8 ก.พ. เวลา 04:39 • ข่าวรอบโลก

มลพิษไฟป่าคร่า 2.4 หมื่นชีวิตต่อปีในสหรัฐฯ

คาดการณ์ว่าจำนวนไฟป่าขนาดใหญ่ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในปี 2100 ควันจากไฟป่าปล่อยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 (อนุภาคขนาดไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร) ซึ่งสามารถลอยไปไกลหลายพันกิโลเมตร PM2.5 จากควันไฟป่านี้มีพิษสูงกว่าฝุ่นทั่วไป เนื่องจากประกอบด้วยคาร์บอนและสารอินทรีย์ขั้ว ซึ่งแทรกซึมเข้าสู่ถุงลมและกระแสเลือด ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบประสาท และการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลการศึกษาจาก CDC WONDER ครอบคลุม 3,068 เขตในสหรัฐอเมริกาแผ่นดินใหญ่ ระหว่างปี 2006-2020 ประชากรเฉลี่ยปีละ 293 ล้านคน จากการศึกษาพบว่า
ทุก 0.1 μg/m³ ของ PM2.5 จากควันไฟป่า เพิ่มอัตราการเสียชีวิตทั้งหมด 1.904 ต่อ 100,000 คน (95% CI: 1.616-2.192) โดยสาเหตุเฉพาะที่เด่นชัดคือโรคระบบประสาท (0.334 รายต่อ 100,000 คน) ตามด้วยโรคไหลเวียนโลหิต (0.186) โรคต่อมไร้ท่อ (0.181) มะเร็ง (0.167) โรคจิต (0.082) และทางเดินหายใจ (0.080)
PM2.5 นี้ก่อให้เกิดการเสียชีวิตทั้งหมดราว 24,100 รายต่อปี (หรือ 5,594 รายต่อ 0.1 μg/m³) รวมถึง 981 รายจากโรคประสาท 547 จากไหลเวียนโลหิต และ 235 จากทางเดินหายใจ ผลกระทบรุนแรงกว่าในชุมชนที่มีประชากรอายุต่ำกว่า 65 ปีสูง (>75th percentile) พื้นที่ชนบท (RUCA score สูง) และช่วงอุณหภูมิต่ำในฤดูร้อน/หนาว ซึ่งอาจเนื่องจากกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น การกระจายตัวของควันไม่กระจายดี และทรัพยากรสุขภาพจำกัด ชุมชนชนบทเสี่ยงสูงเพราะใกล้แหล่งไฟป่าและการรักษาพยาบาลยังมีอุปสรรค จึงไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมเท่าที่ควร
PM2.5 จากควันไฟป่าสามารถฝังตัวในปอด ลุกลามสู่ระบบไหลเวียน ทำให้เกิด oxidative stress การอักเสบ และหลอดเลือดตีบแคบ ผู้ป่วยทางเดินหายใจที่มี preexisting conditions เช่น หอบหืดหรือ COPD เสี่ยงสูงต่อ acute exacerbation การบุกรุกสู่สมองอธิบายผลต่อโรคประสาทที่รุนแรงที่สุด ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับ dementia จากการข้าม blood-brain barrier แม้ผลต่อทางเดินหายใจจะน้อยกว่าโรคอื่น แต่ยังคงสำคัญ โดยเฉพาะในฤดูไฟป่าที่ PM2.5 พุ่งสูง
ถึงแม้ในไทยจะยังไม่มีตัวเลขชัดเจนแบบนี้ แต่ข้อมูลการศึกษาดังกล่าวในสหรัฐฯ ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าอันตรายจากมลพิษไม่ใช่เรื่องเหลวไหล และการเพิกเฉยต้องการป้องกัน อาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรง และส่งผลกระทบที่ยากจะแก้ไขในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเปราะบางเช่น หญิงตั้งครรห์ ทารก หรือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงต่างๆ การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอีกครั้ง ที่เราจะได้เลือกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเราทุกคน
อ้างอิง
Zhang M, Castro E, Shtein A, Peralta AA, Danesh Yazdi M, Wu X, et al. Wildfire smoke PM2.5 and mortality rate in the contiguous United States: a causal modeling study. Sci Adv. 2026 Feb 4;12(6):eadw5890. doi:10.1126/sciadv.adw5890 [cited 2026 Feb 7]. Available from: https://www.science.org/doi/10.1126/sciadv.adw5890
โฆษณา