13 ก.พ. เวลา 01:20 • ปรัชญา
เรื่องราวของคำว่าศีล ..เค้าถือศีล .เพื่อสกัดกั่น ไม่ให้ใช้ กายวาจาใจ ไปกระทำตามอารมณ์ ตัณหา ความอยากต่างๆ ที่นำ..พาให้เกิดกรรม . ให้จิตนั้นต้องมีภาระ ..ต้องชดใข้กรรมมากมายก่ายกอง .มีประตูบานใหญ่ ให้เดินเข้าไป . จิตดวงไหน เดินเข้าไป .ก็ไปเต้นแร้งเต้นกา .เร่าร้อน ด้วยเปลวไฟ ยาวนาน จากโลกนี้ไป .ก็หายลับไปยาวนาน .เป็นหมื่นๆปีแสนปี กว่าจะออกจาก นรก ก็ไปเป็นเปรต เป็นอสุรกาย สัตว์ต่างๆ สนุกสนาน เพลิดเพลิน เกิดต่างๆ ตามสังขารกรรม ที่ทำเอง.. เค้าเรียกว่า จิตเดินในเส้นทางของทุกข์
คราวนี้ .ก็มีอีกเส้นทางหนึ่ง อาศัยความเพียร มีสติสัมปชัญญะ .สกัดกั่น..พิจารณาอารมณ์ ละอารมณ์กรรมต่าง ที่ต้องอาศัยสติปัญญา ความพยายามอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความขีนติของจิตด้วย .ในการที่จะรักษาจิต.ให้มีแสงสว่าง .แสงสีรัตนะ . ที่จะช่วยเหลือจิต .สกัดกัน สีเวรกรรม สีของอารมณ์นึกคิดต่าง .ออกไป จากจิตที่ส่งบันทึกสะสมอยู่กับธาตุทั้งสี่
สิ่งเหล่านี้ เมื่อตายไป เจตภูต..ก็นำไปเกิด ที่มีคำพระสวด ให้คนยังไม่ตาย หูยังดี ว่า กุศลาธัมมา อกุศลาธัมมา อัพพยากตาธัมมา .คนตายก็หมดโอกาสแก้ไข .คนเป็น..จะนำไปแก้ไข .เรื่องราวเรื่องราว .ที่สะสมทำมาเอง ก็เป็นประโยชน์ให้แก่จิตของตนเอง.เพราะเกิดมาแล้วตาย . จิตออกจากกายมีเรื่องราวชั่ว ก็ได้ชั่ว ทำมาเอง .
เรื่องราว ของคำว่า ศีลธรรมนั้น .ผู้ที่มีสติปัญญา ท่านก็ระมัดระวัง ศีล.เพื่ออาศัยศีล ประพฤติปฏิบัติธรรม ให้จ้ตเข้าไปหาธรรม.
เรื่องราวหนึ่ง ที่เกิดขึ้นที่สมอง เราทำให้ที่สมอง มีแสงรัตนะเกิดขึ้น เป็นแสงสีของธรรม ก็จะไปผลักไสอารมณ์นึกคิดต่าง มันเป็นสีดำ สีม่วง ออกไป สมองก็ไม่อารมณ์วุ่นวาย ก็ไม่อาจนึดคิดอะไร กายก็เป็นสุขจิตก็เป็นสุ
โฆษณา