เมื่อวาน เวลา 04:56 • การเมือง

ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังรอวันร้อนแรง?

"การตอบโต้การกระทำใดใดก็ตามจะต้องยึดถือหลักการเหล่านั้น เพราะเราเป็นประเทศที่ยึดมั่นในความถูกต้องไม่ทำร้ายใครก่อน แต่ถ้าทำร้ายเราเราจะตอบโต้ด้วยหลักการ การตอบโต้ด้วยสัดส่วนการไม่ทำร้ายพลเรือน "
"อยากให้ทุกท่านมั่นใจว่ากองทัพอากาศและกองทัพไทย ทำดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการรุกล้ำอธิปไตย ป้องกันเกียรติยศและศักดิ์ศรี กว่าที่จะรักษาอธิปไตยได้ 800 กว่าปีลำบากมากเพราะฉะนั้นจะสูญเสียไม่ได้"
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ
"เครื่องบินทุกลำมีความเสี่ยงไม่ว่า จะเป็นเครื่องใหม่หรือเก่า แต่กองทัพอากาศดูแลอากาศยานทุกลำอย่างดีที่สุด เปรียบเสมือนคนในครอบครัว มีการบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่ และปรับปรุงตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเครื่องบิน F-16 ที่ประจำการมานานเกือบ 40 ปี หรือกริพเพนที่มีอายุราว 15 ปี หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็ได้ไปปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ ในสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมา"
โฆษกกองทัพอากาศ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน เข้มข้นด้วยเรื่องการขอนับคะแนนใหม่เเล้ว ก็มีอีกเรื่องให้ความสนใจไม่แพ้กันนั่นคือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทำไมต้องเล่าแต่ประเทศประเทศเดียว ไม่ไปประเทศอื่นเลยบ้างเหรอ อันที่จริงที่ตองนำเสนอเนื้อหาต่อไปนี้ เพราะจะได้ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่าทหารไทยหรือทหารกัมพูชา ใครกันแน่ที่ทำถูกผิด เรื่องราวนี้จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ
ต้นเหตุเสียงดังบนฟ้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชามาจากการฝึกบินของ F-16 สังกัดกองบิน 1 โคราช
"ฟ้าววววววววว! บู้มมมมมมมมม!" เสียงเครื่องบินขับไล่ F-16 จากกองบิน 1 โคราชดังขึ้นเหนือท้องฟ้าศรีษะเกษ ท่ามกลางที่ชาวบ้านกำลังรอลุ้นว่าสงครามจะเกิดขึ้นเมื่อใดจะได้อพยพ แต่เสียงนี้ก็ไม่มีพิษภัยกับชาวบ้านชายแดนเพราะพวกเขาคุ้นชิน เสียง F-16 เปรียบเสมือนผอ.ที่กำลังบริหารครูทุกระดับและนักเรียนในโรงเรียน แต่ทว่าหลังจากที่ F-16 ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราชฉายา "Lightning" บินหายวับไป เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในป่าแต่เบากว่า F-16 จากโคราช
"ตู้มมมมมมมมมมมม!"
วันที่ 11 กุมภาพันธ์พ.ศ.2569 ในวันเดียวกับที่ F-16 กำลังทำการฝึกบินตามปกติบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ บนภาคพื้นดินก็มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นระหว่างฐานปฏิบัติการชายแดนเก่าถึงฐานปฏิบัติการชายแดนใหม่ บริเวณพื้นที่พลาญยาว ผู้ได้รับบาดเจ็บในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้รวม 3 นาย ได้แก่ พลทหารปริวัตร์ มีมานะ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 132 ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด โดยเหยียบทุ่นระเบิดจนทำให้ขาข้างซ้ายขาด และขาข้างขวามีบาดแผลฉกรรจ์
นายถัดมาคือจ่าสิบเอกปราโมทย์ ดีภักตร์ มีอาการแน่นหน้าอกเนื่องจากแรงอัดของระเบิด และพลทหารจักรพงษ์ โพธิ์เมือง ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณด้านหลัง โดยพลทหารปริวัฒน์ถูกส่งตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปลงจอดที่สนามบินกองทัพบกจังหวัดสุรินทร์ แล้วถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์เพื่อรับการผ่าตัดด่วน และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว โดยคาดการณ์ว่าทุ่นระเบิดที่เกิดเหตุ น่าจะเป็นระเบิดที่หลงเหลือจากการเก็บกู้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม แต่นี่เป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่ยังมีบางส่วนตกค้างอยู่ ท่านเน้นย้ำกับสื่อมวลชนว่าจุดที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ที่ทหารไทยได้เข้าไปควบคุมและสถาปนาความมั่นคงไว้เรียบร้อยแล้ว
ทหารทั้ง 3 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีให้ข้อมูลสำคัญว่าในสมัยก่อนพื้นที่บริเวณนี้เคยถูกฝ่ายกัมพูชายึดครองอยู่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีวัตถุระเบิดตกค้างในพื้นที่ ในขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติหลังจากนี้ไว้ 2 ประการหลัก คือ ต้องเร่งดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่เหลืออยู่ให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ท่านยังกำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และสูงสุด ในการพบปะสื่อมวลชนครั้งนี้ท่านยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลทหารที่ประสบเคราะห์ร้ายอย่างดีที่สุด พร้อมกันนี้ยังได้รับรายงานว่ากองทัพภาคที่ 2 ได้เร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ เพื่อลดความกังวลว่าเหตุการณ์นี้จะบานปลายไปสู่เหตุร้ายแรงอื่น ๆ หรือไม่
ในวันเดียวกันคุณรวีกาญจน์ แก้ววิจิตร ผู้สื่อข่าวภาคสนามไทยรัฐทีวี ได้ลงพื้นที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้สะท้อนความรู้สึกและแสดงความกังวลหากสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจจากการให้สัมภาษณ์กับคุณรวีกาญจน์
ชาวบ้านรู้สึกหวาดกลัวว่าเหตุการณ์จะรุนแรงเหมือนในอดีต ทั้งปี 54 กับปี 68 และกังวลว่าจะเกิดการปะทะรอบที่ 3 ขึ้นอีกครั้ง สังเกตได้จากบรรยากาศที่เงียบสงัดลง ของหมู่บ้าน คนเดินไปมามีไม่กี่คนและร้านค้าที่เคยเปิดขายตามปกติเริ่มปิดร้านก่อนเวลาหลังจากทราบข่าว แม่ค้าในพื้นที่ได้ให้สัมภาษณ์กับเธอว่ารู้สึกสงสารทหารที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างยากลำบากในแนวหน้า และต้องมาประสบเหตุจนขาขาด
ภาพขวาเป็นหลักฐานว่ามีหลุมระเบิดที่ทหารไทยเสียขาจริงเป็นรายที่ 12
ในขณะเดียวกันก็กล่าวอีกสงครามมีผลกระทบต่อการทำมาหากิน พวกเขาไม่ต้องการให้มีการรบกันอีก เพราะจะทำให้การทำมาหากินลำบาก มีภาระค่าใช้จ่าย ทั้งงวดรถและค่าเล่าเรียนลูกหลาน หากต้องมีการอพยพจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อพวกเขา
ประเทศไทยผ่านการเลือกตั้งมาไม่นาน ชาวบ้านจึงอยากให้รัฐบาลใหม่และนายกรัฐมนตรีคนใหม่เร่งเจรจากับฝ่ายกัมพูชาเพื่อประสานงานให้ปัญหาชายแดนจบลงโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถทำมาหากินได้โดยไม่ต้องคอยอพยพหนีภัยสงครามบ่อย ๆ แม้จะยังไม่มีคำสั่งจากผู้นำชุมชน แต่ชาวบ้านบางส่วนได้เตรียมความพร้อมอพยพไว้ทุกวัน โดยมีการเก็บข้าวของใส่ถุงเตรียมไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
นอกเหนือจากโศกนาฏกรรมทหารเหยียบกับระเบิดรายที่ 12 แล้ว สถานการณ์ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงมีความเคลื่อนไหวที่น่ากังวลและมีการตรวจพบวัตถุระเบิดตกค้างเพิ่มเติมในพื้นที่ของชาวบ้าน
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งกวาดล้างพื้นที่ทุ่นระเบิดอยู่นั้น ที่หมู่บ้านชายแดนในอำเภอกันทรลักษ์ ชาวบ้านชื่อพี่ถนอม บัวต้น เจ้าของบ่อปลา ได้พบวัตถุต้องสงสัยขณะกำลังทอดแหหาปลาในสระน้ำกลางทุ่งนา
โดยในตอนแรกพี่ถนอมคิดว่าเป็นขอนไม้ แต่เมื่อลงไปคลำดูพบว่าเป็นวัตถุขนาดใหญ่ แข็ง และลื่น จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ จึงนำไปสู่การเก็บกู้โดยชุด EOD จากตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 (ตชด. 22) ได้เข้าตรวจสอบและกู้กระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร ขึ้นมาจากสระน้ำที่ลึกประมาณ 8 เมตร ซึ่งขณะนั้นน้ำลดเหลือเพียง 1 เมตร เจ้าหน้าที่ระบุว่ากระสุนดังกล่าวถูกยิงมาจากฝั่งกัมพูชาในช่วงที่มีการปะทะกันก่อนหน้านี้ และยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมทำงาน
ไม่ใช่แค่พี่ถนอมเท่านั้นที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ชายแดน ทหารไทยที่อยู่แนวหน้าก็เช่นกัน ในช่วงเวลานี้ยังคงตรวจดูความเคลื่อนไหวเช่นกันโดยเฉพาะที่เขาพระวิหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญมีความเคลื่อนไหวที่ตึงเครียดและน่าจับตามองอย่างมีนัยสำคัญ
ตชด.22 ส่ง EOD มาเก็บระเบิดที่บ้านพี่ถนอม
ทหารกัมพูชาได้มีการปรับเปลี่ยนลักษณะทางกายภาพของฐานปฏิบัติการระดับกองพลบนแนวเขาพระวิหารอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการนำผ้าใบสีน้ำเงินมาคลุมทับหลังคาเดิมที่เป็นสีแดง การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกสันนิษฐานว่าทำเพื่อพรางสายตาจากการตรวจการณ์ของทหารไทย เนื่องจากสีน้ำเงินจะกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมและป่าไม้ได้ดีกว่าสีแดง
โดยเฉพาะในช่วงที่มีแสงน้อย นอกจากนี้ยังพบการใช้ยางรถยนต์วางทับผ้าใบไว้เพื่อป้องกันลมพัดปลิวอีกด้วย นอกจากนี้ทหาไทยบนยอดภูมะเขือยังตรวจพบเคลื่อนไหวการขนส่งสิ่งของที่ระบุประเภทไม่ได้ขึ้นไปยังแนวปราสาทเขาพระวิหารอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ทั้งรถกระบะและรถจักรยานยนต์ขนของจนเต็มท้ายรถมุ่งหน้าไปยังวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ และปราสาทเขาพระวิหาร
นอกจากการพรางตัวแล้ว ฝั่งกัมพูชายังเร่งสร้างชัยภูมิที่ได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบังเกอร์คอนกรีตเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ตั้งแต่เชิงเขาขึ้นไปจนถึงยอดเขาพระวิหาร อีกทั้งทหารกัมพูชาใช้ซอกหินใต้แนวผารอบเขาพระวิหารทำเป็นที่กำบังทางยุทธวิธี ซึ่งยากต่อการทำลายด้วยการโจมตีทางอากาศหรือการทิ้งระเบิดอย่างหนักจากเอฟ-16 เพราะหากอยู่ในบังเกอร์ที่สร้างขึ้นทหารเสียชีวิตก่อนที่จะปฏิบัติการณ์ ดังนั้นปฏิบัติการแล้วรีบหลบเข้าซอกหินได้ทันทีกรณีที่ไทยส่ง F-16 ขึ้นมาโจมตี
สำหรับผู้เขียนมองว่าช่วงนี้ก็มีการหยุดยิงอยู่แล้ว ชาวบ้านเลยไว้วางใจทหารได้หากมีการปะรอบใหม้ แต่ที่ผู้เขียนไม่น่าไว้วางใจนั่นคือการทำสิ่งก่อสร้างที่เขาพระวิหารเพื่อเตรียมการรบรอบใหม่กับฝั่งไทยนั้น มันผิดหลักการสากลในการใช้กำลังทางทหาร เพราะทหารกัมพูชามักใช้โบราณสถานและชุมชนเป็นโล่กำบัง ทำให้ถูกประณามมากครั้งกว่าทหารไทย
ทอดแหหากระสุนปืนใหญ่ ไม่ใช่ทอดแหหาปลาโดย EOD
ทหารไทยมีการตั้งฐานตามป่าเขาริมชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ถูกประณามเลย เพราะเราเลือกชัยภูมิที่เหมาะสมและดีที่สุดต่อการปฏิบัติการของฝ่ายเรา หากจำกันได้หลังจากการปะทะทั้ง 2 ครั้งในปี 68 ทหารไทยก็ได้สถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ที่ยึดมาได้
ซึ่งเราได้พิจารณามาดีแล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อสิ่งก่อสร้างของพลเรือน ในพื้นที่ที่ยึดคืนมานั้น เพราะฉะนั้นหากมีสงครามเกิดขึ้นกัมพูชาก็ใช้มุกเดิมๆคือบ้านเรือนประชาชนและโบราณสถานเป็นฐานทัพ ส่วนไทยก็ใช้ป่าไม้และภูเขาที่ไม่ติดชุมชนเป็นฐานทัพ เรื่องนี้จึงแสดงให้เห็นว่าทหารไทยมีความรู้และความชำนาญในการสถาปนาพื้นที่ทางทหาร
ไม่ใช่แค่ตั้งฐานทหารและชุมชนเข้ามาประชิดชายแดนไทย-กัมพูชา เราก็ใช้หนามยอกเอาหนามบ่ง เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามใช้ยุทธวิธีในลักษณะนี้เพื่อยั่วยุทหารไทย ทหารฝ่ายเราจึงเรียนรู้ยุทธวิธจากฝ่ายตรงข้ามโดยการสร้างชุมชนริมชายแดนเพิ่มเพื่อให้ทหารไทยเข้าไปอยู่อาศัยพร้อมครอบครัว และอาจมีการสร้างหลุมหลบภัยขึ้นมาในพื้นที่หมู่บ้าน เพื่อเตรียมรับมือการปะทะรอบใหม่
แล้วจุดที่น่าสังเกตเกี่ยวกับเรื่องการใช้ชุมชนและโบราณสถานเป็นฐานทัพนั่นคือ อาจใช้เป็นพื้นที่สำหรับวางกำลังอาวุธโจมตีฝั่งไทยอีกด้วย BM-21 , ปืนใหญ่ และอะไรต่ออะไรที่ขนเข้ามา อย่างไรก็ตามในการปะทะรอบใหม่ F-16 จะไม่บินไปทำลายบ้านเรือนประชาชนชาวกัมพูชาโดยเด็ดขาด เพราะเราเน้นไปทำลายภัยคุกคามทางทหาร เพื่อปกป้องประชาชนชาวไทย ไม่ใช่ทำแบบเดียวกับที่กัมพูชาเคยทำ
กองทัพอากาศไทยไม่เคยส่ง F-16 ไปโจมตีพลเรือน
โดยส่วนมาก F-16 จะไปบึ้มค่ายทหาร คลังอาวุธ ทำลายถนน ทำลายสะพาน บังเกอร์ และฐานทหาร เสียมากกว่า ไม่ได้ไปทิ้งระเบิดใส่บ้านเรือนประชาชนตามที่กัมพูชาจงใจปั่นข่าวดิสเครดิตกองทัพไทย
การกระทำของ F-16 เปรียบได้กับการใช้ยาที่มีใบรับรองแพทย์ในการรักษาโรค ไม่เพียงแต่การรับมือรอบ 3 เท่านั้นของกองทัพอากาศไทย เสียงของ F-16 ที่แผดคำรามเหนือชายดายไทย-กัมพูชาช่วงนี้ เป็นการสร้างความมั่นใจว่ากองทัพภาคที่ 2 กองทัพบกและกองทัพอากาศยังคงมีความสามัคคีกลมเกลียว ไม่ได้ทำงานแยกเหล่าใครเหล่ามันแต่อย่างใด แม้จะไม่เห็นเครื่องเต็มตาแต่ชาวบ้านที่ได้ยินเสียง F-16 บินมาสูงๆ ก็อบอุ่นใจเหมือนมีผอ.ดูแลครูและนักเรียนในโรงเรียน
เสียงระเบิดที่ดังขึ้น เสียง F-16 ดังก้องกังวาลกำลังสื่อถึงอะไรกันแน่ หรือว่ากัมพูชายังอยากยุให้ไทยทำสงคราม เรื่องนี้ใครจะคิดอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่ที่น่าจับตามองเขาพระวิหาร ที่นี่อาจเป็นจุดยุทธศาสตร์อีกครั้งไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพราะมีข่าวการเสริมกำลังหนาหูขึ้นทุกวัน หากนี่คือการท้าทายทหารไทย อาจหนีไม่พ้นไข่ของ F-16 แน่นอน สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
NSTHCNX
คุณชิตพล แก้วกิริยา
ไทยรัฐทีวี
อัมรินทรทีวี
LOVE AIRPLANES
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
ชื่อกลอน : วอนทหารไทย
ผู้ประพันธ์ : จ่าหวาน เกรียงไกร
11 กุมภา ปี 68 ช่างแสบนัก
เข้ามาดัก โจมตี ทำเสียขา
เดาไว้แล้ว ใครมาวาง เห็นทันตา
พวกชั่วช้า ชาติเขมร ลอบฝังดิน
เอฟ-16 บินผ่าน วันเดียวกัน
เป็นสัญญาณ ดังสะท้าน ทั่วเวหน
ชาวบ้านนั้น อบอุ่นเพราะ เสียงเบื้องบน
บินฝึกฝน พร้อมรับมือ ศึกต่อไป
วอนทหาร ทุกท่านที่ อยู่แนวหน้า
อย่าประหม่า ลอยตัว เหนือปัญหา
วอนพี่น้อง ทหารไทย ช่วยป้องประชา
กัมพูชา ต้องถูกไล่ ด้วยทัพไทย
เขาพระวิหาร ไม่ใช่ เรื่องเล็กน้อย
หากปล่อยไว เอื้ออารีย์ ให้ตั้งฐาน
แม้นหยุดยิง ไม่หยุดยั้ง เราตรวจการณ์
วอนทหาร ช่วยยึดคืน สู่ถิ่นไทย
โฆษณา