8 ก.พ. เวลา 04:51 • ประวัติศาสตร์

อภินิหารหีบบัตรพุ่ง ชัยชนะท่วมท้นที่แม้แต่คณิตศาสตร์ยังต้องหลั่งน้ำตา

ในปีค.ศ.1927 (พ.ศ.2470) ได้เกิดเหตุการณ์การเลือกตั้งในประเทศหนึ่งที่คดโกงวินาศสันตะโรเสียจนสถิตินี้ยังคงอยู่ยงคงกระพันมาจนถึงทุกวันนี้แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 100 ปีแล้วก็ตาม
1
เมื่อถึงคราวที่ชาวไลบีเรียต้องออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดี ผลลัพธ์ที่ประกาศออกมาก็ทำเอาคนทั้งโลกต้องขยี้ตาแล้วคำนวณเลขใหม่ เพราะประธานาธิบดี “ชาร์ลส์ ดี. บี. คิง (Charles D. B. King)” ได้รับการประกาศชัยชนะด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 234,000 คะแนน
2
แต่ทว่า มีปัญหาใหญ่เพียงข้อเดียว
นั่นคือในขณะนั้น ไลบีเรียมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้เพียง 15,000 คนทั่วประเทศ
2
นั่นหมายความว่า คิงได้รับคะแนนเสียงมากกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามกฎหมายถึง 15 เท่าตัว
3
ชาร์ลส์ ดี. บี. คิง (Charles D. B. King)
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดในการพิมพ์ ไม่ใช่การนับเลขผิด แต่มันคือการปั้นตัวเลขแบบหน้าไม่อายในระดับที่ “กินเนสส์บุ๊ก (Guinness Book of Records)” ต้องบันทึกไว้ว่าเป็น "การเลือกตั้งที่โกงและหน้าด้านมากที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์"
2
“ชาร์ลส์ ดี. บี. คิง (Charles D. B. King)“ คือประธานาธิบดีคนที่ 17 ของไลบีเรีย และเป็นสมาชิกกลุ่มชนชั้นนำ "อเมริโก-ไลบีเรีย (Americo-Liberian)” ซึ่งเป็นกลุ่มลูกหลานอดีตทาสชาวอเมริกันที่อพยพกลับมาปกครองประเทศและผูกขาดอำนาจทางการเมืองมาอย่างยาวนาน
2
รัฐบาลของคิงขึ้นชื่อเรื่องการคอร์รัปชัน การบังคับใช้แรงงาน และการกดขี่ชาวพื้นเมืองไลบีเรียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่การเลือกตั้งในปีค.ศ.1927 (พ.ศ.2470) คือจุดที่ทำลายความน่าเชื่อถือที่เหลืออยู่จนหมดสิ้น
หีบบัตรเลือกตั้งถูกอัดแน่นไปด้วย "คะแนนผี" ขณะที่คะแนนจากฝ่ายค้านถูกลบหายไปดื้อๆ ตัวเลขที่ประกาศออกมานั้นก็ไร้ความสมเหตุสมผลจนสื่อทั่วโลกต่างพากันรุมเยาะเย้ย เหล่านักการทูตต่างตกตะลึง แม้แต่พันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของคิงก็ยังหน้าชา ไม่กล้าออกตัวปกป้องเพราะตัวเองก็อายแทน
2
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นการทุจริต แต่มันคือหลักฐานที่ยืนยันว่าระบอบประชาธิปไตยในขณะนั้นถูกกัดกินจนเหลือเพียงเปลือก
2
และแล้วกระแสลมก็ตีกลับอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีการสืบสวนระดับนานาชาติ และรายงานหลายฉบับก็ระบุว่ารัฐบาลของคิงมีส่วนพัวพันกับการค้าแรงงานที่แทบไม่ต่างจากการค้าทาส โดยมีการส่งตัวชาวไลบีเรียไปทำงานในไร่ต่างแดน
2
จนกระทั่งปีค.ศ.1930 (พ.ศ.2473) แรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอกก็มากเกินกว่าจะต้านทานได้ คิงจึงถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งด้วยความอัปยศ
1
ความตกต่ำของคิงถือเป็นหนึ่งในบทเรียนที่มืดมนที่สุดของประวัติศาสตร์ไลบีเรีย เมื่ออำนาจถูกยึดโยงไว้ด้วยความละโมบจนลืมไปว่า "วิชาเลขพื้นฐาน" ก็ยังมีความหมาย
2
จนถึงทุกวันนี้ การเลือกตั้งปีค.ศ.1927 (พ.ศ.2470) ในไลบีเรีย ยังคงเป็นอุทาหรณ์สอนใจคนทั่วโลก ไม่ใช่แค่เรื่องของการคอร์รัปชัน แต่มันคือเครื่องเตือนใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ "การเลือกตั้ง" กลายเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเพื่อรักษาอำนาจ
2
คะแนนเสียง 234,000 คะแนน จากผู้มีสิทธิ์ 15,000 คน
คือบทเรียนที่หลายๆ ประเทศและโลกใบนี้อาจจะยังเรียนรู้ไม่จบสิ้น
2
โฆษณา