Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
10 ก.พ. เวลา 17:33 • การเมือง
ประชาชนไทยกำหมัด การเมืองไทยอาจวนลูป
"ไม่มีแกนนำพรรคคนใดไปเป็นผู้นำการประท้วง และทางพรรคระมัดระวังตัวอย่างมากเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปบิดเบือนประเด็น"
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
"การประท้วงของประชาชนเป็นเพียงพฤติกรรมของเด็กงอแงอยากกินอมยิ้ม ที่ไม่ยอมรับกติกา"
นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.พรรคภูมิใจไทยเขต 1 ชลบุรี
"รัฐธรรมนูญปี 2560 และกฎหมาย กกต. ได้ ยกเลิก กกต. จังหวัด และลดบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบ ทำให้ระบบกลายเป็นการสั่งการจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาความไม่โปร่งใส"
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
"หากมีความขัดแย้งเรื่องอำนาจการยุบสภาหรือสถานการณ์บานปลาย อาจมีกลุ่มคนอ้างว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจและนำไปสู่การรักษาความสงบโดยทหารเหมือนปี 2549 และ 2557"
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ต้องเล่าเรื่องการเมืองให้ทุกท่านที่ติดตามมาตลอด เพราะในช่วงนี้มีกระแสข่าวเรื่องการขอนับคะเเนนใหม่เพื่อความโปร่งใสและสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนว่า การเมืองที่สุจริตมีอยู่จริง แต่ก็มีนักวิชาการออกมาวิเคราะห์ว่าหากรัฐบาลหนู 2 ยุบไวกว่าเพราะอุบัติเหตุทางการเมือง หรืออาจมีการทำรัฐประหารอีกครั้ง เรื่องราวต่อไปนี้จะเป็นเช่นไร ไปติดตามกันครับ
สถานการณ์ทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งปีพ.ศ.2569 กำลังตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด เมื่อภาพความผิดปกติในกระบวนการนับคะแนนถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียลมีเดีย จนนำไปสู่การรวมตัวประท้วงของประชาชนและคนรุ่นใหม่ที่รู้สึกว่าสิทธิ์และเสียงของตนกำลังถูกสั่นคลอน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ประชาชนต้องกำหมัด คือข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสของ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) โดยที่แรกที่มีปัญหาคือเขต 7 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีการนำถุงดำไปคลุมกล้องวงจรปิดในสถานที่เก็บหีบบัตร และการกีดกันไม่ให้ผู้สังเกตการณ์เข้าไปในพื้นที่นับคะแนน แม้ภายหลัง กกต. จะชี้แจงว่ากล้องชำรุดและต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล แต่ข้ออ้างนี้กลับยิ่งโหมไฟความไม่พอใจให้ลุกลาม
จุดเริ่มต้นของความไม่ไว้วางใจไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ปทุมฯ ในพื้นที่ชลบุรี เขต 1 และเขต 3 มีการตรวจพบสายรัดหีบบัตรถูกตัดและเอกสารสำคัญทางราชการถูกทิ้งอยู่ในกองขยะ อาสาสมัครผู้ปฏิบัติงานในหน่วยเลือกตั้งระบุว่าพบความผิดปกติหลายอย่างที่ไม่ตรงตามการอบรม เช่น การยุบหีบบัตรโดยไม่ปิดซีลให้เรียบร้อย
ขณะที่ในจังหวัดอุบลราชธานีและมหาสารคาม ประชาชนต้องปักหลักล้อม กกต. เพื่อทวงถามผลคะแนนที่ล่าช้าและหีบบัตรที่ไร้สายรัด เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงมาตรฐานการทำงานที่ถูกตั้งคำถามว่าจงใจเปิดช่องให้มีการทุจริตในขั้นตอนการนับคะแนนหรือไม่
ขณะที่คุณสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เจ้าของพื้นที่ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของมวลชนที่เรียกร้องการนับคะแนนใหม่ในพื้นที่ชลบุรี เขต 1 ว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากเจตจำนงอิสระของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการปั่นกระแสผ่าน Facebook โดยบุคคลที่ตนเรียกว่าผู้จัดการหลังฉาก หรือ ผู้นำทางจิตวิญญาณ ตนตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังมักจะสวมหน้ากาก หมวก และแว่นตาเพื่อปิดบังตัวตน โดยตนมองว่านี่คือการปลุกปั่นเยาวชนและชาวบ้านให้ออกมาสร้างความปั่นป่วนโดยไม่ยอมรับกฎกติกาทางการเมือง
" คะแนนของผมเท่าที่ดูจากคะแนนเลือกตั้ง สรุปแล้วได้ประมาณ 45,700 คะแนน ส่วนของสีส้มซึ่งเป็นคู่แข่งได้ประมาณ 41,000 คะแนน ต่างกันเกือบ 5,000 คะแนน ซึ่งผมก็สงสัยว่า เขาสงสัยอะไรบ้าง จึงไปดูคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของเขา ซึ่งเขาได้ประมาณ 43,000 คะแนน ไม่ใช่ว่าจะมากถึง 40,000-50,000 อะไร ที่จะเป็นคะแนนผิดปกติได้"
คุณสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.พรรคภูมิใจไทย
หนึ่งในคำกล่าวที่รุนแรงและกลายเป็นประเด็นคือการเปรียบเทียบพฤติกรรมของผู้ประท้วงและพรรคคู่แข่งว่าเหมือนเด็กที่อยากกินอมยิ้ม พอไม่ได้กินก็ร้องไห้งอแง คุณสุชาติใช้เปรียบเทียบนี้เพื่อสื่อว่าฝ่ายที่แพ้ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ตามหลักประชาธิปไตย และตั้งคำถามกลับว่า หากมีวุฒิภาวะเพียงเท่านี้ จะไปบริหารประเทศได้อย่างไร
ส.ส.พรรคภูมิใจไทยท่านนี้กล่าวเพิ่มเติมว่า "ถ้านับใหม่แล้วคะแนนออกมาเท่าเดิม ใครจะรับผิดชอบ ผมขอฝากไปบอกว่าคนที่ปลุกปั่นจะกล้าลาออกจาก สส. ไหม หากผลการนับคะแนนใหม่พิสูจน์ว่าไม่มีความผิดปกติ คนที่ใส่แว่น ใส่แมสก์ ใส่หมวกจะกล้ารับผิดชอบไหม"
ท่านเน้นย้ำว่ากระบวนการเลือกตั้งในแต่ละหน่วย รวมถึง 168 หน่วยในเขตของท่าน มีกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือครูอาจารย์ การที่มวลชนไม่เชื่อใจผลคะแนนจึงเท่ากับเป็นการไม่เชื่อใจการทำงานของข้าราชการเหล่านี้ด้วย นอกจากนี้ ท่านยังชี้แจงกรณีไฟดับที่บางแสนในวันเลือกตั้งว่าเกิดจากพายุฝน ไม่ใช่ความจงใจทุจริต และในขณะนั้นท่านก็มีคะแนนนำอยู่แล้ว
นายสุชาติยกตัวอย่างเขต 2 ชลบุรี ซึ่งพรรคของท่านแพ้คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าจนทำให้ภาพรวมแพ้ไปหลักพันคะแนน แต่ท่านก็เลือกที่จะยอมรับกติกา โดยไม่เรียกร้องให้นับใหม่ ท่านจึงมองว่าการที่ฝ่ายตรงข้ามเรียกร้องในสิ่งที่ท่านไม่ได้ทำ เป็นการไม่เคารพกฎหมายและกติกาการเป็นนักกีฬาทางการเมือง
ท่านสะท้อนความรู้สึกส่วนตัวว่าใช้เวลา 40 วันในการหาเสียงอย่างหนัก ตนต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปไหว้ขอคะแนนตามหน้าหมู่บ้าน และสะสมคะแนนนิยมมาตลอด 20 ปี ตนจึงเชื่อว่าชัยชนะของตนคือคะแนนบริสุทธิ์จากชาวบ้านจริงๆ และไม่พอใจที่ความทุ่มเทนี้ถูกมองว่ามาจากการทุจริต
ไวกว่า แรงกว่าและเฉียบขาด ไม่ใช่แค่ F-16 ที่บินจากโคราชไปหย่อนไข่ใส่กัมพูชา หากแต่เป็นพรรคประชาชนที่เคลื่อนไหวเร็วในการลงพื้นทีเมืองชลจนสื่อมวลชนต้องจับจ้อง การปรากฎตัวของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ทำให้เมืองชลกำลังร้อนระอุราวกับอุณหภูมิของทะเลทรายตอนกลางวัน
นายณัฐพงษ์มองว่าการกล่าวหาของนายสุชาติเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน พร้อมทั้งเรื่องที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณอยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์ความไม่สงบที่ชลบุรี นายณัฐพงษ์ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีแกนนำพรรคคนใดไปเป็นแกนนำการประท้วง และทางพรรคระมัดระวังตัวอย่างมากเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปบิดเบือนประเด็น ประชาชนที่ออกมาเรียกร้องไม่ได้ถูกใครปั่นหัว แต่พวกเขาออกมาเพื่อปกป้องสิทธิ์และเสียงของตัวเอง
เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า "พรรคและมวลชนยอมรับความพ่ายแพ้ได้ แต่ไม่สามารถยอมรับการโกงได้ ดังนั้นการนับคะแนนใหม่จึงเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและทุกฝ่ายยอมรับผลได้อย่างสบายใจ"
"นายสุชาติควรจะเรียกร้องสิ่งเดียวกัน คือความโปร่งใสในกระบวนการการเลือกตั้ง แทนที่จะมากล่าวหาประชาชน"
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
ในขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ซึ่งลงพื้นที่ชลบุรีรวดเร็วดุจ F-16 ที่พร้อมโจมตีเป้าหมาย คุณวิโรจน์ใช้การตอบโต้อย่างดุเดือด โดยเน้นไปที่หลักฐานเชิงประจักษ์และการใช้กฎหมาย คุณวิโรจน์เมินเฉยต่อคำวิจารณ์ของนายสุชาติ โดยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่ามวลชนไม่ได้ทำตามอารมณ์เหมือนเด็กงอแง แต่พฤติกรรมของมวลชนเกิดจากความเจ็บแค้นที่ถูกกดทับจากโครงสร้างอำนาจและการพบหลักฐานที่รับไม่ได้
"การที่ประชาชนเจอแบบขีดคะแนน ส.ส. 5/11 ในถังขยะ เป็นหลักฐานที่โจ่งแจ้งและเห็นกับตา ไม่ใช่คลิปจัดฉาก หากจะบอกว่านับเสร็จแล้วจึงทิ้งก็ยิ่งฟังไม่ขึ้น เพราะเอกสารสำคัญต้องถูกจัดเก็บเพื่อรอการตรวจสอบย้อนหลัง"
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน
พร้อมกันนี้ยังมีคำถามจากรองหัวหน้าพรรคส้มว่าเหตุใดกรณีที่พรรคเพื่อไทยชนะที่จังหวัดศรีสะเกษ กกต. จึงสั่งนับใหม่ได้ แต่ที่ชลบุรีซึ่งมีหลักฐานชัดกว่ากลับทำไม่ได้
เขาประกาศดำเนินคดีตาม มาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และพรป. ปปช. มาตรา 172 ต่อ กกต. ทั้ง 7 ท่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ กปน. และรองเลขาธิการ กกต. ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยย้ำว่า "ถ้าท่านทำถูกต้อง กฎหมายจะปกป้องท่านเอง แต่ถ้าไม่ถูกกฎหมายต้องลงโทษ"
เขามองว่าปัญหาเกิดจากระบบที่ทำให้องค์กรอิสระกลายเป็นอิสระจากประชาชน เอื้ออำนาจต่ออนรักษ์นิยมจนวางอำนาจบาตรใหญ่ ไม่เห็นหัวประชาชน และไม่มีกลไกการถ่วงดุลที่เหมาะสม
ไม่ใช่แค่ 2 คีย์แมนจากพรรคส้มที่มาเยี่ยมชลบุรี นายวรท ศิริรักษ์ ส.ส.ชลบุรีเขต 1 จากพรรคประชาชน ก็เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์ ณ สำนักงาน กกต. ชลบุรี ร่วมกับมวลชนและอาสาสมัครอย่างต่อเนื่อง โดยเขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนพรรคในการรับฟังปัญหาและสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นหน้างาน เช่น กรณีการพบเอกสารสำคัญในกองขยะหรือหีบบัตรที่ไม่มีสายรัด
มีการประสานพลังประชาชนเพื่อเฝ้าหีบ ซึ่งเป็นประเด็นที่นายวรทให้ความสำคัญมาก หลังจากพบข้อพิรุธหลายประการ เขาได้หารือกับภาคประชาชนเพื่อวางแผนส่งอาสาสมัครสลับสับเปลี่ยนกันมาช่วยกันเฝ้าหีบคะแนน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีการนำหีบปลอม หรือบัตรเลือกตั้งซุกซ่อน เข้ามาปะปนในช่วงที่รอผลการพิจารณาจาก กกต. ชุดใหญ่
นายวรทร่วมกับทีมกฎหมายของพรรคในการ รวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรือเอกสารที่ประชาชนพบในพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการยื่นคำร้องต่อ กกต. และใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 157 ต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ในขณะที่แกนนำพรรคอย่างนายวิโรจน์เน้นการปะทะด้วยข้อกฎหมายและการกดดันฝ่ายตรงข้ามผ่านสื่อ นายวรทได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ที่สื่อสารต่อกับประชาชนในพื้นที่ เขาเปรียบได้กับเป็นนายตำรวจฝีมือดีที่ผบ.ตร.ส่งลงมาปราบผู้ร้าย โดยเขาเน้นย้ำถึงการรักษาสิทธิ์และการสู้ตามกรอบของกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนที่กำลังกำหมัดและแค้นในสิ่งที่กกต.ทำ รู้สึกว่าเสียงของพวกเขาได้รับการตอบสนองและมีตัวแทนในการทวงถามความยุติธรรมอย่างเป็นระบบ
ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่เพียงแค่การทุจริตในระดับเขต แต่คือการที่ข้อครหาต่าง ๆ เช่น กรณีถุงดำคลุมกล้องที่ปทุมธานี หรือการพบใบนับคะแนนในกองขยะที่ชลบุรี ถูกนำมาขยายผลจนนำไปสู่ความต้องการให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งประเทศ หากการเลือกตั้งถูกทำให้หมดความน่าเชื่อถือจนกลายเป็นโมฆะ ผลลัพธ์สุดท้ายอาจไม่ใช่การที่ฝ่ายเสรีนิยม เช่น พรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย ได้เป็นรัฐบาล แต่จะเป็นการปูทางไปสู่รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแบบสุจริต
การยกเลิกการเลือกตั้งเหมือนในปีพ.ศ.2549 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ "กลไกพิเศษ" เพื่อล้มกระดานทางการเมือง ไม่เพียงเท่านี้ยังมีแนวคิดเรื่อง "Soft Dictatorship" หรือเผด็จการหน่อมแน้ม อธิบายได้ว่าประเทศไทยมีระบบการปกครองที่ใช้กระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระเป็นปีกหนึ่งของภารกิจในการปกครองประเทศ มากกว่าการผดุงความยุติธรรมทางการเมืองเพียงอย่างเดียว องค์กรเหล่านี้ถูกมองว่าทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมของพลเมืองและนักการเมืองให้อยู่ในระเบียบที่ระบอบต้องการ โดยที่ไม่มีสิทธิ์คัดค้านเลยแม้แต่น้อย
นอกจากมุมมองนักการเมืองแล้วทางฟากฝั่งนักวิชาการก็มีความเห็นในประเด็นร้อนแรงนี้ เริ่มจากท่านแรกผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าตามมาตรา 124 ของ พรป. เลือกตั้ง ส.ส. กกต.มีอำนาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ได้หากมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตหรือการนับคะแนนผิดพลาด อาจารย์ปริญญาเชื่อว่ากรณีที่ชลบุรี ซึ่งพบหลักฐานชัดเจนอย่างใบขีดคะแนนในถังขยะ หาก กกต. ไม่สั่งนับใหม่จะเอาไม่อยู่ เพราะความรู้สึกไม่เป็นธรรมของประชาชนพุ่งสูงมาก
"รัฐธรรมนูญปี 2560 และกฎหมาย กกต. ได้ ยกเลิก กกต. จังหวัด และลดบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบ ทำให้ระบบกลายเป็นการสั่งการจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาความไม่โปร่งใส"
"ประเด็นที่น่าสงสัยที่สุดคือจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ลดลงถึง 10% จาก 75% ในปีพ.ศ.2566 เหลือเพียง 65% ในปีพ.ศ.2569 ซึ่งสวนทางกับกระแสความตื่นตัวในโซเชียลมีเดียอย่างสิ้นเชิง ผมมองว่าคะแนนที่หายไปประมาณ 5 ล้านเสียงนี้เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องตอบคำถามให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้คนเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งที่มีปัญหาในอดีต"
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ในขณะที่ "อาจารย์จ๊ะ" รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล เตือนว่าหากมีความขัดแย้งเรื่องอำนาจการยุบสภาโดยเร็วหรือสถานการณ์บานปลาย อาจมีกลุ่มคนอ้างว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจและนำไปสู่การที่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองเหมือนปีพ.ศ.2549 และปีพ.ศ.2557
อาจารย์จ๊ะวิเคราะห์ว่ากองทัพในปัจจุบันมีความเป็นมืออาชีพสูงและจะไม่ทำรัฐประหารแบบเดิมๆ แต่จะเน้นการรักษาความสงบและประคับประคองสถานการณ์ กองทัพเรียนรู้ที่จะไม่ตกหลุมพรางที่จะทำให้เสียความชอบธรรม และจะไม่ออกมาหากไม่จำเป็นจริงๆ เช่น เมื่อประชาชนใช้กำลังกันรุนแรง จึงตองมีการใช้ทหารเข้าระงับสถานการณ์
อย่างไรก็ตามท่าน (อาจารย์จ๊ะ) มองว่าพรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จจากผลงานที่จับต้องได้และการเข้าถึงพื้นที่ที่ทหารไทยยึดได้ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งทำให้มีภาษีดูดีกว่าการถูกมองว่าเป็นพรรคสีเทาจากขั้วตรงข้าม ดังนั้นผู้เขียนมองว่าเรื่องการนับคะแนนใหม่จากการเลือกตั้งรอบล่าสุด รวมไปถึงรัฐประหารไม่น่าจะเกิดเพราะรัฐบาลชุดนี้ทหารก็ไว้ใจได้
ไม่ว่าช่วงนี้ปัญหาทางการเมืองจะมีมากน้อยเพียงใด นี่ก็คือเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า กกต.กำลังมีปัญหาหรือมีใครกันแน่ที่กล้าใช้เจตนาอันเลวร้ายพร้อมปั่นป่วนประเทศที่กำลังจะพบความหวัง ร่วงลงราวกับดาวตกในเวลาอันรวดเร็ว ในขณะเดียวกันผู้ที่กล้า ท้า ชน จากพรรคประชาชนก็กำลังถูกโจมตีด้วยวาทะกรรมทางการเมืองเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เกมนี้จะจบลงเมื่อใดหนอ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Top News
Thairath TV
PPTV HD 36
Amarin TV
หม่อมปลื้ม
อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว - Namtok Khlong Kaeo National Park
THE MOMENTUM
Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
วรท ศิริรักษ์ - Warot Sirirak
กรุงเทพธุรกิจ
ช่อง One 31
ข่าวสด
เรียบเรียงโดย : ป๋ามิ่ง พิทักษ์ไทย
การเมือง
รัฐบาล
ประเทศไทย
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย