เมื่อวาน เวลา 17:55 • ความคิดเห็น
เรื่องราวอารมณ์นึกคิด เรื่องนั่นเรื่องนี้ ที่เกิดขึ้นที่กายนี้ ..ไม่รู้ว่ามันไหลมาจากไหน มากมายก่ายกอง ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา จนหลับนอน บางครั้ง จะหลับพักผ่อนเสียหน่อย ก็คิดวนเวียน วกวน เหมือนถูกปั่นจิ้งหรีดตลอดเวลา นั่น ก็เหมือนว่า จิตของเรา กายของเรานั้น เดินอยู่ในเส้นทางของทุกข์ ทุกข์อารมณ์ นำพาให้ทุกข์ ทุกข์ที่จิตไปยึดเอาอารมณ์นั้น มานึกคิด ยึดเข้ามา อุปโลกน์เรื่องราวต่าง ที่เราใช้วิญญาณทั้งหกไปสัมผัส .
เรื่องเหล่า ที่เราไม่รู้จัก เลย ก็เรื่องราวของอารมณ์นึกคิดนั่นแหละ การสะสมต่าง รูปรสกลิ่นเสียง มันมีละออง สีดำๆ ตกลงมาใส่ตลอดเวลา ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆขึ้นที่กาย กายเจ็บป่วย แก่เฒ่าชราตาย. สะสมเนื่องด้วยกรรมเกิดขึ้น . มันเหมือนสะสมกรรมสิ่งสกปรก ลงไปที่ธาตุทั้งสี เหมือนสีทาบนพื้นถนนตลอดเวลา ทาทับไปทับมา แล้วก็ไม่รู้จักว่า จะลอกสี ขัดสีต่างๆที่อยู่กับธาตุทั้งสี่ได้
คราวนี้ เราก็แบ่่วเวลา มาสวดมนต์ ภาวนาสร้างบุญกุศล .เราก็มาทำกายนิ่งๆ วางอารมณ์นึกคิดต่างๆออกไป สำรวจตรวจสอบตัวเอบได้ นั่งทำกายนิ่งๆ จิตเฉย .ไม่มีอารมณ์ . เราก็นำกายนั้น ที่ไม่มีอารมณ์ กายนิ่งๆ จิตเฉย มากราบพระ การกราบพระ เราก็ควบคุม ทั้งมือ ทั้งตาหู .มีสติสัมปชัญญะในการกราบ .กราบพระพุทธเจ้า .เราก็มีสติในการกราบ การคู้ตัว ก้มลงกราบ น้อมนำ ไปหาพระ น้อมจิค น้อมกายไป กราบพระ รวบรวมแสงรัตนะเข้ามาสู่จิตเรา ใครผู้ที่มีมีแสงรัตนะ เรืองรอง
การนั่งสมาธิ เราก็สำรวจตัวเอง นั่งให้กายตรง จิตไม่นึกคิดอะไร .นึกถึง แต่พระ พุทโธ ตรงนั้น เรากายสำรวจตัวเองได้ ว่า มีอารมณ์นึกคิดมั้ย .บางที่ปากสวดมนต์ จิตไปตามอารมณ์คิดเรื่องราวต่างๆ จิตก็ไปยึดอารมณ์ .มันก็ขาดสติสัมปชัญญะในการสวดมนต์ เมื่อเราไปเรื่อยๆ เป็นนิจสินเกิดขึ้น อารมณ์ก็เบาบางลงไป จิตก็มีกำลังมีสติสัมปชัญญะ เกิดขึ้น
จิต.มีความอดทนต่ออารมณ์มากขึ้น จิตก็ปล่อยวางอารมณ์ได้เร็ว ความทุกข์ทรมานที่จิตไปยึดถือ อะไรต่างๆ มันก็น้อยลงไป กายก็มีกรรมน้อยลงไป ยิ่งมาสร้างบุญทำบุญ ทำให้ถูกต้อง บันทึกลงไปที่ธาตุสี่ เมื่อกายเป็นบุญเกิดขึ้น จิตที่อาศัยในกายบุญเกิดขึ้น จิตก็มีความสุขที่อาศัยในกายที่เป็นบุญ
โฆษณา