7 ก.พ. เวลา 09:16 • การเมือง

ผมก็ไม่ได้หวังอะไรนะ …..

พรุ่งนี้ ไปเลือกตั้งกันนะครับ
จะหวังความเปลี่ยนแปลง หรือหวังให้สิ่งที่เป็นอยู่เป็นต่อไป
ในทางที่ดีขึ้น มันก็สิทธิของท่านนั่นแหละ
รสนิยมทางการเมือง ไม่มีใครผิดใครถูกหรอกครับ
ไม่ต้องไปชี้หน้าด่าใคร ว่าโง่โดนจูงจมูก หรือไม่รักชาติ
…เพราะลึกๆแล้ว เราทุกคน เลือกไปตามผลประโยชน์
ของตัวเองที่ต้องรักษาทั้งนั้นแหละ ….
…ผมภาวนาอย่างเดียว ว่ากรรมการจะแฟร์นะ…
…กรรมการรอบนี้ มีตรรกะประหลาดพิกลไงไม่รู้….
…และหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพผล เมื่อมันได้บทสรุปออกมา….
การเลือกตั้งครั้งนี้ ผมเห็นคนดังหลายคนออกมาพูดถึง
การกลายสภาพจากเหลืองเป็นส้มเยอะมาก
อันนี้ กับคนที่ติดตามผมมานานๆ จะทราบดี
ว่าหลายปีที่ผ่านมาผมเขียนเป็นคนแรกๆเลยกับเรื่องนี้
แต่เพราะผมไม่ใช่คนดังไง เลยไม่มีใครสนใจ 555
จริงๆแล้ว การกลายสภาพของผม
ผมว่ามันมีผลจากผลประโยชน์ของตัวเองมากที่สุดนะ
คือสมัยก่อน ตอนเป็นเหลือง ผมเป็นลูกจ้างบริษัท
ผมไม่เคยได้รับผลกระทบอะไรจากอำนาจรัฐเลย
เลยมองไปที่การโกงกิน ธุรกิจเชิงนโยบายเป็นหลัก
ซึ่งตอนนั้น ก็ต้องชี้ว่าเครือข่ายคุณทักษิณแย่จริงๆ
พอเวลาผ่านไป ผมมีกิจการเอง ต้องดีลงาน ติดต่องาน
กับหน่วยราชการมากขึ้น เห็นความบ้าบอของการโกงกิน
ในรูปแบบที่ชัดเจนขึ้น มุมมองของผมมันก็เปลี่ยนไป
ผมเริ่มต่อต้านอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม
ก็เพื่อประโยชน์ของตัวผมเอง
และในบางช่วง รัฐก็มีอำนาจล้นมือ การโกงมันก็ยิ่งหนัก
ก็เลยยิ่งต่อต้านแนวทางรัฐนิยมแบบนั้น
ผมเข้าใจว่า คนจำนวนมากที่เป็นเหมือนผม
ก็คงมีเหตุผลเดียวกัน ที่ทำให้เปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการเมือง
ก็ผลประโยชน์เช่นกัน ว่าทำไมเด็ก และคนมีอายุ
ถึงมีมุมมองทางการเมืองที่ต่างกันมากในตอนนี้
ย้ำอีกครั้ง ว่าไม่มีใครผิดหรือโง่
หรือกระทั่งไม่มีใครเห็นแก่ตัว
ในมุมของคนมีอายุ ไม่ว่าจะภาคส่วนไหนของสังคม
ตลอดชั่วชีวิต เขาเติบโตมาได้อย่างดี จนมั่นคง
ในระบบแบบเก่า
เขาก็ต้องมองว่าแบบเดิมน่ะดีแล้วอยู่แล้วแน่นอน
มันเป็นธรรมดา เพราะเขาได้ประโยชน์จริงๆ การเชื่อแบบนั้น
มันจึงไม่ผิด ที่เขาจะต้องรักษาอะไรแบบดั้งเดิมไว้
ปัจจุบันคนกลุ่มนี้จำนวนมาก ส่วนมากคือมั่นคงแล้ว
ไม่ต้องไปแข่งขัน สู้รบปรบมือกับใคร
การลอยตัวแบบนั้น ย่อมทำให้มองได้ว่า
ระบบมันควรจะเหมือนเดิม ไม่ใช่เสี่ยงกับการเปลี่ยนแปลง
นั่นก็คือที่มาของสายอนุรักษ์นิยมในปัจจุบัน
หรือแม้แต่คนรุ่นใหม่ ที่ไปได้ดีกับระบบเดิมๆ
ผ่านระบบเส้นสาย อุปถัมภ์กัน กลุ่มนี้ก็ไม่อยากเปลี่ยนเช่นกัน
…ก็ธรรมดานั่นแหละ ….
ในขณะที่เด็กและคนใช้แรงงานจำนวนมาก
มองว่าไอ้ที่ชีวิตมันยากทุกวันนี้ เพราะการผูกขาด
และระบบอุปถัมภ์นี่เอง เขาจึงต่อต้านระบบเก่า
หรือมองว่ามันล้าสมัย ใช้ไม่ได้แล้ว
ซ้ำร้าย คนที่เป็นเหมือนตัวแทนระบบแบบเก่า
ซึ่งต้องขอชี้ไปเลยว่าคือกลุ่มของ คสช.
ที่ฝ่ายอนุรักษ์เทิดทูน กลับยิ่งไปสร้างปัญหาให้คนกลุ่มนี้
ผ่านการปล่อยให้ทุนจีนเข้ามาแย่งงาน แย่งโอกาส
มากที่สุด ในช่วงที่พวกเขามีอำนาจ
มันเลยยิ่งไปกันใหญ่ เพราะความสามารถที่จะแข่งขันได้
ของเด็ก และแรงงานปัจจุบัน มันมีปัญหาจากทั้งการผูกขาด
และการเข้ามาของต่างชาติมาก
การต่อต้านระบบเดิมๆ มันจึงไม่ใช่การถูกหลอก
หรือฝักใฝ่ต่างชาติอย่างที่โดนโจมตีเลย แต่เขาเดือดร้อนจริงๆ
…ที่แสดงออกมา ก็เพียงเป็นการรักษาประโยชน์ของตัวเอง….
…ไม่ได้ต่างจากที่อีกฝ่ายทำเลย….
จริงๆแล้ว การที่ความขัดแย้งกันทางความคิด
มันรุนแรงมากในปัจจุบัน มันก็มาจากคำว่าผลประโยชน์
ของแต่ละกลุ่มมันต่างกันมากเกินไปนั่นแหละ
ในมุมของคนสร้างตัว ทำธุรกิจ
กับคนที่มั่นคงแล้ว หรือเสือนอนกิน
ต่างคนต่างเซทระบบชีวิต ธุรกิจ ให้เหมาะสมกับ
สถานการณ์ที่เป็น และประสบการณ์ที่ผ่านมา
ซึ่งแน่นอน ว่าไม่มีใครอยากเปลี่ยนแปลง หรือเสียประโยชน์
สิ่งที่พรรคการเมืองทุกพรรคนำเสนอ
มันก็เพื่อตอบโจทย์ของคนสองกลุ่มนี้นั่นเอง
แล้วปัจจุบัน สองกลุ่มนี้ มีจำนวนใกล้เคียงกันมากขึ้น
ในขณะที่คนยากจนในอดีต ที่เคยหลงกับประชานิยม
หรือเงินซื้อเสียงเล็กน้อย ก็มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น
กลุ่มเสียประโยชน์ ก็เลยมีปากเสียงมากกว่าที่ผ่านมา
จนดูเหมือนเป็นความวุ่นวายในสังคม
แต่ถ้าเรามองด้วยใจเป็นธรรม เราจะพบว่า
มันก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ทุกคนจะต้องเอาผลประโยชน์
ของตัวเองเป็นที่ตั้งก่อนทั้งนั้น ในการตัดสินใจเลือกตั้ง
ในมุมหนึ่ง มันทำให้ผู้ที่มั่นคงแล้ว ไม่ต้องแข่งกับใคร
มองในมิติส่วนรวมของความเป็นรัฐมากกว่าคนที่ไม่มั่นคง
เนื่องจาก ว่างกว่า และไม่ต้องดิ้นรนเพื่อตัวเอง
ก็เลยไปชี้หน้าอีกกลุ่ม ว่าไม่รักชาติเอาดื้อๆ
…ซึ่งมันไม่ถูกต้องเลย ที่จะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล
ทางความคิดแบบนั้น…
…มันไม่มีใครผิดถูกหรอก ถ้าพูดถึงการเมืองน่ะนะ…
…แล้วทุกอย่าง ก็เปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์….
คิดสิ ถ้าเด็กสมัยนี้มันหางานง่ายๆ โอกาสมาก มั่นคงได้เร็ว
ดอกเบี้ยเงินฝากสูง คนทำงานขาด เหมือนในยุคที่เคยผ่านๆมา
มันจะออกมาเรียกร้องอะไรแบบนี้ไหม …
…ผมบอกเลยว่าไม่ คนอิ่ม ไม่มีใครอยากเปลี่ยนแปลงหรอก….
…แต่เพราะมันไม่ใช่ไง ถึงเป็นแบบนี้….
สุดท้าย ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ต้องออกไปเลือกสิ่งที่ดีกับเรา
ไม่ว่าจะแนวไหน ก็เลือกไปเถอะครับ
แม้ในความเป็นจริง มันจะไม่มีหวังอะไรเลยก็ตาม
สำหรับผม แน่นอน ผมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง
และผมก็จะเลือกพรรคที่เสนอแนวทางแบบนั้น
…เลือก ทั้งที่รู้ว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปไม่ได้….
ด้วยประสบการณ์ อายุ ผมเข้าใจดี ถึงระบบรัฐพันลึก
ของประเทศนี้ ว่ายากมาก ที่ใครจะเปลี่ยนได้
สำหรับคนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงคนหนึ่ง
ผมหวังเพียงเล็กน้อย
หวังว่าคนที่มีอำนาจจริงๆของประเทศนี้ในกลุ่มรัฐพันลึก
จะได้ยินเสียงของเจ้าของประเทศตัวจริงบ้าง จากผลเลือกตั้ง
…ว่าเขาคิดอย่างไร ไหวไหมกับสิ่งที่ทำๆกันมา…
…จะได้ปรับตัว และเผื่อแผ่คนส่วนมากของประเทศบ้าง…
…ถ้าเกลี่ยผลประโยชน์ลงตัว ทุกอย่างก็สงบ ชาติสงบ….
เพราะโดยหลักแล้ว หน้าที่ของรัฐบาล ไม่ว่าระบอบไหน
ก็คือการจัดสรรผลประโยชน์ของกลุ่มคนให้เป็นธรรมที่สุด
การเปลี่ยนแปลงแค่รัฐบาล ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ในสังคมที่มีรัฐพันลึก แข็งแกร่งมากๆ และครอบระบบทุกอย่าง
เอาไว้ในคนกลุ่มเดียวแบบไทย
แต่การส่งเสียงดังๆ ที่อาจสั่นคลอนระดับ deep state ได้
1
มันจะช่วยกดดันให้พวกเขา ปรับปรุงตัวมากขึ้น
และเอื้อเฟื้อกับคนส่วนมาก ให้มากกว่าที่เคยเป็นมา
…ผมหวังแค่นี้จริงๆนะ กับการเลือกตั้งครั้งนี้….
…ชอบแบบไหน คือคุณอยู่ตรงไหนของสังคม นั่นคือเหตุผล…
…ไม่มีใครผิดถูก คุณไม่มีสิทธิไปชี้หน้าด่าคนอื่นที่เห็นต่าง….
…พรุ่งนี้ก็อย่าลืมไปเลือกตั้งกันนะครับ….
…แต่เซ็งเลย เย็นนี้หลังหกโมงไม่มีเบียร์ขายซะด้วย 555…
…เดี๋ยวไปตุนก่อน เอาไว้ตอนดูบอล 😁😁😁….
1
โฆษณา