12 ก.พ. เวลา 01:00 • ประวัติศาสตร์

ทฤษฎีสมคบคิดเป็นดูเรื่องจริง! ปีศาจนั้นเป็นผู้ปกครองโลก

“ซาตาน ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งโลกนี้ ได้ทำให้จิตใจของผู้ที่ไม่เชื่อมืดบอด พวกเขาไม่สามารถมองเห็นแสงอันรุ่งโรจน์ของข่าวประเสริฐ ไม่เข้าใจข่าวสารแห่งพระสิริของพระคริสต์ ผู้ทรงเป็นภาพลักษณ์ที่แท้จริงของพระเจ้า” (2 โครินธ์ 4:4)
ความน่ากลัวของโลกใบนี้กำลังถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน แม้ในอดีตผมเชื่อเช่นนี้มาโดยตลอด
แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นพวกสุดโต่ง เป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิด แต่ว่าวันนี้… ความจริงได้ปรากฏ
และสิ่งที่เคยถูกเยาะเย้ย กลับกลายเป็นความจริงทุกประการ
ในโลกแห่งความเป็นจริง
ไม่มี ซ้าย ขวา
ไม่มี เสรีนิยม อนุรักษ์นิยม
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงภาพลวงตา เครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแบ่งแยกผู้คน ทำให้ทะเลาะ แตกคอกัน สับสนวุ่นวาย เพื่อให้มนุษย์หันหลังให้ความจริง และตกอยู่ภายใต้การควบคุมได้โดยง่าย
นี่คือแผนการของมาร และมันไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย
“ถ้าผู้ใดนำบุตรหลานของตนมาถวายเป็นเครื่องบูชาแก่โมเลค…”(เลวีนิติ 20:2–3)
“อย่าให้บุตรหลานของท่านคนใดถูกถวายเป็นเครื่องบูชาแก่โมเลค”(เลวีนิติ 18:21)
“พวกเขาถวายบุตรชายและบุตรหญิงแก่ปีศาจหลั่งเลือดผู้บริสุทธิ์”(สดุดี 106:37–38)
“พวกเขาสร้างศาลบูชาแก่บาอัล
และเผาบุตรชายของตนเป็นเครื่องบูชา”(เยเรมีย์ 19:5)
ผ่านมา 3000 กว่าปี แต่แก่นแท้ของความชั่วร้ายยังคงเหมือนเดิม เพียงเปลี่ยนฉาก เปลี่ยนชื่อ และสวมหน้ากากใหม่
น่าแปลกใจไหม?
ที่คนมีอำนาจในโลกนี้ผลักดัน วิทยาศาสตร์ และ ความไม่เชื่อในพระเจ้า แต่เบื้องหลัง กลับนับถือบูชา รับใช้ และสังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์ ให้กับเทพเจ้าปลอมเหล่านี้ (Moloch, Baal)
“สีหน้าของพวกเขาเป็นพยานฟ้องตัวเอง พวกเขาเปิดโปงบาปเหมือนโสโดม ไม่ปกปิดมัน”(อิสยาห์ 3:9)
พวกเขาจะไม่ถูกจับ ผู้เสียหายจะไม่ได้รับความยุติธรรม แม้ความจริงจะถูกเปิดโปง พวกเขาก็ยังเดินเชิดหน้าอยู่ในสังคม ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
แท่นที่ผมจะกลัวหรือสิ้นหวัง แต่กลับมีความรู้สึกสงบแทน ไม่ใช่เพราะไม่สงสารผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่เพราะไม่เกลียดความชั่ว มันตรงกันข้าม
ผมเกลียดมันอย่างที่สุด แต่ที่รู้สึกแบบนี้ เพราะความเชื่อของผมนั้นได้รับการยืนยัน
พระเจ้ามีจริง พระเยซูคริสต์คือพระเจ้า และในวันสุดท้าย พระองค์จะเสด็จมา เพื่อนำความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่ถูกข่มเหง ถูกทรมาน และถูกสังหาร
ดังที่คุณพ่อ ไสปริดอน เบลี่ย์ กล่าวไว้ว่า
“ทุกคนนั้นต่างรอคอยการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ แต่ความจริงแล้วเราควรที่จะต้องรอคอยการมาของปฏิปักษ์ของพระคริสต์ก่อนต่างหาก”
และวันนี้… เราเริ่มเห็นการปูพรมแดงต้อนรับมันแล้ว
“วิบัติแก่ผู้ที่เรียกความชั่วว่าความดี และเรียกความดีว่าความชั่ว ผู้ที่เรียกความมืดว่าสว่าง และความสว่างว่ามืด”(อิสยาห์ 5:20)
จาก เชื่อและทำความดี กลายเป็น แค่เชื่อก็รอด
จากศีลมหาสนิทซึ่งเป็นพระกายและพระโลหิตจริง กลายเป็นเพียงสัญลักษณ์
จากธรรมประเพณีศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็น พระคัมภีร์อย่างเดียว
คริสตศาสนาในยุคปัจจุบัน ถูกบิดเบือนให้รับใช้ ความสุขส่วนตัว ยอมรับบาปในนามของความรัก สนับสนุนการทำแท้ง สนับสนุนการบิดเบือนธรรมชาติของมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่ ความเชื่อที่พระเยซูมอบแก่อัครสาวก และ ไม่ใช่ คริสตศาสนาที่แท้จริง
คริสตศาสนาที่แท้จริงคือ
การกลับใจ
การอดทน
และการต่อสู้กับบาป
พระคัมภีร์ได้เตือนไว้แล้วว่า ในยุคของปฏิปักษ์พระคริสต์ มันจะมาในคราบของคริสเตียน จะสนับสนุนพระคริสต์ จะสอนเรื่องพระคริสต์ จะร้องเพลงสรรเสริญพระคริสต์ แต่จะเป็นคริสที่ปลอม
มันจะนำ สันติสุข มาสู่โลก แต่จะเป็นสันติสุขที่ปลอม และคริสเตียนที่แท้จริงจะถูกกดขี่ ถูกขับไล่ ถูกใส่ร้าย ซื้อขายไม่ได้ ถูกปฏิบัติราวกับเป็นผู้ร้าย อาชญากร
อย่าลดทอนความเชื่อ เพียงเพื่อให้โลกยอมรับเราเพราะความจริงไม่เคยเป็นที่ยอมรับของโลก มันเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ต้น และจะเป็นเช่นนี้จนถึงวันสุดท้าย ขอให้เรายึดมั่น เตรียมใจ และยืนหยัดในความเชื่อ แม้มันอาจไม่เกิดขึ้นในยุคของเรา แต่มันจะมาอย่างแน่นอน
มีความเชื่อเดียว
การล้างบาปเดียว
และคริสจักรเดียว
คริสจักรออร์โธด็อกซ์ศักดิ์สิทธิ์
“แต่ผู้ที่ยืนหยัดจนถึงที่สุด จะได้รับความรอด”(มัทธิว 24:13)
อธิฐานให้ให้กับเด็กผู้บริสุทธิ์ที่ถูกพวกปีศาจนั้นยํ่ายี
วางใจไว้เทิดเพราะในวันสุดท้ายพระเยซูคริสต์จะเป็นผู้ชนะ
เอเมน☦️
โฆษณา