Vitamin D2 (Ergocalciferol): มาจากพืช เห็ด และยีสต์ เป็นขวัญใจสาย Vegan 100% เพราะไม่มีส่วนผสมจากสัตว์เลย
Vitamin D3 (Cholecalciferol): มาจากสัตว์ (เช่น ไข่แดง ปลาทะเลน้ำลึก น้ำมันตับปลา หรือไขมันขนแกะ) และร่างกายเราสร้างเองได้ตอนตากแดด
ประสิทธิภาพ
การจับกับโปรตีนขนส่ง (Binding Affinity to DBP)
เมื่อวิตามินดีเข้าสู่กระแสเลือด มันต้องจับกับ Vitamin D Binding Protein (DBP) เพื่อเดินทางไปที่ตับและไต
D3: จับกับ DBP ได้แน่นและแข็งแรงมาก ทำให้มันไหลเวียนอยู่ในเลือดได้นาน
D2: มีความสามารถในการจับกับ DBP ต่ำกว่า (Affinity น้อยกว่า) และถูกเอนไซม์ทำลายได้ง่ายกว่า ทำให้มันหลุดออกจากระบบขนส่งได้ง่าย และถูกกำจัดออกจากร่างกายได้เร็วกว่า D3
แบบโดสสูง (Bolus): D3 ชนะขาดลอย! งานวิจัยระบุว่า D3 เพิ่มระดับวิตามินในเลือดได้ดีกว่า D2 ถึง 2-3 เท่า
แบบกินทุกวัน (Daily): ถ้ากินโดสต่ำ ๆ ทุกวัน D3 ยังคงดีกว่าเล็กน้อย แต่ความต่างจะลดลง (D2 เริ่มไล่กวดทัน)
อย่างไรก็ตาม ทั้ง D2 และ D3 ต่างก็มีประสิทธิภาพในการเพิ่มระดับวิตามินดี "ในรูปแบบของตัวเอง" ได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย (หมายความว่า ถ้ากิน D2 ระดับ 25(OH)D2 ก็จะพุ่งสูงกว่า แต่ถ้ากิน D3 ระดับ 25(OH)D3 ก็จะพุ่งสูงกว่า
ความคงตัวของสาร (Stability)
D3: ทนต่ออุณหภูมิและความชื้นได้ดีกว่า เก็บรักษาได้ง่ายกว่า
D2: ไวต่อสภาพแวดล้อมมากกว่า เสื่อมสภาพง่ายกว่าถ้าเก็บไม่ดี
หักมุมตอนจบ: "กินไปก็เสียเปล่า ถ้าไม่มีไขมัน จริงเหรอ?"
วิตามินดีทั้งสองชนิดเป็นวิตามินที่ ละลายในไขมัน
เมื่อเรากินไขมันเข้าไป ร่างกายจะหลั่งน้ำดี (Bile) ออกมาเพื่อย่อยไขมันให้กลายเป็นก้อนเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Micelles
เจ้า Micelles นี่แหละครับที่ทำหน้าที่เป็นตัวรับวิตามิน D เข้าไปไว้ในลำไส้แล้วพาข้ามผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด
อ่าวแล้วถ้ากินตอนท้องว่าง ก็คือไม่ดูดซึม 100%?
ไม่ใช่ครับ การทานวิตามิน D พร้อมอาหารมื้อใหญ่ที่มีไขมันจะช่วยเพิ่มระดับวิตามินในเลือดได้มากกว่าการทานตอนท้องว่างถึง 30% - 50%
แต่ถ้าทานตอนท้องว่าง ร่างกายอาจดูดซึมไปใช้ได้อยู่ แต่ไม่ถึงครึ่ง
เพราะ
- ในทางเดินอาหารอาจจะมี ไขมันหลงเหลือจากมื้อก่อนหน้าอยู่บ้างเล็กน้อย
- ร่างกายมีการหลั่งน้ำดี (Bile) พื้นฐานอยู่บ้างนิดหน่อย
- วิตามิน D บางส่วนสามารถซึมผ่านผนังลำไส้ได้เองด้วยกระบวนการ Passive Diffusion (แต่ช้าและน้อยมาก)
- แต่ถ้าเป็นแบบแคปซูลน้ำมัน (Softgel) อันนี้ดีขึ้นมาหน่อย เพราะในเม็ดมีน้ำมันมาให้นิดนึง แต่ก็ยังไม่เท่ากินพร้อมอาหารมื้อที่มีไขมัน