Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 12:00 • ธุรกิจ
เมื่อศิษย์ล้างครู! เบื้องหลัง Hisense ซื้อกิจการ Toshiba ที่คนญี่ปุ่นเจ็บใจที่สุด
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ถึง 30 ปีก่อน
หากเรามีโอกาสได้เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของครอบครัวที่มีฐานะ
ไม่ว่าจะในประเทศไทย หรือมุมไหนของโลก
สิ่งหนึ่งที่มักจะตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้าน เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกที่บ่งบอกรสนิยมของเจ้าของบ้าน
นั่นคือ โทรทัศน์
และถ้าจะให้สมบูรณ์แบบ เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นจะต้องแปะตราสัญลักษณ์แบรนด์อย่าง Sony Panasonic หรือ Sharp
ในยุคนั้น คำว่า Made in Japan ไม่ใช่แค่ป้ายบอกแหล่งผลิต
แต่มันคือตราประทับของความสมบูรณ์แบบ
มันคือเครื่องการันตีว่า นี่คือนวัตกรรมที่ดีที่สุด ทนทานที่สุด และล้ำสมัยที่สุดเท่าที่มนุษย์จะสร้างขึ้นมาได้
แบรนด์ญี่ปุ่นเหล่านี้เปรียบเสมือนราชาที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำ
ดูมั่นคง แข็งแกร่ง และไม่มีทางเลยที่ใครจะมาโค่นลงได้
แต่ใครจะไปเชื่อว่า เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ทศวรรษ ภาพที่เคยเห็นจนชินตากลับตาลปัตรไปจนหมดสิ้น
แม้กระทั่งในบ้านของคนญี่ปุ่นเอง
ทีวีที่ขายดีที่สุด กลับไม่ใช่แบรนด์ญี่ปุ่นระดับตำนานเหล่านั้นอีกต่อไป
แต่กลายเป็นแบรนด์จากจีนที่ชื่อว่า Hisense
บริษัทที่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี 1969 พวกเขาเป็นแค่โรงงานเล็กๆ ในเมืองชิงเต่า
มีพนักงานเริ่มต้นแค่ไม่กี่สิบคน ทำวิทยุคุณภาพต่ำขายในชุมชน
แต่ทำไมวันนี้ พวกเขาถึงกลายมาเป็นผู้ท้าชิงเบอร์ 2 ของโลก
และบุกไปยึดครองห้องนั่งเล่นของคนญี่ปุ่นได้สำเร็จ
เรื่องราวการโค่นล้มยักษ์ใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
…
ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษที่ 1980
ยุคนั้นคือยุคทองของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า Golden Age อย่างแท้จริง
ญี่ปุ่นฟื้นตัวจากสงครามโลกและก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจด้วยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
1
Sony เปิดตัวทีวีรุ่น Trinitron ที่ให้ภาพคมชัด สีสันสดใส จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลก
Sharp ประกาศศักดาเป็นผู้ผลิตทีวีสีรายแรกๆ ของญี่ปุ่น
ส่วน Panasonic ภายใต้การนำของเทพเจ้าแห่งการบริหารอย่าง Konosuke Matsushita ก็กำลังขยายอาณาจักรไปทั่วโลก
การมีทีวีญี่ปุ่นตั้งอยู่ในบ้าน มันคือการประกาศศักดาว่า บ้านข้านี้ทันสมัย
แต่ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังเฉิดฉาย อีกฝากฝั่งหนึ่งของทะเล ในเมืองชิงเต่า ประเทศจีน
โรงงานชื่อยาวเหยียดอย่าง Qingdao No.2 Radio Factory ได้ถือกำเนิดขึ้น
สภาพโรงงานตอนนั้นแทบจะเรียกว่าเป็นเพิงเล็กๆ ก็ว่าได้
สินค้าตัวแรกของพวกเขาไม่ใช่ทีวีจอแบนสุดหรู
1
แต่เป็นวิทยุหน้าตาบ้านๆ ที่ชื่อว่า Red Lantern หรือโคมแดง
ซึ่งทำมาเพื่อขายให้คนในท้องถิ่นฟังข่าวสารบ้านเมืองเท่านั้น
ในตอนนั้น โรงงานแห่งนี้ ซึ่งต่อมาคือ Hisense ไม่ได้มีเป้าหมายจะไปแข่งกับใครในระดับโลก
แค่ผลิตของให้ใช้งานได้ ไม่พังคามือ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
มันเหมือนดาวคนละดวง ฟ้ากับเหว ที่ไม่น่าจะมาบรรจบกันได้
1
จุดเปลี่ยนสำคัญแรก เริ่มต้นขึ้นเมื่อจีนเริ่มเปิดประเทศ รัฐบาลจีนต้องการให้มีอุตสาหกรรมทีวีเป็นของตัวเอง
แต่โรงงานในจีนตอนนั้นไม่มีทั้งเงินทุนและเทคโนโลยี
Hisense ในเวลานั้น จึงเลือกใช้กลยุทธ์ที่ฉลาดที่สุด
นั่นคือ ถ้าทำเองไม่เป็น ก็ไปเรียนจากคนที่เก่งที่สุด
ผู้นำจีนในยุคนั้นได้ไปเยือนโรงงาน Panasonic ที่ญี่ปุ่น และขอให้ช่วยสอนคนจีนทำเครื่องใช้ไฟฟ้า
ซึ่งทาง Panasonic ก็ตอบตกลงด้วยความเต็มใจที่จะช่วยพัฒนาเพื่อนบ้าน
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Hisense ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Panasonic
พวกเขาส่งทีมงานไปดูงาน ไปเรียนรู้วิธีการผลิตทีวีสีถึงประเทศญี่ปุ่น
แต่สิ่งที่ Hisense ทำ ไม่ใช่แค่การก้มหน้าก้มตาเรียนตามตำรา
พวกเขาใช้วิธีที่เรียกว่า Reverse Engineering
พูดภาษาชาวบ้านก็คือ การไปซื้อทีวีญี่ปุ่นมา แล้วจัดการชำแหละมันออกมาเป็นชิ้นๆ ถอดดูทุกน็อต ทุกแผงวงจร
เพื่อทำความเข้าใจว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ภาพสวยคืออะไร
และที่สำคัญที่สุดคือ ชิ้นส่วนไหนที่ไม่จำเป็น ตัดทิ้งได้ไหม เพื่อให้ราคาถูกลง…
ในขณะที่ Hisense กำลังซุ่มเรียนวิชาอย่างหนัก
ฝั่งญี่ปุ่นกลับต้องเจอกับฝันร้ายที่ชื่อว่า Plaza Accord ในปี 1985
ข้อตกลงนี้ทำให้ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นแบบช็อกโลก
จากเดิมที่เคยแลกเปลี่ยนกันที่เรทหนึ่ง พอข้ามคืนกลับแข็งค่าขึ้นมามหาศาล
ลองจินตนาการดูว่า อยู่ดีๆ ของที่ญี่ปุ่นผลิตส่งออก ก็มีราคาแพงขึ้นเกือบ 2 เท่าในสายตาชาวโลก
1
เมื่อทีวีญี่ปุ่นแพงขึ้น บริษัทญี่ปุ่นจึงตัดสินใจแก้เกมด้วยวิธีที่ดูเหมือนจะดี แต่กลายเป็นกับดักในภายหลัง
นั่นคือการหนีไปจับตลาด Premium หรือตลาดบน
พวกเขาคิดว่า ถ้าของมันต้องแพง ก็ทำให้มันดีที่สุดไปเลย
ขายคนรวยที่ยอมจ่าย เพื่อแลกกับคุณภาพระดับเทพ
Sony ทุ่มเงินวิจัยมหาศาลเพื่อทำให้ภาพคมชัดขึ้นอีก 5-10% ใส่เทคโนโลยีที่ซับซ้อนเข้าไป เพื่อรักษาภาพลักษณ์แบรนด์หรู
แต่หารู้ไม่ว่า การทำแบบนั้น ทำให้พวกเขาทิ้งพื้นที่ว่างขนาดมหึมาไว้ข้างหลัง
นั่นคือตลาดของ “คนทั่วไป”
Hisense มองเห็นช่องว่างนี้ทันที
ในขณะที่ Sony พยายามขายทีวีเครื่องละหลายหมื่นบาท
Hisense บอกว่า ฉันจะทำทีวีที่คุณภาพแค่ 70-80% ของญี่ปุ่น แต่ราคาถูกกว่าเกินครึ่ง
มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจมาก ตอนที่ Hisense บุกตลาดแอฟริกา
พวกเขาพบว่าที่นั่นไฟตก ไฟกระชากบ่อยมาก
1
ถ้าเอาทีวีไฮเทคของญี่ปุ่นไปใช้ แผงวงจรละเอียดอ่อนพวกนั้นจะพังทันที
แต่ Hisense เลือกที่จะไม่อัดเทคโนโลยีภาพสวยจนเวอร์
แต่เลือกใส่ ตัวป้องกันไฟกระชาก เข้าไปแทน และออกแบบให้ทนทาน ซ่อมง่าย
1
ผลคือ ทีวี Hisense กลายเป็นขวัญใจคนท้องถิ่น เพราะมัน เปิดติด และ ราคาถูก
ในขณะที่แบรนด์ญี่ปุ่นกลายเป็นของหรูที่ใช้งานจริงไม่ได้
นี่คือการชนะใจด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำเลิศที่สุด…
เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงปี 2008 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ได้สั่นสะเทือนเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง
ผู้คนเริ่มรัดเข็มขัด ทีวีราคาแพงของญี่ปุ่นกลายเป็นของฟุ่มเฟือยที่ขายไม่ออก
ซ้ำร้าย โลกยังหมุนเข้าสู่ยุค Smart TV ที่ทีวีต้องต่ออินเทอร์เน็ตได้ ต้องมีแอปพลิเคชัน
ซึ่งจุดนี้แหละ ที่เป็นจุดตายของญี่ปุ่น
บริษัทญี่ปุ่นเก่งเรื่อง Hardware การสร้างจอภาพที่สวยคมกริบ
แต่พวกเขากลับเชื่องช้ามากในเรื่อง Software
ระบบปฏิบัติการทีวีญี่ปุ่นในยุคนั้นใช้งานยาก เชื่อมต่ออะไรก็วุ่นวาย
ในขณะที่ Hisense ซึ่งคุ้นเคยกับการปรับตัวเร็วๆ จับมือกับผู้พัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ สร้างทีวีที่ใช้ง่าย และราคาถูกกว่ามาก
และแล้ว วันที่โลกต้องจารึกก็มาถึง
บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Toshiba ที่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักจากการลงทุนที่ผิดพลาดในธุรกิจอื่น
จนสถานะการเงินง่อนแง่น จำเป็นต้องขายสมบัติกินเพื่อความอยู่รอด
ในปี 2017 ข่าวใหญ่ที่ช็อกความรู้สึกคนญี่ปุ่นก็เกิดขึ้น เมื่อ Hisense ประกาศเข้าซื้อกิจการ Toshiba Visual Solutions
หรือธุรกิจผลิตทีวีของ Toshiba ด้วยมูลค่าประมาณ 113 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ลองนึกภาพตามว่า แบรนด์ Toshiba ที่เคยเป็นศักดิ์ศรีของญี่ปุ่น เคยเป็นครูบาอาจารย์ในวงการ
วันนี้ต้องถูกขายให้กับบริษัทจีนที่เคยเป็นเพียงโรงงานวิทยุเล็กๆ
1
การซื้อครั้งนี้ Hisense ไม่ได้แค่ได้โรงงาน
แต่ได้สิทธิ์ในการใช้แบรนด์ Toshiba ไปทั่วโลกเป็นเวลาถึง 40 ปี
ได้ทีมวิจัยและพัฒนา และที่สำคัญคือได้ฐานลูกค้าเก่าของญี่ปุ่นมาอยู่ในมือทันที
มันคือทางลัดที่ทำให้ Hisense ก้าวกระโดดจากการเป็นแบรนด์ราคาถูก สู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีระดับโลก
Hisense ใช้กลยุทธ์ ร่างทรง คือยังขายทีวีในชื่อ Toshiba หรือชื่อ REGZA ในญี่ปุ่น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของคนท้องถิ่น
แต่ไส้ใน การบริหาร และต้นทุนการผลิต เป็นแบบ Hisense
ผลลัพธ์ที่ออกมามันน่าทึ่ง
จากข้อมูลล่าสุด หากนับรวมแบรนด์ Toshiba แล้ว
กลุ่ม Hisense สามารถครองส่วนแบ่งตลาดทีวีในญี่ปุ่นได้เป็นอันดับ 1
1
แซงหน้าเจ้าถิ่นอย่าง Sony และ Panasonic ไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนในระดับโลก พวกเขาก็ยืนตระหง่านเป็นเบอร์ 2 รองจาก Samsung เท่านั้น
นอกจากนี้ Hisense ยังทุ่มงบการตลาดมหาศาล เพื่อลบภาพของจีนเกรดต่ำ ด้วยการไปเป็นสปอนเซอร์ฟุตบอลโลก และฟุตบอลยูโร
เพื่อประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่า ฉันคือแบรนด์ระดับโลกแล้วนะ
1
เรื่องราวของ Hisense บอกอะไรเราบ้าง
บทเรียนแรก นวัตกรรม ไม่ได้แปลว่าต้องล้ำที่สุดเสมอไป
ในขณะที่ญี่ปุ่นพยายามทำทีวีที่ ดีที่สุด
Hisense เลือกทำทีวีที่ เหมาะสมที่สุด สำหรับลูกค้าส่วนใหญ่
การเข้าใจปัญหาหน้างาน อย่างเรื่องไฟตกในแอฟริกา
มีค่ามากกว่าความละเอียดหน้าจอที่เพิ่มขึ้นแต่ตาเปล่ามองไม่เห็น
บทเรียนที่สอง อย่าประมาทคู่แข่งตัวเล็ก
วันที่ Panasonic สอนงานให้ Hisense หรือวันที่ Sony มองข้ามตลาดล่าง
พวกเขาคงไม่คิดว่ามดตัวเล็กๆ เหล่านี้จะกัดเจ็บจนล้มช้างได้
การยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ และมองข้ามการเปลี่ยนแปลงของตลาด คือกับดักที่อันตรายที่สุด
และบทเรียนสุดท้าย วิกฤตของคนหนึ่ง คือโอกาสของอีกคน
Hisense ใช้จังหวะที่เศรษฐกิจโลกย่ำแย่ และคู่แข่งอ่อนแอ เข้าโจมตีและยึดครองตลาด
การเตรียมพร้อมอยู่เสมอทำให้เมื่อโอกาสมาถึง พวกเขาก็พร้อมที่จะคว้ามันไว้ทันที
จากโรงงานเพิงสังกะสีที่มีพนักงาน 10 คน
สู่เจ้าของแบรนด์ทีวีที่คนญี่ปุ่นต้องเปิดดูทุกวัน
นี่คือตำนานบทใหม่ที่พิสูจน์แล้วว่า
ในโลกธุรกิจ ไม่มีใครยิ่งใหญ่ค้ำฟ้า
และไม่มีใครต่ำต้อยเกินกว่าจะคว้าดาว…
1
References : [reuters, nikkei, bbc, hisense-usa, panasonic]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/behind-the-scenes-of-hisenses-acquisition-of-toshiba/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
คลิกเลย -->
https://www.blockdit.com/articles/5cda56f1e5eac0101e278c73
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
เทคโนโลยี
ธุรกิจ
จีน
48 บันทึก
52
42
48
52
42
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย