Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าเมาเมาแมน
•
ติดตาม
9 ก.พ. เวลา 08:19 • การเมือง
สวนกระแส แต่เป็นไปตามแผน…
หลายคนมองว่าผลคะแนนเลือกตั้งรอบนี้สวนกระแส
ซึ่งก็จริง ถ้าเทียบกับสารพัดโพลล์ก่อนหน้าทุกสำนัก
แถมยังค่อนข้างสวนทางกับผลประชามติอีกต่างหาก
เนื่องจากพรรคที่ชนะถล่มทลาย มีจุดยืนว่า “ไม่แก้”
รัฐธรรมนูญ
ก็เลยเป็นที่มาของข้อสงสัยถึงการทุจริต ว่ามีไหม
และหลายพื้นที่ก็เริ่มพบความผิดปกติ ถึงกับมีการนับ
คะแนนกันใหม่บ้างแล้ว ซึ่งส่วนนี้ก็คงต้องไปว่ากัน
ตามพยานหลักฐานต่างๆต่อไป
…แต่ถ้าตัดเรื่องอาจมีโกงออกไป….
แล้วเอาเรื่องสถิติ ตัวเลขอย่างเดียวมาวิเคราะห์
จริงๆแล้วที่คะแนนออกมาแบบนี้
มันก็ไม่แปลกอะไรเท่าไหร่หรอก…
เพราะมันอยู่ในแผนของฝ่ายถืออำนาจรัฐ ที่กำหนดได้อยู่แล้ว
วันเวลาเลือกตั้ง และการจงใจอ่อนประชาสัมพันธ์
คือปัจจัยที่มีผลมากกับคะแนนเลือกตั้งรอบนี้
และคือเหตุผลว่าทำไม มันค่อนข้างสวนกระแสและโพลล์
จริงๆผมมองเห็นผลเลือกตั้งตั้งแต่วันศุกร์แล้ว
ว่าพรรคบ้านใหญ่มาแน่
ถามว่าดูจากอะไร ?
คำตอบง่ายๆ คือ ผมดูจากจำนวนคนเดินทางกลับบ้านครับ
มันเป็นไปอย่างเงียบเหงา แม้แต่ในออฟฟิศผมเอง
พวกช่าง ลูกน้องหลายคนก็ไม่กลับกัน
เหตุผลนั้นง่ายมาก หนึ่งคือกลัวกลับมาทำงานไม่ทัน
กับสองคือเรื่องเงินทอง ไม่มีใครอยากเปลืองรอบสอง
หลังเพิ่งกลับบ้านปีใหม่กันมา
มันไม่ใช่แค่ในกรุงเทพนะครับ เพราะเท่าที่เห็น
ตามเขตอุตสาหกรรมใหญ่ๆ อย่างอยุธยา หรือระยอง
สมุทรสาคร
ปรากฎว่า แรงงานเดินทางกลับไปเลือกตั้งน้อยมาก
และนั่นก็สอดคล้องกับตัวเลขของผู้ใช้สิทธิรวมที่น้อยมาก
เพียง 60 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เทียบกับรอบก่อน 75%
ในปี 2566 ไม่ได้เลย
แถมการอ่อนประชาสัมพันธ์ และเร่งรีบหนักมาก
ในการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต
ก็ทำให้มีผู้ใช้สิทธิในส่วนนั้นเพียงสองล้านคน
แน่นอน คนทำงานในเมืองใหญ่ต่างๆ ที่มาจากทั่วประเทศ
มันมีจำนวนมากกว่าสองล้านคนเยอะ
และการหายไปของเสียงคนวัยทำงานเหล่านี้
ที่ส่วนมากมีแนวคิดปฏิรูปนี่เอง
ทำให้พรรคบ้านใหญ่
ซึ่งยึดโยงกับผู้สูงอายุในท้องถิ่นต่างๆได้เปรียบมาก
…ซึ่งพรรคบ้านใหญ่ ก็คือพรรคที่ถืออำนาจรัฐ ทั้งน้ำเงิน
และพรรคสีเขียวนั่นเอง…
ต้องบอกว่าฝ่ายที่ถืออำนาจรัฐนั้น มองขาด และวางแผน
ให้เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ผลคะแนนจึงไม่เหนือกว่าความคาดหมายอะไรนัก
แม้จะสวนกระแสและโพลล์ทุกสำนักก็ตาม
ชัยชนะของพรรคน้ำเงิน ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย
แต่จำนวนที่มากขนาดนี้ต่างหากที่เหนือความคาดหมาย
และแหกโพลล์ทุกสำนัก
ซึ่งที่จริง มันไม่ใช่แค่สวนกระแสในส่วนระหว่าง
พรรคส้มกับน้ำเงินหรอก
ผมอยากให้ดูทางใต้ ที่เห็นชัดเจนมากเหมือนกัน
เมื่อประชาธิปัตย์ที่กระแสดีมากหลังการกลับมาของคุณอภิสิทธิ์
ก็ได้ไม่มากเท่าที่ควร และแพ้หมดในเขตของบ้านใหญ่ที่ปัจจุบัน
ย้ายไปสังกัดน้ำเงิน และเขียว
ซึ่งสำหรับคนใต้ส่วนมาก นี่ถือว่าค้านสายตานะครับ
ในอีกทาง การที่พรรคเขียวได้มากขนาดนี้ ทั้งที่ภาพแย่
ก็ยิ่งเป็นการย้ำสมมุติฐานว่า การวางแผนให้พรรคบ้านใหญ่
นั้นชนะในเขตต่างจังหวัดของฝ่ายถืออำนาจรัฐนั้นเวิร์คมากๆ
กรณีพรรคเขียวนี่ชัดมากครับ กับเรื่องนี้
ชัดกว่าพรรคน้ำเงินที่ชนะถล่มทลายอีก
เพราะพรรคน้ำเงินนั้น มีทั้งกระแสชาตินิยม
มีเรื่องการสัญญาโครงการคนละครึ่งมาจูงใจคน
แต่พรรคเขียวนั้น ว่าตามจริง ในสี่เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาล
พวกเขาแทบไม่มีผลงานอะไรเลย แถมภาพลักษณ์ก็แย่
แต่กลับได้คะแนนมากขึ้นอย่างมาก ด้วยการดูดบ้านใหญ่
เข้ามาอยู่ในสังกัดพรรคเป็นจำนวนมาก
…มันจึงชัดเจนครับ ว่าแผนการทั้งหมด มันถูกสร้างขึ้นมา
เพื่อประโยชน์ของฝ่ายอำนาจรัฐอยู่แล้ว…
…ผลมันจึงไม่ได้เหนือความคาดหมายอย่างที่วิจารณ์กัน….
ถามว่าผิดไหม ที่ฝ่ายอำนาจรัฐกำหนดวันแบบนี้
ซึ่งมีผลมากกับการเลือกตั้ง
ผมบอกเลยว่าไม่ผิด เพราะที่ผ่านมาก็ทำมาตลอด
แต่ถ้าถามว่ามันควรทำในลักษณะนี้ไหม
ก็ต้องบอกว่าไม่ควร และไม่แฟร์
เพราะลักษณะนี้ คือเหมือนกับมีความจงใจ
ที่จะลดจำนวนคนไปใช้สิทธิอยู่ในที
แถมการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ก็เงียบเชียบ
การประชาสัมพันธ์ย่ำแย่ และเร่งร้อน ยิ่งดูเป็นความจงใจ
ที่จะตัดคะแนนเสียงคนใช้แรงงาน ซึ่งคือคนหนุ่มสาววัยทำงาน
ที่ส่วนมากมีแนวคิดไปทางปฏิรูป
จริงๆแล้วนะ….
ผมเห็นรัฐบาลนี้และก่อนหน้า ก็เพิ่มวันหยุดบ้าๆบอๆมาตลอด
โดยอ้างเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยว
ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าจะหยุดอีกสักวันหรือสองวัน
เพื่อให้คนใช้สิทธิเต็มที่มันจะเป็นอะไรไป
หรือจะกำหนดวันให้มันตรงกับตรุษจีนปลายสัปดาห์นี้
แล้วให้หยุดเที่ยวไปเลยทีเดียวก็ยังได้
แต่ฝ่ายอำนาจรัฐ ก็เลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น
(และจริงๆ การใกล้ตรุษจีน ภาคเอกชนก็งานเยอะมาก
ห้ามหยุดห้ามลาอยู่แล้วเกือบทุกปี )
มันจึงยิ่งชัดเจน ว่ามันคือความจงใจ และการวางแผน
เพื่อให้ได้เปรียบที่สุดของฝ่ายอำนาจรัฐ
ซึ่งผมก็เข้าใจได้แหละ ว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมคงเข็ด
กับบทเรียนที่ได้รับในปี 66 ซึ่งเปิดโอกาสให้คนเต็มที่
ถ้าจำกันได้ ตอนเลือกตั้ง 66 คือวันที่ 14 พฤษภาคมนั้น
มันจะมีวันหยุดฟันหลอคือพืชมงคลวันที่ 17 อยู่ด้วย
นั่นทำให้คนวัยทำงาน กล้าตัดสินใจที่จะหยุดงาน
และกลับภูมิลำเนาไปเลือกตั้งกันมาก โดยใช้สิทธิสูงที่สุด
ในประวัติศาสตร์ชาติไทย
แต่ผลคือ ความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ของพรรคสายอนุรักษ์
นิยม ซึ่งเวลานั้นก็คือพรรคลุงทหารทั้งสองพรรคนั่นเอง
มันคือบทเรียน ที่ฝ่ายอนุรักษ์ต้องเจ็บแล้วจำ
จนนำมาสู่การวางแผนการให้ได้เปรียบในครั้งนี้
มันมีการทดลองแผนมาแล้วในหลายการเลือกตั้งซ่อม
หรือเลือกตั้งท้องถิ่น ที่เห็นชัดเจนว่าแรงงานในเมืองใหญ่
จะไม่กลับบ้าน ไปสนับสนุนพรรคสายปฏิรูป หากชนวันทำงาน
…แล้วก็ได้ผล อย่างที่เราเห็นกันนั่นแหละครับ….
…สำหรับผมแล้ว นี่จึงไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไรเลย…
เมื่อวันศุกร์ ผมยังถามลูกน้องอยู่เลย ว่ากลับบ้านไหม
พอเขาบอก ไปกลับไม่ทัน ก็เลยไม่กลับ
ผมก็รู้ผลเลือกตั้งตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะครับ มันเดาไม่ยากเลย
ความคิดเห็น
ข่าว
2 บันทึก
17
5
3
2
17
5
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย