13 ก.พ. เวลา 00:58 • หุ้น & เศรษฐกิจ

⚡ Flash News | ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายอย่างหนักอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวล “AI Disruption”

Beyond Wealth | 13 กุมภาพันธ์ 2569
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรง โดยดัชนี Nasdaq Composite ร่วงราว -2% สะท้อนแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ ขณะที่ S&P 500 ลดลงเกือบ -1.6% และ Dow Jones ปรับตัวลงกว่า -1.3% การปรับฐานรอบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่หุ้นรายตัว แต่กระจายเป็นวงกว้างในธีม AI และเทคโนโลยีขนาดใหญ่
แรงกดดันสำคัญมาจากข่าวของ Algorhythm Holdings ที่เปิดเผยว่าแพลตฟอร์ม AI ของบริษัทสามารถช่วยให้ลูกค้าขยายปริมาณการขนส่งสินค้าได้ถึง 300–400% โดยไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่มแม้แต่คนเดียว
ตัวเลขดังกล่าวกลายเป็น “สัญญาณเตือน” ต่อทั้งอุตสาหกรรม เพราะสะท้อนอย่างชัดเจนว่า AI ไม่ได้แค่เพิ่มประสิทธิภาพ แต่กำลังเข้ามาแทนที่แรงงานและโมเดลธุรกิจเดิมอย่างเป็นรูปธรรม
ก่อนหน้านี้แรงขายได้เริ่มต้นในกลุ่ม Software จากความกังวลว่า Code Generation และ Automation จะบีบความสามารถในการตั้งราคา ก่อนขยายมาสู่ Wealth Management และกลุ่มการเงินที่ตลาดตั้งคำถามถึงความแม่นยำของ AI และความจำเป็นในการลดจำนวนพนักงาน ต่อเนื่องไปยัง Real Estate Services ที่บทบาทของตัวกลางถูกตั้งคำถามมากขึ้น และล่าสุดคือ Logistics ซึ่งกลายเป็นอุตสาหกรรมรายล่าสุดที่กำลังเผชิญแรงกดดันจาก AI Disruption อย่างเต็มรูปแบบ
ในเชิงกระแสเงินลงทุน บรรยากาศตลาดสะท้อนความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนเริ่มระมัดระวังต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น และมีการปรับพอร์ตไปยังหุ้นกลุ่ม Defensive เช่น สาธารณูปโภค สินค้าอุปโภคบริโภค และบางส่วนของอสังหาริมทรัพย์
ขณะเดียวกัน ทองคำและ Bitcoin ปรับตัวลดลงพร้อมกัน สะท้อนว่าความผันผวนที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง แต่กระจายตัวในหลายตลาดพร้อมกัน
📌 มุมมอง Beyond Wealth
แรงขายรอบนี้สะท้อนพฤติกรรมการจัดการความไม่แน่นอนของนักลงทุน หลังธีม AI ถูกใช้เป็นฐานในการประเมินมูลค่าหุ้นในระดับสูงต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง
เมื่อเริ่มมีหลักฐานเชิงรูปธรรมว่า AI แทนที่แรงงานและโครงสร้างต้นทุนเดิมได้ ตลาดจึงเริ่มแยกแยะมากขึ้นระหว่างธุรกิจที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้าง กับธุรกิจที่มีความเสี่ยงจะถูก Disrupt โดยตรง และเลือกชะลอความเสี่ยงเพื่อรอความชัดเจนมากขึ้น
ระยะสั้นตลาดยังมีแนวโน้มผันผวนจากการปรับพอร์ตและการลดน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยี นักลงทุนควรให้น้ำหนักกับการกระจายสินทรัพย์และการควบคุมความเสี่ยง พร้อมติดตามพัฒนาการของ AI ในเชิงการนำไปใช้งานจริงในแต่ละอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าบริษัทใดเป็นผู้ได้ประโยชน์ และบริษัทใดอาจเผชิญแรงกดดันในรอบการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้
ขณะที่สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอย่างพันธบัตรระยะสั้นหรือทองคำ ยังมีบทบาทช่วยลดแรงกระแทกของพอร์ตในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
#BeyondWealth #USMarket #AIDisruption #AssetAllocation
โฆษณา