Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พี่ชื่อวิช
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 00:53 • การเมือง
รัฐนาวาเพลิง
ปากกาเซียนหลายสำนักหักไปเป็นโหล เมื่อผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ พลิกล็อคถล่มทลาย รุนแรงถึงขั้นเซียนต้องมุดรูหมูขึ้นไปอยู่ตึกกันเลยทีเดียว
พรรคแดงที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต ใครจะไปเชื่อว่ามาคราวนี้จะหมดสภาพกลายเป็นพรรคต่ำร้อย ทั้งที่ก่อนวันสุกดิบข่าวว่าทรัพยากรกระสุนดินดำอัดฉีดกันชนิดไม่อั้น แต่ลมแทบจับเมื่อเมืองหลวงของเสื้อแดงอย่างเชียงใหม่ ตกเรียบ ไม่เข้าวินแม้สักคนเดียว
แสดงให้เห็นว่าอำนาจผู้นำจิตวิญญาณที่เคยทรงพลัง ได้อ่อนแรงลงมาก อาจจะจากการถูกคุมขังในคดีทุจริตในอดีต บวกกับกรณีคลิปอังเคิลที่ทำความสะเทือนใจให้คนไทยทั้งประเทศ และยังคงคอยตามหลอกตามหลอนอยู่ในโลกออนไลน์ไม่หยุดไม่หย่อน ยิ่งตอกย้ำให้ให้พี่น้องตามแนวชายแดนไทยเขมร บริเวณที่เกิดสงครามทวีความโกรธแค้นหนักขึ้นไปอีก เมื่อต้องเดือดร้อนยอมทิ้งบ้านเรือนวัวควายไร่นา หอบลูกจูงหลานหนีตายเข้าหลบภัยในศูนย์อพยพ
ความน่าเชื่อถือเคารพศรัทธาของพี่น้องเสื้อแดงที่มีต่อพรรคเพื่อไทย ตกฮวบจนน่าใจหาย เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเสียงส่วนใหญ่มีมติ ๖ ต่อ ๓ ชี้ขาดว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเนื้อหาในคลิปเสียงอังเคิล มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ถือเป็นจุดจบของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร
ฐานเสียงสำคัญ ๗ จังหวัด ตั้งแต่อุบลราชธานี ศรีษะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ที่จงรักภักดีกับนายใหญ่มาตลอด ต้องเปลี่ยนใจหันไปสนับสนุนพรรคการเมืองที่ประกาศนโยบายชัดเจนว่าจะปกป้องอธิปไตย ไม่ยอมเสียผืนแผ่นดินไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียวให้กับศัตรูผู้รุกราน อย่างพรรคภูมิใจไทย ของนายอนุทินแทน
ยิ่งตอกย้ำให้เห็นความแตกต่าง ระหว่างรัฐบาลแพทองธารกับรัฐบาลอนุทินมากขึ้นไปอีกเมื่อกองทัพไทยสามารถยึดคืนผืนแผ่นดินไทยที่ถูกรุกล้ำกลับมาได้ทั้งหมด
สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ทั้งลูกเด็กเล็กแดง วัยรุ่นวัยเรียน ผู้เฒ่าผู้แก่ ไม่มีใครไม่รู้จักแม่ทัพบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคสองในขณะนั้น คนที่นายกแพทองธาร ชินวัตรบอกไว้ในคลิปอังเคิลว่า พวกเขาอยู่คนละฝั่งกับพวกเรา คำว่าพวกเราคำนี้มันแทงทะลุหัวใจคนไทย เมื่อมีคนตีความว่า หมายถึงรัฐบาลนายกแพทองธารกับฮุนเซน ส่วนพวกเขาหมายถึงกองทัพไทย
แม่ทัพบุญสิน พาดกลาง จึงได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่ของคนไทย ในสงครามไทยเขมร ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก
อาฟเตอร์ช็อกสึนามิสงครามไทยกัมพูชา ส่งผลให้ สส.เก่าลูกหม้อพรรคเพื่อไทย ที่จมูกไวต่อภัยการเลือกตั้งครั้งหน้าต้องย้ายพรรคหนีตายไปพรรคอื่นรวมทั้งหมด ๑๗ คน โดยที่ ๑๒ คนไปซบอกพรรคภูมิใจไทย
นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของพรรคเพื่อไทย และผู้นำทางจิตวิญญาณตระกูลชินวัตร ที่อาจจะนำไปสู่การล่มสลายหายไปจากความทรงจำของคนไทยตลอดกาล ในอีกไม่ช้า
มองไปที่พรรคภูมิใจไทย จากเดิมก่อนยุบสภามี สส. ๗๑ คน หลังยุบสภามีอดีต สส.ย้ายจากพรรคต่างๆรวมกันเข้ามาเพิ่มอีก ๖๓ คน กลายเป็นพรรคที่มีกองกำลังมากถึง ๑๓๔
จำนวนตัวเลขว่าที่ สส. พรรคภูมิใจไทยของการเลือกตั้งครั้งนี้ ๑๙๓ คน ที่ กกต.แจ้งออกมาอย่างไม่เป็นทางการ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
พรรคกล้าธรรม เดิมมี สส.๒๖ คน ก่อนยุบสภา หลังยุบสภามีอดีต สส.๒๑ คนที่ย้ายมาจาก ๖ พรรค รวมขุมกำลังอดีต สส.ที่ส่งลงสนาม ๔๗ คน ผลปรากฎว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ได้สส.เขต ๕๖ คน บัญชีรายชื่อ ๒ คน รวม ๕๘ คน กลายเป็นที่โจษจันกันทั่วเมือง เนื่องจากพรรคกล้าธรรมถูกมองว่าเป็นศูนย์รวม สส.สีเทา คะแนนความนิยมพรรคต่ำ แต่กลับได้ สส.มากถึง ๕๖ คน
ส่วนพรรคที่กลายเป็นที่ฮือฮามากที่สุดเห็นจะไม่มีพรรคไหนเกินพรรคประชาธิปัตย์ เพราะหลังจากที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กับ กกต.ทำให้ต้องพ้นสภาพจากการเป็นหัวหน้าพรรคไปโดยปริยาย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงหวนกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคใหม่อีกครั้ง
จากที่ก่อนยุบสภาพรรคมี สส.๒๕ คน ปรากฎว่าหลังยุบสภาหายไปถึง ๑๗ คน เหลืออดีต สส.เพียงแค่ ๘ คนเท่านั้น จึงเป็นงานหินของนายอภิสิทธิ์ ที่ต้องฟื้นฟูพรรคกลับขึ้นมาใหม่ กับผู้สมัครรุ่นใหม่ที่โนเนมเกือบทั้งหมด
โค้งสุดท้ายของการหาเสียง เกิดปรากฎการณ์ประชาธิปัตย์ฟีเวอร์ ผู้สนับสนุนมาฟังการหาเสียงกันชนิดมืดฟ้ามัวดิน โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ และจังหวัดตรังบ้านเกิดของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย และอดีตประธานรัฐสภา ทำให้เป็นที่สนใจของเซียนการเมือง บรรดานักวิจารณ์การเมืองหลายสำนักยกให้พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคกล้าธรรมเป็นมวยคู่เอกเพื่อชิงตำแหน่งที่ ๔ รองจากสามพรรคใหญ่คือภูมิใจไทย ประชาชน และเพื่อไทย
ผิดคาด แทนที่ผลคะแนนจะออกมาสูสี ปรากฎว่าพรรคกล้าธรรมกินขาด ๕๘ ต่อ ๒๒ ทิ้งห่างกันสามเท่าตัว แต่มีข้อมูลที่น่าสนใจต้องพิจารณาเป็นพิเศษ จากคะแนนความนิยมพรรคประชาธิปัตย์กว่าหกล้านคะแนน เทียบกับพรรคกล้าธรรมที่ได้คะแนนความนิยมพรรคเพียงหกแสนหกพันคะแนนเท่านั้น ห่างกัน ๖ เท่า ซึ่งค้านกับความรู้สึกของสามัญชนทั่วไป ที่เห็นว่าพรรคที่ได้รับความนิยมสูงกว่าน่าจะได้ สส.เขตมากกว่า เหมือนพรรคอื่นๆทั่วไป
ก่อนเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีคลังและทีมกฎหมาย ได้เข้ายื่นหลักฐานเส้นทางการเงินขบวนการสแกมเมอร์ต่อ ปปง.ให้ตรวจสอบอดีต รมต. ทั้งในรัฐบาลปัจจุบันและชุดก่อนว่ามีการถือหุ้นใหญ่ เชื่อมโยงกลุ่มสแกมเมอร์ทุนสีเทาที่มีเอี่ยวกับเส้นเงินสแกมเมอร์
ประจวบเหมาะกับที่หลังจากนั้นไม่นาน ปปง. มีมติให้ยึดทรัพย์ ของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีต สส. พรรคกล้าธรรม ในข้อหาที่เกี่ยวกับยาเสพติดการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ เป็นจำนวนมากถึง ๑๕๘ ล้านบาท
จนเป็นที่มาของปฏิญญาการเมืองบนเวทีดีเบต ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ประกาศต่อสาธารณชนว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคกล้าธรรมเด็ดขาด หากต้องเข้าร่วมรัฐบาล
พูดง่ายๆก็คือ มีเธอจะไม่มีฉัน และถ้ามีฉันก็ต้องไม่มีเธอ เหมือนกับจะบอกว่าเธอเป็นคนน่ารังเกียจ
เป็นเหตุให้นายธรรมนัส ต้องออกมาตอบโต้ทันทีทันควันด้วยความขึงขังไม้แพ้กันชนิดควันออกหู ท้าให้ตรวจสอบ สส.ทั้งหมดในสภาว่าจะมีกลิ่นขาวสะอาดหมดจดสักกี่คน ไม่เว้นกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์เอง พร้อมสำทับว่าเชิงเย้ยหยันว่าคอยดูหลังเลือกตั้ง ใครจะได้ สส.มากกว่ากัน
พรรคประชาชนก็ผิดหวังไม่เบา เพราะเหล่าแกนนำที่เชื่อมั่นว่ากระแสส้มมาแรงคาดหวังว่าคะแนนน่าออกมาเกินครึ่งสภา สามารถตั้งรัฐบาลได้เพียงพรรคเดียวไม่ต้องง้อใคร แต่เอาเข้าจริงกลับได้เพียงแค่ ๑๑๘ ที่นั่งเท่านั้น จากเดิมที่เคยได้เป็นอันดับที่หนึ่งสูงถึง ๑๕๑ ที่นั่ง ลดต่ำลงถึง ๓๓ ที่นั่ง
คงมาจากวลีเด็ดของนายพิธา “ ทหารมีไว้.. ทำไม “ และสโลแกนหาเสียง “ มีเทาไม่มีเรา “ แต่อดีต สส.ของพรรคส้มหลายคนกลับถูกออกหมายจับคดีฟอกเงิน และยาเสพติด จนต้องเปลี่ยนสโลแกนกันเป็นรายวัน
วันนี้ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ภูมิใจไทยลำดับที่หนึ่งมี ๑๙๓ เสียง ประชาชน ๑๑๘ และเพื่อไทย ๗๔ เสียง สามพรรคหลักแถวหน้าที่เป็นตัวตั้ง
กล้าธรรม ๕๘ เสียง และประชาธิปัตย์ ๒๒ เสียง แถวสองที่จะเป็นเสารองคอยค้ำยันให้เสริมเรือนรัฐบาลอนุทินให้มีเสถียรภาพมั่นคง มีภาพพจน์ที่ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
คณิตศาสตร์การเมืองที่จะเป็นไปได้ โดยพรรคภูมิใจไทยเป็นนำจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี จะออกได้หลายสูตร ตามตัวแปรในสมาการดังต่อไปนี้
G : รัฐบาล
Pu : พรรคภูมิใจไทย (๑๙๓)
Pr : พรรคประชาชน (๑๑๘)
Po : พรรคเพื่อไทย (๗๔)
Kl : พรรคกล้าธรรม (๕๘)
De : พรรคประชาธิปัตย์ (๒๒)
Acc : พรรคเล็กๆที่เหลือ ( ++)
สมาการที่ ๑. G = Pu + Kl + Acc = ๒๕๑ ++
สมาการที่ ๒. G = Pu + Po + Kl = ๓๒๕
สมาการที่ ๓. G = Pu + Po + De = ๒๘๙
ในทางคณิตศาสตร์ ถือว่าเป็นไปได้ทั้งสามสูตร แต่ในทางการเมืองจะต้องเอาความรู้สึกของประชาชน ที่แสดงความรู้สึกในใจผ่านทางคะแนนเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปมาใส่ในสมาการด้วย
ความจำเป็นอันยิ่งยวดของรัฐบาล เพื่อให้แข็งแกร่งในสภาเสียงต้องเกินกึ่งหนึ่ง คือไม่ต่ำกว่า ๒๕๑ ที่นั่ง ปริ่มน้ำก็เสี่ยง มากเกินไปก็ได้ที่นั่งรัฐมนตรีน้อย จึงต้องประเมินให้ดี
ทั้งสามสูตรข้างต้นเป็นไปได้ทั้งหมด อยู่ที่นายเนวินผู้อยู่เบื้องหลัง และนายอนุทินเอง จะวัดตัวตัดชุดให้รัฐบาลอย่างไร เอาฟิตพอดีตัว หลวมหน่อยจะได้หายใจสะดวก หรือเตรียมชุดสำรองเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อเปลี่ยนใหม่ในรัฐบาลอนุทินสาม หากจำเป็นต้องปรับครม.เพื่อหนีตาย กรณีถูกซักฟอกจนหมดทางไป
เพื่อไทยเพิ่งถูกประชาชนลงโทษ ดูได้จากคะแนนเสียงที่หายไปเกือบเท่าตัว หากดึงมาร่วมรัฐบาล นายอนุทินจะตอบคำถามพี่น้องเสื้อแดงที่ถอดชุดมาใส่เสื้อสีน้ำเงินอย่างไร
กล้าธรรม ยังฟอกตัว สส.ที่ถูกกล่าวหาไม่เสร็จ หากเส้นเงินที่ ปปง.กำลังสะกดรอยอยู่ลากไปถึงคนใหญ่คนโตในพรรค หรือพรรคได้รับเงินสนับสนุนมาจากธุรกิจผิดกฎหมายด้วยแล้ว เหมือนเปิดแผลเป็นเป้าให้อีกฝ่ายเข้าขย่มโจมตีรัฐบาลทันที
ปฏิญญาประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะวันนั้น ที่ปิดประตูไม่ร่วมรัฐบาลเดียวกับกล้าธรรม สื่อให้เห็นอะไรบางอย่างในทางการเมือง อยู่ที่ว่านายเนวิน และนายอนุทินจะรับรู้และให้น้ำหนักเหมือนกับที่นายอภิสิทธิ์ให้ หรือเปล่า
ภายในไม่เกิน ๖๐ วันตามระเบียบของ กกต.จะรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เราคงได้เห็นภาพรัฐบาลชุดนี้
ว่าในระวางรัฐนาวาลำนี้ จะบรรทุกความคาดหวังของประชาชนด้วยพรรคไหนบ้าง
หากให้ความสำคัญกับความรู้สึกของประชาชน มากกว่าผลประโยชน์ของตนเองและพรรคร่วม รัฐนาวาคงแล่นไปได้ไกล หรือถึงอาจฝั่งฝันครบกำหนดอายุรัฐบาลในเวลาสี่ปี
ในทางกลับกัน หากมองแต่ผลประโยชน์ของตนเองและพรรคร่วม ยอมเสี่ยงที่จะบรรทุกสารไวไฟไว้เต็มลำเรือ ก็คงนับถอยหลังตั้งแต่ออกจากท่า คาดเดาไม่ได้ว่าดินประสิวจะปะทุขึ้นมาวันไหน หรือถูกฟ้าผ่ากลายเป็นรัฐนาวาเพลิง จนล่มจมทะเล
ขอจงใคร่ครวญด้วยความระมัดระวัง ทบทวนให้จงหนัก
อย่าได้ลืมคำนี้เด็ดขาด “ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง ”
โดย.. พี่ชื่อวิช
เศรษฐกิจ
การเมือง
ความคิดเห็น
บันทึก
1
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย