Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
8 ก.พ. เวลา 14:34 • ธุรกิจ
สงคราม Word Processor ศึกชิงแชมป์หมื่นล้าน ที่จบด้วยน้ำตาของ WordPerfect
ลองจินตนาการถึงโลกที่ไม่มีปุ่ม Undo
โลกที่การพิมพ์ผิดเพียงตัวอักษรเดียว หมายถึงหายนะที่คุณต้องดึงกระดาษออกจากเครื่องพิมพ์ดีด ขยำทิ้ง แล้วเริ่มต้นพิมพ์ใหม่ตั้งแต่บรรทัดแรก
เสียงต๊อกแต๊กของแป้นพิมพ์ดีดอาจดูคลาสสิกในภาพยนตร์ แต่มันคือฝันร้ายของคนทำงานเอกสารในยุคนั้น
แต่แล้ว การมาถึงของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ PC ก็เข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง
ทุกคนรู้ว่า PC จะมาปฏิวัติโลก แต่คำถามสำคัญคือ มันจะปฏิวัติด้วยวิธีไหน
ในช่วงแรก หลายคนเชื่อว่าตารางคำนวณอย่าง Spreadsheet คือคำตอบที่ทำให้ภาคธุรกิจยอมควักเงินจ่าย
แต่นั่นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องการจริงๆ ไม่ใช่แค่การคำนวณตัวเลข
พวกเขาต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้การเขียนจดหมาย รายงาน และเอกสารต่างๆ ง่ายขึ้น
สิ่งนั้นเรียกว่า “Word Processor”
นี่คือจุดเริ่มต้นของสงครามธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล สงครามที่เต็มไปด้วยการหักเหลี่ยมเฉือนคม ผู้ชนะที่กลายเป็นผู้แพ้ และผู้ที่มาช้าแต่กวาดเรียบทุกอย่าง
…
เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1975 กับชายที่ชื่อ Michael Shrayer
เขาไม่ใช่โปรแกรมเมอร์โดยกำเนิด แต่เป็นคนทำหนังที่ย้ายจากนิวยอร์กมายังแคลิฟอร์เนีย
ด้วยความที่เป็นคนชอบประดิษฐ์ เขาซื้อคอมพิวเตอร์ MITS Altair 8800 มาประกอบเล่น
วันหนึ่งเขามองดูคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแล้วเกิดคำถามว่า ทำไมเรายังต้องใช้เครื่องพิมพ์ดีดเขียนคู่มือการใช้งาน ในเมื่อเรามีคอมพิวเตอร์ที่ฉลาดล้ำเลิศอยู่แล้ว
เขาจึงลงมือเขียนโปรแกรมขึ้นมาตัวหนึ่ง
1
โปรแกรมนั้นมีชื่อว่า Electric Pencil
มันถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็น Word Processor สำหรับไมโครคอมพิวเตอร์ตัวแรกของโลก
แม้ในยุคนั้นจะยังไม่มีอินเทอร์เน็ต แต่ Electric Pencil ก็ขายดีระเบิดเถิดเทิงผ่านการสั่งซื้อทางไปรษณีย์
แต่นี่เป็นเพียงปฐมบท เพราะเมื่อตลาดเริ่มหอมหวาน ฉลามตัวจริงก็เริ่มได้กลิ่นเลือด
ในปี 1978 บริษัท MicroPro International ได้เปิดตัวผู้ท้าชิงที่ชื่อว่า “WordStar”
WordStar ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อปฏิวัติวงการพิมพ์งาน
มันมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่คนยุคนั้นตื่นเต้น นั่นคือการจัดหน้าแบบที่เห็นบนจออย่างไร พิมพ์ออกมาก็ได้แบบนั้น
ที่สำคัญ มันออกแบบมาเพื่อเอาใจนักพิมพ์ดีดขั้นเทพ ด้วยปุ่มคีย์ลัดต่างๆ ที่ทำให้ไม่ต้องยกมือออกจากแป้นพิมพ์
ความนิยมของ WordStar พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่
ภายในปี 1983 MicroPro กลายเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยอดขายปีละ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐถือว่ามหาศาลมากในยุคนั้น
ดูเหมือนว่า WordStar จะครองโลกได้เบ็ดเสร็จ
แต่ในโลกธุรกิจ จุดสูงสุดมักเป็นจุดเริ่มของหายนะเสมอ…
ปัญหาของ MicroPro ไม่ได้มาจากคู่แข่ง แต่มาจากระเบิดเวลาภายในองค์กร
ความขัดแย้งระหว่างผู้ก่อตั้งกับทีมพัฒนา ทำให้ทีมงานหลักลาออกยกชุด
เมื่อทีมใหม่เข้ามารับช่วงต่อ พวกเขาทำในสิ่งที่ผิดพลาดที่สุด นั่นคือการรื้อระบบเดิมทิ้ง
MicroPro เปิดตัว “WordStar 2000”
แทนที่มันจะเป็นเวอร์ชันอัปเกรดที่ไฉไลกว่าเดิม มันกลับกลายเป็นฝันร้ายของผู้ใช้งาน
คำสั่งปุ่มกดที่เคยคุ้นมือถูกเปลี่ยนใหม่หมด ซอฟต์แวร์ทำงานอืดอาด และที่แย่ที่สุดคือ มันเปิดไฟล์งานเก่าไม่ได้
ลองนึกภาพว่าคุณเป็นลูกค้าที่ภักดีมาตลอด อยู่ดีๆ บริษัทบอกว่าต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด และงานเก่าๆ ที่เคยทำไว้เอามาใช้ต่อไม่ได้
ความสับสนนี้เปิดช่องว่างขนาดมหึมา
และคนที่รอเสียบอยู่คือม้ามืดจากรัฐยูทาห์ นามว่า “WordPerfect”
WordPerfect สร้างโดย Bruce Bastian และ Alan Ashton
สิ่งที่ทำให้พวกเขาชนะใจคนทำงานไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่คือความใส่ใจ
ในขณะที่ WordStar กำลังเมาหมัด WordPerfect นำเสนอฟีเจอร์ที่นักกฎหมายและนักวิชาการโหยหา
นั่นคือระบบจัดการย่อหน้า และการทำเชิงอรรถที่สมบูรณ์แบบ
แต่ฟีเจอร์ไม้ตายจริงๆ ของ WordPerfect คือสิ่งที่เรียกว่า Reveal Codes
มันคือฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นเบื้องหลังการจัดหน้ากระดาษ ว่าตรงไหนเป็นตัวหนา ตรงไหนมีการเว้นวรรค ทำให้แก้ปัญหาการจัดหน้าได้แม่นยำ
ความแม่นยำนี้ ทำให้ WordPerfect ครองใจสำนักงานกฎหมายและหน่วยงานรัฐบาลทั่วสหรัฐอเมริกา
ภายในปี 1989 WordPerfect แซงหน้า WordStar ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลก ครองส่วนแบ่งตลาดกว่าครึ่ง
ตอนนั้นใครๆ ก็คิดว่า WordPerfect คือราชาที่ไม่มีวันตาย
พวกเขาอยู่บนจุดสูงสุดของยุค DOS ระบบปฏิบัติการหน้าจอดำที่มีตัวหนังสือสีเขียว
แต่ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย
ในขณะที่ WordPerfect กำลังฉลองชัยชนะ คลื่นยักษ์ลูกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นที่เส้นขอบฟ้า
คลื่นลูกนั้นมีชื่อว่า “Windows”
และคนที่ขี่คลื่นลูกนั้นมา คือชายสวมแว่นที่ชื่อว่า Bill Gates
จุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของฟีเจอร์การพิมพ์ แต่มันคือเรื่องของเวทีที่เปลี่ยนไป
โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบ DOS ที่ใช้คีย์บอร์ดเป็นหลัก ไปสู่ระบบกราฟิกที่ใช้เมาส์คลิกได้อย่าง Windows
Microsoft รู้เรื่องนี้ดีที่สุด เพราะเขาเป็นคนสร้าง Windows เองกับมือ
จริงๆ แล้ว Microsoft มีโปรแกรม Microsoft Word มาตั้งแต่ปี 1983
แต่ในตอนนั้นมันสู้ใครไม่ได้เลย ขายไม่ออก คนไม่ใช้ เพราะคนยังชินกับเจ้าตลาดเดิม
แต่ Bill Gates เป็นคนมองการณ์ไกล เขาเดิมพันหมดหน้าตักว่า อนาคตคือ กราฟิก และ เมาส์
ในขณะที่ WordPerfect มัวแต่ยึดติดกับความสำเร็จเดิม และมองว่า Windows อาจเป็นแค่แฟชั่นชั่วคราว
Microsoft กลับใช้เวลาซุ่มพัฒนา Word for Windows อย่างเงียบเชียบ
เมื่อ Windows 3.0 ฮิตระเบิดในปี 1990 Microsoft Word ก็พร้อมรอรับอยู่แล้ว
มันสวยงาม ใช้งานง่ายด้วยเมาส์ และทำงานบน Windows ได้ลื่นไหลกว่าคู่แข่งคนไหนๆ
แต่ลำพังแค่โปรแกรมดีกว่า อาจจะยังโค่นแชมป์เก่าอย่าง WordPerfect ไม่ได้
Microsoft จึงงัดกลยุทธ์ทางธุรกิจที่โหดเหี้ยมที่สุดออกมา
นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า “The Bundle”
แทนที่จะขายแค่ Word ตัวเดียว Microsoft จับเอา Word มัดรวมกับ Excel และ PowerPoint
ใส่กล่องขายพร้อมกันในชื่อ “Microsoft Office”
นี่คือก้าวที่อัจฉริยะมาก
ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นฝ่ายจัดซื้อของบริษัท
ตัวเลือกแรก ซื้อ WordPerfect อย่างเดียว ราคาแพง
ตัวเลือกที่สอง ซื้อ Microsoft Office ได้ทั้งโปรแกรมพิมพ์งาน ตารางคำนวณ และนำเสนองาน ในราคาที่คุ้มค่ากว่า
กลยุทธ์นี้บีบให้คู่แข่งตายทั้งเป็น
WordPerfect พยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย โดยการขายกิจการให้กับบริษัท Novell ยักษ์ใหญ่ด้านเครือข่าย
ในปี 1994 Novell ทุ่มเงินมหาศาลถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อ WordPerfect
ความตั้งใจคือจะสร้างชุด Office ของตัวเองเพื่อมาสู้กับ Microsoft
แต่ทุกอย่างสายเกินไป…
WordPerfect เวอร์ชันบน Windows ออกมาช้ากว่าตลาดมาก แถมยังเต็มไปด้วยบั๊กและความไม่เสถียร
ผู้ใช้งานเริ่มหงุดหงิด โปรแกรมค้างบ่อย ไฟล์พัง ความเชื่อมั่นเริ่มถดถอย
ในขณะที่ Microsoft Word พัฒนาไปไกล ยิ่งใช้คู่กับ Windows ยิ่งเสถียร ยิ่งเก่ง
จากส่วนแบ่งตลาดที่ WordPerfect เคยครองไว้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์
ภายในเวลาแค่ 5 ปี มันร่วงกราวรูดลงมาเหลือต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ในขณะที่ Microsoft Word พุ่งทยานไปครองตลาดเกือบทั้งหมด
และจุดจบที่น่าเศร้าที่สุดก็มาถึง
เพียงแค่ 2 ปีหลังจากที่ Novell ซื้อ WordPerfect มาในราคาระดับพันล้าน
พวกเขาจำใจต้องขายซากปรักหักพังนี้ทิ้งให้กับบริษัท Corel
ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 100 กว่าล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
ขาดทุนยับเยินกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาแค่สองปี
นี่ถือเป็นหนึ่งในการขาดทุนจากการซื้อกิจการที่เจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์ไอที…
เรื่องราวนี้บอกอะไรเราบ้าง?
ข้อแรก ฟังลูกค้า แต่อย่าลืมมองอนาคต
WordStar พังเพราะไม่แคร์ลูกค้าเก่า เปลี่ยนทุกอย่างจนคนหนี
แต่ WordPerfect พังเพราะยึดติดกับลูกค้าเก่ามากเกินไป จนปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีใหม่อย่าง Windows ไม่ทัน
ข้อสอง สินค้าที่ดีอาจแพ้ระบบนิเวศที่ดีกว่า
สินค้าที่ดีอย่าง WordPerfect อาจจะชนะใจคนได้ช่วงหนึ่ง
แต่ระบบนิเวศที่ครบวงจรอย่าง Microsoft Office คือสิ่งที่ผูกมัดผู้ใช้งานได้อย่างถาวร
ข้อสาม ความเร็วคือหัวใจ
ในโลกเทคโนโลยี การมาช้าเพียงก้าวเดียว อาจหมายถึงการตกขบวนไปตลอดกาล
Microsoft ไม่ได้ทำ Word ให้ดีที่สุดตั้งแต่แรก
แต่พวกเขาทำมันให้เข้ากับอนาคตได้เร็วที่สุด และอดทนรอวันที่ตลาดพร้อม
สงคราม Word Processor จบลงแล้วด้วยชัยชนะของ Microsoft
1
แต่สงครามเทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง
วันนี้ Microsoft Word อาจจะเป็นแชมป์ แต่เราก็เห็นคู่แข่งหน้าใหม่อย่าง Google Docs เข้ามาท้าทาย
ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจจะมองย้อนกลับมาแล้วสงสัยว่า ทำไมคนยุคเราถึงต้องลงโปรแกรมในเครื่องเพื่อพิมพ์งาน
เพราะในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่ายั่งยืนตลอดไป
มีแต่คำว่า ใครปรับตัวได้เร็วกว่า คนนั้นคือผู้รอดชีวิต
References : [arstechnica, nytimes, computerhistory, lowendmac, britannica]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/word-processor-war/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
คลิกเลย -->
https://www.blockdit.com/articles/5cda56f1e5eac0101e278c73
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
เทคโนโลยี
ธุรกิจ
การลงทุน
1 บันทึก
9
1
1
1
9
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย