมา เพราะไม่มีคำในภาษามนุษย์ในปัจจุบันที่จะบ่งบอกว่าอาณาจักรนี้เกี่ยวกับอะไร อาณาจักรนี้ไม่ใช่สถานที่ที่อีกสองอาณาจักรมารวมกัน แต่เป็น ❝#พื้นที่ที่อีกสองอาณาจักรเกิดขึ้นมา❞ มันยากที่จะอธิบายธรรมชาติที่แท้จริงของอาณาจักรนี้ด้วยภาษามนุษย์ แต่ถ้าเราลงมาที่ชุดชื่อที่สามของเรา เราอาจจะเข้าใกล้ความหมายได้
ในชุดชื่อที่สามของเรา เราเรียกอาณาจักรของพระเจ้าว่าอาณาจักรแห่งการรู้และอาณาจักรแห่งการประสบ อาณาจักรที่สาม #อาณาจักรที่จุดตัด อาจเรียกว่า #อาณาจักรแห่งการเป็น ตั้งอยู่ที่จุดตัดของเลข 8 นี่คือสิ่งที่คุณได้ประสบเมื่อคุณข้ามผ่าน นั่นคือ เมื่อคุณเคลื่อนจากอาณาจักรแห่งกายภาพไปสู่อาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ
อาณาจักรกลางนี้คือที่ซึ่ง #การเป็นอยู่บริสุทธิ์ เกิดขึ้น
ใช่ไหม? คุณเข้าใจไหม? คุณเริ่มเห็นภาพที่ใหญ่กว่าแล้วหรือยัง?
ตอนนี้คุณอาจถามว่า “นั่นคืออะไร? การเป็นอยู่บริสุทธิ์คืออะไร?” คำตอบของผมคือในพื้นที่แห่งการเป็นอยู่บริสุทธิ์ คุณ #ทั้งรู้และประสบ กับตัวตนที่แท้จริงของคุณ การรู้และการประสบ #พร้อมกัน นี้ คือ #ประสบการณ์ที่พระเจ้าปรารถนา มันคือความสุขสูงสุดของพระเจ้า มันคือความมหัศจรรย์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกรู้อย่างสมบูรณ์และถูกแสดงออกอย่างสมบูรณ์❗ มันคือ นิพพาน มันคือความสุขล้ำ มันคือสวรรค์
แต่สวรรค์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นี้ กระบวนการทั้งหมดคือสวรรค์ และความมหัศจรรย์ของกระบวนการคือการที่ความเป็นทั้งหมดที่คุณเป็นสามารถอยู่ในนิพพาน ความสุขล้ำ และความปีติยินดีสมบูรณ์ #ได้ทุกจุดในกระบวนการ จุดตัดถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละแง่มุมเฉพาะของความศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีวัน #สูญเสียความรู้สึกนั้นไป แต่จะได้รับการ #รับประกัน นิพพาน ความสุขล้ำ และความปีติยินดีสมบูรณ์
นี่คือสิ่งที่คุณได้ประสบเมื่อคุณ “ข้ามผ่าน” ในช่วงเวลาแห่ง “ความตาย” ของคุณ (ซึ่งไม่ได้มีอยู่จริง) และในช่วงเวลาแห่งการเกิดใหม่ (การกลับเข้าสู่อาณาจักรแห่งกายภาพครั้งต่อไปของคุณ)
คุณเห็นไหม ความจริงสูงสุดนั้นแท้จริงแล้วคือวงกลม เป็นหนึ่งเดียวกันที่กลมกลืน พลังงานของชีวิตเดินทางในวงกลมนี้ตลอดกาลนิรันดร์ มันคือ #วัฏจักรของชีวิต ในตอนเริ่มต้น พระเจ้า เป็น วงกลมนี้ อยู่ใน ฐานะ วงกลม อย่างสมบูรณ์ เมื่อพระเจ้าแบ่งแยกตัวเอง พระองค์ส่งแง่มุมเฉพาะของความศักดิ์สิทธิ์ในการเดินทางรอบวงกลม เศษเสี้ยวเล็กๆของพระเจ้าเหล่านี้ #เดินทางเร็วมากจนดูเหมือนอยู่ทุกที่ตลอดเวลา เหมือนยางรถที่หมุนเร็วมากจนดูเหมือนเป็นวงกลมทึบที่ไม่เคลื่อนไหวเลย
วัฏจักรของชีวิต ก็ เช่น กัน ทำซ้ำ #ความเป็นอยู่ทุกที่ตลอดเวลา (Always Everywhere-ness) ของพระเจ้าโดยดูเหมือนสร้างของแข็งขึ้นมา*ทั้งที่จริงๆแล้วมีแค่(เศษเสี้ยว)ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว
*[ประมาณว่า ของแข็ง(สสาร/ร่างกาย/เทหะวัตถุในห้วงอวกาศ) ที่ดูเหมือน รู้สึกเหมือนของแข็งนั้น ไม่ใช่ของแข็งเลย โลกกายภาพ โลกแห่งสสารวัตถุ โดยแก่นแท้จึงเป็นมายาในแง่นี้ –ผู้แปล]
โดยการแบ่งตัวเองออกเป็นจำนวนอนันต์ส่วนเช่นนั้น แต่ละส่วนสามารถมองย้อนกลับไปที่องค์รวมและทันใดนั้นก็มีบริบท(จุดอ้างอิง) ที่จะพิจารณาถึงความยิ่งใหญ่ขององค์รวม—และดังนั้น จึงรู้จักพระเจ้า ทว่าแต่ละแง่มุมเฉพาะจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองก็คือพระเจ้า? นั่นคือคำถาม❗ ในขณะที่แต่ละการแบ่งแยกวิ่งผ่านวัฏจักรของชีวิต มันจะรู้ได้อย่างไรว่ามันคืออะไรกันแน่? เมื่อเห็นส่วนที่เหลือของมัน มันจะรู้ไหมว่า(พวก)มันก็ เป็น ส่วนที่เหลือของตัวมัน ที่เป็นแค่ส่วนเดียว?
เพื่อที่จะรู้สิ่งนี้ แง่มุมเฉพาะจะต้องสามารถประสบกับความปีติยินดีอันล้นพ้นที่ตอนนี้เป็นของพระเจ้า—เพราะพระเจ้า โดยการผ่านวัฏจักรของชีวิต สามารถรู้และประสบถึงตัวเองพร้อมกันได้แล้ว—และนั่นคือความสุขล้ำ อย่างแท้จริง แต่จะรับประกันได้อย่างไรว่าแต่ละการแบ่งแยก (แต่ละภาคส่วน) จะเคลื่อนเข้าสู่ความสุขล้ำนี้ได้ด้วย?
อ๋า นั่นคือจุดพลิกผัน และดังนั้น เพื่อให้แน่ใจในสิ่งนี้ วงกลมที่คือพระเจ้า #จึงบิดตัวเอง ให้เป็นรูปเลข 8 โดยให้เหตุผลว่า ถ้า ณ จุดหนึ่ง ทั้งสองด้านของวงกลมสามารถสัมผัสกันได้ แล้วความเป็นทั้งหมดของการเป็นพระเจ้าก็จะสามารถ #ถูกรู้และประสบได้ ณ จุดนั้นโดยทุกการแบ่งแยกของพระเจ้า!!!
คุณเข้าใจไหม? ตอนนี้คุณเห็นแล้วใช่ไหม???
แต่ละแง่มุมที่แบ่งเป็นเอกเทศของพระเจ้า (Each Individuated Aspect of Divinity) ที่กำลังเดินทางอยู่บนเส้นทางผ่านวัฏจักรแห่งชีวิตอันไม่สิ้นสุด อาจทั้งได้รู้จักและสัมผัสกับประสบการณ์ถึงตัวเองในฐานะ ‘สิ่งที่มันเป็นจริงๆ’ (Who It Really Is) ณ จุดใดก็ได้บนวัฏจักรนั้น คุณสามารถทำสิ่งนี้ได้เดี๋ยวนี้ ณ ชั่วขณะใดก็ได้ของชีวิตปัจจุบันของคุณ คนอื่นๆ ได้ทำมันมาแล้ว เหล่าคุรุ (Masters) ได้ทำมันมาแล้ว เหล่าคุรุถูกเรียกว่า ‘คุรุ’ ก็เพราะว่าพวกเขาได้รู้จักตนเองในฐานะพระเจ้า
บางท่านถึงกับเรียกตนเองเช่นนั้น ทว่าเมื่อคุณเรียกตนเองว่า ‘สิ่งศักดิ์สิทธิ์’ (Divine) ในขณะที่คุณเดินทางไปพร้อมกับเหล่าผู้ที่ไม่รู้จักตนเองเช่นนั้น พวกเขามักจะมีแนวโน้มที่จะขุ่นเคืองคุณ พวกเขาอาจถึงขั้นตรึงกางเขนคุณ พวกเขาจะแยกตัวออกจากคุณอย่างแน่นอน แม้ในขณะที่พวกเขากำลังปรารถนาที่จะเป็นและสัมผัสกับประสบการณ์ในสิ่งที่คุณกำลังแสดงให้เห็นอยู่ก็ตาม
คุณเข้าใจไหม? คุณมองเห็นมันหรือยังในตอนนี้???
เมื่อคุณถึงจุดข้ามผ่านในวัฏจักรชีวิตปัจจุบันของคุณ คุณจะรู้ถึงความสุขล้ำและความปีติยินดีของการเป็นความสมบูรณ์(ความเป็นทั้งหมด) แห่งตัวตนที่คุณเป็น และคุณจะทำได้มากกว่านั้นอีกมาก คุณจะตัดสินใจว่าคุณต้องการจะขยายสิ่งนั้นอย่างไร คุณจะเลือกสิ่งที่คุณปรารถนาที่จะรู้ ประสบ และเป็นต่อไป—เพราะชีวิตคือกระบวนการต่อเนื่องของการสร้างตัวตนขึ้นใหม่
This is what God is up to!
✦#นี่คือสิ่งที่พระเจ้ากำลังทำ❗
พระเจ้ากำลังทำสิ่งนี้ผ่านการปฏิรูป (เปลี่ยนรูปแบบ) และการเปลี่ยนแปลงทุกแง่มุมของพระองค์เอง ทีละแง่มุม คุณกำลังทำสิ่งนั้นพอดีในระหว่างการผ่านจากอาณาจักรหนึ่งไปสู่อีกอาณาจักรหนึ่งในการเดินทางอันเป็นนิรันดร์ของวิญญาณ คุณอาจไม่รู้เท่านั้น แต่เมื่อคุณรู้—เมื่อคุณตระหนักได้ว่าคุณคือใคร คุณอยู่ที่ไหน และทำไมคุณจึงอยู่ที่นี่—คุณจะวิวัฒนาในด้านจิตสำนึกเพียงพอที่จะทำงานของพระเจ้า ไม่ใช่แค่สิ่งที่ดูเหมือนเป็นภารกิจแห่งการเป็นมนุษย์* *[ของพระเจ้าเพื่อมามีประสบการณ์แบบมนุษย์ –ผู้แปล]
นี่คือสิ่งที่ผมหมายถึงมาตลอดเมื่อผมพูดกับคุณก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างความจริงที่ปรากฏและความจริงที่แท้จริง ทั้งหมดนี้นำเรามาสู่คำตอบสำหรับคำถามพื้นฐานข้อที่ 3 และ 4:
3. คุณอยู่ที่ที่คุณอยู่เพราะในอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ คุณสามารถรู้อย่างสมบูรณ์ว่าคุณคือใคร แต่คุณไม่สามารถประสบกับสิ่งนั้นในแง่สัมพัทธ์ได้ และดังนั้น คุณจึงเสี่ยง (ผจญกับภัย ดั้นด้น) เข้าสู่อาณาจักรแห่งกายภาพเพื่อที่คุณจะได้รับ “โลกแห่งประสบการณ์”
4. สิ่งที่คุณกำลังทำในอาณาจักรแห่งกายภาพคือการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ (ซึ่งรวมถึงร่างกายของคุณเองด้วย) ที่มีเฉพาะในอาณาจักรนี้เพื่อนำพาประสบการณ์มาสู่คุณ จากสิ่งที่คุณได้ตัดสินใจในอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณกายภาพ (จุดตัด) ที่คุณปรารถนาจะเป็น และจากนั้นคุณจึงมารู้จักตัวตนของคุณในอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ
การสร้างและการสร้างตัวตนขึ้นใหม่เป็นกระบวนการสามขั้นตอน : #การเลือก_การรู้_การประสบ คุณไม่สามารถประสบกับสิ่งที่คุณไม่รู้ และคุณไม่สามารถรู้สิ่งที่คุณไม่เลือกที่จะรู้ มันเรียบง่ายมาก และรูปแบบเช่นนั้นมันสง่างามมากในแง่การออกแบบ
นี่คือระบบของวิญญาณ นี่คือตัวตนของคุณ (คนที่คุณเป็น) ที่ที่คุณอยู่ ทำไมคุณจึง(มา)อยู่ที่นี่ และสิ่งที่คุณกำลัง(มา)ทำที่นี่
*
I Am That I Am
and
so much more:
the Light, the Sound, the Living of God on the Ground.
ฉันเป็นดังที่ฉันเป็น
และ
มากยิ่งกว่านั้น:
แสงสว่าง เสียงกึกก้อง การมีชีวิตของพระเจ้าบนผืนดิน
I could show you every feather in the Wing.
Every color and hue.
Every Beautiful thing.
ฉันอาจแสดงให้เห็นทุกๆขนในปีก
ทุกสีและทุกเฉดสี
ทุกสิ่งอันงดงาม
 
But
I Am That I Am
wants to
LOVE
แต่
ฉันเป็นดังที่ฉันเป็น
ปรารถนาที่จะ
รัก
 
Whoever has not yet had it.
Whatever has not yet known it.
However Life’s not yet done it.
ทุกผู้ที่ยังไม่เคยได้รับความรักนั้น
ทุกสิ่งที่ยังไม่เคยรู้จักมัน
ทุกวิถีที่ชีวิตยังไม่เคยทำ
. . .
There is still so much Loving,
yet to be found,
just
Living God on the Ground.
ยังมีความรักอีกมากมาย
ที่รอให้ค้นพบ
เพียงแค่
การมีชีวิตของพระเจ้าบนผืนดิน
*
—‘I Am That I Am’ © 2007 Em Claire
—‘ฉันเป็นดั่งที่ฉันเป็น’ © 2007 เอ็ม แคลร์
โฆษณา