10 ก.พ. เวลา 16:21 • ความคิดเห็น
งบประมาณ ตีกลมๆเอาแค่ 6,000 ล้าน
กับระบบเลือกตั้งที่โกงยาก
ประเทศไทยทำได้ไหม
ทุกครั้งที่มีการพูดถึงการเลือกตั้งที่โปร่งใส คำอธิบายที่มักได้ยินคือ ระบบเรายังไม่พร้อม เทคโนโลยีแพง หรือ ประชาชนยังไม่เข้าใจ แต่ถ้าตัดอารมณ์และอคติออกไป แล้วมองด้วยตัวเลขและตัวอย่างจากต่างประเทศ คำถามที่ควรถามจริงๆคือ
ประเทศไทยทำไม่ได้ หรือแค่ไม่อยากทำกันแน่
หากตั้งงบประมาณไว้ที่ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่างบจัดการเลือกตั้งทั้งระบบในแต่ละครั้ง คำตอบในเชิงเทคนิคชัดเจนมากว่า ทำได้ และทำได้จริง
1
ระบบเลือกตั้งที่โกงยาก ไม่ได้อาศัยความดีของคน
ประเทศที่ระบบเลือกตั้งน่าเชื่อถือ ไม่ได้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผู้มีอำนาจจะซื่อสัตย์
แต่ตั้งอยู่บนโครงสร้างที่
ใครก็แก้ไขตัวเลขคนเดียวไม่ได้
ทุกขั้นตอนทิ้งร่องรอยตรวจสอบได้ ประชาชนและองค์กรอิสระเข้ามาตรวจซ้ำได้จริง หัวใจของระบบคือ แยกการลงคะแนนออกจากการนับ และทำให้การนับคะแนนเป็นสิ่งที่สาธารณะมองเห็น
1
ถ้ามีงบ 6,000 ล้าน ระบบแบบใดที่ประเทศไทยสร้างได้
หากออกแบบอย่างเป็นระบบ งบประมาณระดับนี้เพียงพอสำหรับการยกระดับทั้งประเทศ โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเกินจำเป็น
1. เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ + กระดาษยืนยัน
ใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แบบเดียวกับที่อินเดียใช้ (EVM) ควบคู่กับระบบกระดาษยืนยันการเลือก (VVPAT) ผู้มีสิทธิ์เลือกจะเห็นกระดาษยืนยันก่อนตกกล่อง ทำให้มั่นใจว่าเครื่องบันทึกตรงตามที่เลือก และยังสามารถสุ่มนับกระดาษเพื่อตรวจสอบภายหลังได้
ระบบนี้ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ลดความเสี่ยงจากการแฮ็ก และสามารถผลิตเครื่องภายในประเทศเพื่อลดต้นทุน
งบประมาณในส่วนนี้อยู่ราว 3,000–3,500 ล้านบาท
1
2. ระบบรวมและรายงานผลแบบ real-time
หลังปิดหีบ ผลคะแนนจากแต่ละหน่วยจะถูกส่งเข้าสู่ศูนย์รวมระดับเขต จังหวัด และประเทศ พร้อมแสดงผลแบบ real-time ให้ประชาชน สื่อ และพรรคการเมืองเห็นพร้อมกัน
1
ข้อมูลทั้งหมดควรเป็น open data เพื่อให้ใครก็สามารถนำไปตรวจสอบหรือเปรียบเทียบได้ หากมีตัวเลขใดเปลี่ยนแปลง ระบบจะต้องแสดงร่องรอยทันทีว่าเปลี่ยนเมื่อใดและโดยใคร งบประมาณราว 600–800 ล้านบาท
1
3. ระบบตรวจสอบอิสระและการ audit
ความน่าเชื่อถือจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีการตรวจสอบซ้ำอย่างเป็นอิสระ ระบบที่ดีต้องเปิดให้สุ่มนับกระดาษเทียบกับผลจากเครื่อง ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยและภาคประชาชนเข้าตรวจสอบ
เปิดซอร์สโค้ดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีตรวจได้
นี่คือสิ่งที่ทำให้ “โกงแล้วหนีไม่รอด”
งบประมาณราว 300–400 ล้านบาท
1
4. การทดลองใช้งานและการสื่อสารกับประชาชน
ก่อนใช้ทั่วประเทศ ควรมีการทดลองในระดับท้องถิ่น เช่น อบจ. หรือเทศบาล อบรมเจ้าหน้าที่ และสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจขั้นตอนอย่างชัดเจน
งบประมาณราว 500–700 ล้านบาบ
1
สรุปงบประมาณทั้งหมด
เมื่อนำทุกส่วนมารวมกัน งบประมาณจะอยู่ที่ประมาณ
5,000–6,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้พอดี
นั่นหมายความว่า
ปัญหาไม่ใช่เงิน ไม่ใช่เทคโนโลยี และไม่ใช่ความรู้ของประชาชน
แล้วอุปสรรคที่แท้จริงคืออะไร
คำตอบอาจไม่สวยงามนัก แต่จำเป็นต้องพูดตรงๆ ว่า
ระบบที่โปร่งใส = ระบบที่ควบคุมผลลัพธ์ไม่ได้
1
เมื่อผลคะแนนออกเร็ว
เมื่อเปลี่ยนตัวเลขไม่ได้
เมื่อประชาชนตรวจสอบได้ทันที
ระบบแบบนี้ย่อมไม่เป็นมิตรกับโครงสร้างอำนาจที่เคยอาศัยความคลุมเครือ ความล่าช้า และความไม่โปร่งใสเป็นพื้นที่ต่อรอง
ประเทศไทย ทำระบบเลือกตั้งที่โกงยากได้ ด้วยงบประมาณ 6,000 ล้าน โดยไม่ต้องรอเทคโนโลยีอนาคต และไม่ต้องหวังพึ่งความดีของใครเป็นพิเศษ
สิ่งเดียวที่ต้องมีคือ เจตจำนงทางการเมืองที่ยอมรับว่าผลการเลือกตั้งต้องสะท้อนเสียงประชาชนจริงๆ
คำถามสุดท้าย จึงไม่ใช่ว่าทำได้ไหม
แต่คือ ใครกล้าทำ และใครไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
3
โฆษณา