12 ก.พ. เวลา 05:23 • ธุรกิจ

"ลมหายใจของไม้ไผ่ และค่าเทอมที่กำลังมา"

...คุณค่าไม่ได้อยู่ที่จำนวน แต่อยู่ที่ความรู้นั้นถูกส่งต่อสู่อนาคตได้...
ในหมู่บ้านที่ห่างไกล แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านใต้ถุนบ้านไม้หลังเก่า "ยายบัว" นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่ขัดจนมัน นิ้วมือที่หยาบกร้านกำลังจักตอกไม้ไผ่อย่างช่ำชอง บรรยากาศรอบตัวมีเพียงเสียงจักจั่นและเสียงถอนหายใจยาวๆ
ยายบัว สานตะกร้าไปแลกเงินไม่กี่สิบบาทในตลาด เก็บไว้ในกระป๋องนมเก่าๆ เป็นค่าขนมให้ "เจ้าเก่ง" หลานชายวัยประถมเพียงคนเดียว
วันหนึ่ง เจ้าเก่งเดินกลับมาบ้านพร้อมจดหมายแจ้งค่าเทอมและค่ากิจกรรมพิเศษที่เพิ่มขึ้น ยายบัวนิ่งไป นิ้วที่เคยขยับอย่างคล่องแคล่วหยุดชะงัก แววตาคู่เดิมเริ่มหม่นแสง ยายรู้ดีว่าตะกร้าใบละ 20 บาท ไม่มีทางวิ่งทันค่าครองชีพในโลกใบใหม่ได้อีกต่อไป
ในจังหวะนั้นเอง ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาพร้อมกล้องถ่ายรูปและไอเดียแปลกๆ ชายคนนั้นไม่ได้มองเห็นแค่คนแก่สานไม้ไผ่ แต่มันคือการปะทะกันของ กฏแรงดึงทางฟิสิกส์ และ ศิลปะการจักสาน เขาเดินเข้าไปหายายแล้วบอกว่า
"ยายครับ... วิชาของยาย ไม่ใช่แค่เรื่องตะกร้า แต่มันคืองานที่โลกกำลังตามหา"
เขาเล่าถึงโครงการ "โรงเรียนทักษะวัยเก๋า" เฟ้นหาผู้สูงอายุที่มีทักษะในท้องถิ่น เพื่อส่งต่อภูมิปัญญาให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป
เริ่มต้นจาก รื้อภาพจำของยายบัวที่เคยอยู่เหงาๆ ในบ้าน ให้กลายเป็น "ครู" ปรับหลักสูตรเล็กน้อย เปลี่ยนตะกร้าใส่ผักให้กลายเป็นโคมไฟทรงโมเดิร์นในลวดลายจักสานหายาก และเปิดคอร์สสอนผ่านออนไลน์ ยายบัวต้องสอนคนผ่านหน้าจอที่ยายไม่เคยเข้าใจ แต่ยายก็ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คนในหมู่บ้านบางคนหัวเราะเยาะ "ใครจะมาเรียนกับคนแก่" หรือ "ไม้ไผ่ก็คือไม้ไผ่ จะไปมีราคาอะไร" แม้แต่ยายบัวเองก็เริ่มท้อเมื่อเส้นตอกบาดมือจนระบม แต่ชายแปลกหน้าย้ำกับยายเสมอว่า
"รื้อสิ่งที่คนดูถูก ร่างสิ่งที่เรามี และสร้างมันขึ้นมาใหม่ครับยาย"
วัน Workshop ใหญ่มาถึง คนเมืองนับสิบ ขับรถไกลหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อมานั่งใต้ถุนบ้านยายบัว พวกเขาไม่ได้มาเพื่อซื้อตะกร้า แต่มาเพื่อซึมซับ "จิตวิญญาณ"
ยายบัวค้นพบว่าคุณค่าของตัวเองไม่ได้อยู่ที่จำนวนตะกร้าที่สานได้ แต่อยู่ที่ความรู้ที่ส่งต่อ ยายยิ้มกว้างกว่าครั้งไหนๆ เมื่อได้รับเงินก้อนแรกที่มาจากการเป็น "ครู"
เย็นวันนั้น ยายบัวเรียกเจ้าเก่งมาหา ยายยื่นสมุดบัญชีที่มีเงินเพียงพอสำหรับค่าเทอมจนจบปีการศึกษา แล้วบอกหลานว่า
"เก่ง…เจ้าดูมือยายนะ... มือนี้แหละที่ส่งเจ้าเรียน และมือนี้แหละที่ยังมีความหมาย"
ใต้ถุนบ้านหลังเดิมเปลี่ยนไป มันกลายเป็น "โรงเรียน" ที่มีชีวิต ผู้สูงอายุคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเริ่มเดินเข้ามาถามว่า
"ทักษะของฉัน... พอจะเปลี่ยนเป็นค่าเทอมให้หลานได้บ้างไหม…
ยายบัวไม่ได้เป็นแค่คนแก่เฝ้าบ้านเลี้ยงหลานอีกต่อไป แต่คือประธานหลักสูตรวิชาจักสานที่เท่ที่สุดในตำบล
เพราะภูมิปัญญาคนรุ่นเก๋า ไม่ใช่ของโบราณที่รอวันผุพัง แต่มันคือ 'คลังความรู้ที่มีชีวิต'
:::::::;
โฆษณา