11 ก.พ. เวลา 05:24 • การตลาด

The Pauper Wears Prada? เมื่อ "หนี้สิน" ผลักดันให้เราต้อง "ติดแบรนด์"

งานวิจัยจากประเทศจีนเผยว่าความเครียดจากการเป็นหนี้ส่งผลโดยตรงต่อความต้องการซื้อของแบรนด์เนมหรูหรามากขึ้น
  • อ้างอิง: Wang, W., Ma, T., Li, J., & Zhang, M. (2020). The pauper wears prada? How debt stress promotes luxury consumption. Journal of Retailing and Consumer Services. DOI: 10.1016/j.jretconser.2020.102144
ตามหลักการแล้ว เมื่อเรามีภาระหนี้สิน เราควรจะลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ในโลกของคนบางกลุ่มไม่เป็นจริงเสมอไป ผลวิจัยพบสาเหตุดังนี้
  • เพื่อชดเชยความรู้สึกไม่ดีของการเป็นหนี้: เมื่อเราเป็นหนี้เราจะรู้สึกว่าสถานะทางสังคมของเราต่ำลง ส่งผลให้อยากซื้อสินค้าราคาแพงๆ มาใช้เพื่อชดเชยความรู้สึกไม่ดี
  • แบรนด์เนมเป็นเครื่องมือซ่อมแซมสถานะ: การซื้อสินค้าแบรนด์เนมเป็นกลไกทางจิตวิทยาเพื่อชดเชยความรู้สึก กลัวเสียหน้า กลัวเพื่อนดูถูก และเป็นการปกปิดความเจ็บปวด
อีกหนึ่งผลวิจัยที่น่าสนใจ คือกลุ่มตัวอย่างในการทดลองมักหาเหตุผลเพื่อลดความรู้สึกผิดจากการซื้อของฟุ่มเฟือย เช่น "มันคือการลงทุน", "ต้องมีไว้เพื่อการทำงาน กลัวไม่น่าเชื่อถือ", "เป็นรางวัลให้ตัวเองที่ทำงานอย่างหนัก"
มุมมองจาก BearoNino
ผมอยากฝากไว้ว่า "เราไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งที่แท้จริงได้จากการพยายามทำให้คนอื่นดูว่าเรารวย"
เส้นกราฟชีวิตทางการเงินที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากวินัยทางการเงินไม่ใช่ภาพลวงตา
สินค้าแบรนด์เนมมีไว้สำหรับ "ประดับ" ความสำเร็จ ถ้าเรารวยจนราคาของมันเป็นแค่เศษเงินในกระเป๋าเรา เวลานั้นเราถึงจะซื้อได้แบบไม่เดือดร้อน
ถ้าเราอยากหลุดพ้นจากวงจรนี้ เราต้องเลิกให้ค่าของ "แบรนด์เนม" มากกว่า "อิสรภาพทางการเงิน"
2
BearoNino สนับสนุนให้คนไทยมีความรู้ด้านการเงิน!!!
โฆษณา