Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Krungsri Asset Management
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 10:22 • หุ้น & เศรษฐกิจ
รายงานภาวะตลาดประจำสัปดาห์ 2 – 6 ก.พ. 2569
ภาพรวม
●
ตลาดหุ้นโลกผันผวนและปรับฐานระหว่างสัปดาห์ นำโดยแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Software Technology ดัชนี S&P 500 ปิดทรงตัวและ Nasdaq ลดลง -1.9%
●
ญี่ปุ่น : ผลการเลือกตั้ง พรรค LDP ชนะการเลือกตั้งและครองเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ของสภา เอื้อต่อการผลักดันนโยบายได้อย่างราบรื่น
●
ไทย : ผลการเลือกตั้งไทยเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ ชี้ว่า พรรคภูมิใจไทย มีแนวโน้มเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้น
●
อินเดีย : ทรัมป์ประกาศลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียจาก 25% เหลือ 18% และยกเลิกมาตรการภาษีเพิ่มเติม หลังอินเดียทำตามข้อตกลงด้านภาษีนำเข้า หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ
●
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกัน ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คงดอกเบี้ยเช่นกัน แต่มีความเห็นแตก สะท้อนทิศทางผ่อนคลายในอนาคต
●
ทรัมป์และสี จิ้นผิง ได้หารือเกี่ยวกับประเด็นการค้า โดยจีนเตรียมเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตร พลังงานจากสหรัฐฯ ขณะที่จีนยังยืนยันจุดยืนเรื่องไต้หวัน
สถานการณ์ตลาด
●
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกผันผวนและปรับฐานระหว่างสัปดาห์ นำโดยแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Software Technology จากความกังวลว่าบริษัทซอฟต์แวร์อาจถูก AI เข้ามาแทนที่ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวช่วงปลายสัปดาห์ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งสัปดาห์ดัชนี S&P 500 ปิดทรงตัว และ Nasdaq ลดลง -1.9%
●
แม้ผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยีส่วนใหญ่จะดีกว่าคาด แต่ตลาดยังปรับลงจากแนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคตไม่โดดเด่น และการลงทุนที่ยังสูง แต่ไม่เห็นผลตอบแทนระยะใกล้ โดยมุมมองระยะสั้นตลาดอาจผันผวน แต่ระยะยาวยังมองว่า AI เป็นธีมเติบโตเชิงโครงสร้าง ซึ่งตลาดจะให้น้ำหนักกับบริษัทที่สร้างรายได้และกำไรได้ชัดเจน
●
ญี่ปุ่น
- ผลการเลือกตั้ง พรรค LDP ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ชนะการเลือกตั้งและครองเสียงมากกว่า 2 ใน 3 ของสภา เอื้อต่อการผลักดันนโยบายได้อย่างราบรื่น ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นแรง จากมุมมองเชิงบวกต่อเสถียรภาพทางการเมืองและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- ขณะที่ Bond yield ญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนความกังวลต่อการออกพันธบัตรภาครัฐเพิ่มเติม ส่วนค่าเงินเยนอ่อนค่าจากทิศทางนโยบายการเงินที่ยังผ่อนคลาย
●
ไทย
- ผลการเลือกตั้งไทยเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ ชี้ว่า พรรคภูมิใจไทย มีแนวโน้มเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับรัฐบาลรักษาการ ทำให้การเปลี่ยนผ่านนโยบายมีความต่อเนื่อง นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย
●
อินเดีย
- ทรัมป์ประกาศลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดีย จาก 25% เหลือ 18% และยกเลิกภาษีเพิ่มเติมที่ใช้กดดันอินเดีย จากข้อตกลงที่อินเดียจะลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ เหลือ 0% หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และเพิ่มการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา รวมถึงสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์
- ปัจจัยดังกล่าวช่วยคลายความกังวลด้านภาษีนำเข้า หนุนตลาดหุ้นอินเดียและค่าเงินให้แข็งค่าขึ้น มองว่าอินเดียยังมีความน่าสนใจ จากราคาหุ้นที่ปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดอื่น ประกอบกับนโยบายการเงินที่ยังผ่อนคลาย และสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีที่ไม่สูง แนะนำกองทุน KFINDIA ดูเพิ่มเติม >
https://www.krungsriasset.com/TH/FundDetail/?fund=KFINDIA-A
●
ตลาดแรงงานสหรัฐฯ
- ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน (ADP) เดือนมกราคมเพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาด
- ตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS) ลดลงเหลือ 6.54 ล้านตำแหน่ง ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2020
- จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด จากสภาพอากาศหนาวจัด
- ภาพรวมสะท้อนว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว ตลาดยังคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
●
นโยบายการเงินยุโรปและอังกฤษ
- ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกัน โดยมองว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับเหมาะสม และการตัดสินใจต่อไปจะขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจ
- ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คงดอกเบี้ยเช่นกัน แต่มีความเห็นแตก สะท้อนทิศทางผ่อนคลายในอนาคต ตลาดคาดว่าอาจเริ่มลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม
●
สหรัฐฯ–จีน
- ทรัมป์และสี จิ้นผิง ได้หารือเกี่ยวกับประเด็นการค้า โดยจีนเตรียมเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตร พลังงานจากสหรัฐฯ ขณะที่จีนยังยืนยันจุดยืน เรื่องไต้หวัน
- ทรัมป์มีแผนเยือนจีนในเดือนเมษายน ตลาดมองว่าการพูดคุยครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงบวก สะท้อนความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการลดความตึงเครียดทางการค้า
นโยบายการลงทุนและคำเตือน
●
KFINDIA ลงทุนในกองทุนหลัก FSSA Indian Subcontinent Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV | ระดับความเสี่ยง 6: เสี่ยงสูง | ป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
●
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
●
ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
●
ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก
www.krungsriasset.com
หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
Website -
https://www.krungsriasset.com
Facebook -
https://www.facebook.com/krungsriasset.official
LINE -
https://lin.ee/e9u3LEL
YouTube -
https://www.youtube.com/c/KrungsriAssetManagement
Blockdit -
https://www.blockdit.com/krungsriasset.official
TikTok -
https://www.tiktok.com/@krungsriasset
X -
https://twitter.com/krungsriasset
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
การลงทุน
กองทุน
เทคโนโลยี
1 บันทึก
1
3
1
1
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย