14 ก.พ. เวลา 12:02 • ธุรกิจ

กว่าจะเป็นยาคูลท์ เครื่องดื่มเปลี่ยนโลกที่เกิดจากความตายและความอดอยาก

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าเครื่องดื่มขวดจิ๋วรสชาติเปรี้ยวอมหวานที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กแทบทุกคน มีจุดกำเนิดมาจากเรื่องราวแบบไหน
เรื่องนี้ต้องพาย้อนเวลากลับไปไกลถึงกว่าร้อยปีก่อน เพื่อทำความรู้จักกับชายผู้หนึ่งที่ต้องการแก้ปัญหาความอดอยากด้วยสองมือของเขา…
1
ชายคนนี้มีชื่อว่า Minoru Shirota เขาเกิดเมื่อเดือนเมษายน ปี 1899 ในหมู่บ้านชนบทที่แสนห่างไกล
ตั้งอยู่เคียงข้างสายน้ำ Inadani Tenryuu ในพื้นที่ที่เรียกว่า Iida ทางฝั่งตะวันตกของเมือง Nagano ประเทศญี่ปุ่น…
สภาพแวดล้อมของหมู่บ้าน Inadani ในยุคนั้นล้อมรอบไปด้วยเนินเขาสูงชันสลับซับซ้อน
ด้วยภูมิประเทศที่ยากลำบากบวกกับสภาพดินที่ไม่อำนวย ทำให้ผู้คนไม่สามารถปลูกข้าวเพื่อประทังชีวิตได้
ดินแดนแถบนี้จึงตกอยู่ในสภาวะยากจนข้นแค้นมาตั้งแต่สมัยโบราณ…
แต่ครอบครัวของ Minoru Shirota กลับแตกต่างออกไป เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน
พ่อของเขาทำธุรกิจค้าส่งกระดาษ มีกิจการฟาร์มเลี้ยงไหม และยังทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในธนาคารอีกด้วย…
ความเพียบพร้อมทางฐานะทำให้ชีวิตวัยเด็กของเขาได้รับโอกาสที่ดีกว่าเด็กคนอื่นๆ ในพื้นที่ทุรกันดารแห่งนั้น
เขาถูกส่งตัวไปเข้าเรียนที่โรงเรียนประถมในเขต Ryuunooka ซึ่งอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านบ้านเกิดไปพอสมควร…
ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เขามักจะเป็นที่รักของเพื่อนฝูงเสมอ เพราะเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน ร่าเริง และมีความเฉลียวฉลาดที่โดดเด่นเกินวัย
จนกระทั่ง Hashizume Fukuji ครูประจำชั้นในเวลานั้น เป็นคนแรกที่มองเห็นและยอมรับในพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็กชายคนนี้…
กาลเวลาล่วงเลยมาถึงเดือนเมษายน ปี 1913 เขาได้ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนมัธยมต้น Iida ด้วยความมุ่งมั่น
แต่เส้นทางแห่งการศึกษาก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทุกๆ วันเขาจะต้องตื่นแต่เช้าตรู่และออกเดินทางด้วยเท้าเปล่าเป็นระยะทางไกลถึง 16 กิโลเมตรเพื่อไปแสวงหาความรู้…
1
ในยุคสมัยนั้น ค่านิยมของสังคมผลักดันให้เด็กรุ่นใหม่ใฝ่ฝันที่จะสวมเสื้อกาวน์ นักเรียนที่เก่งกาจจำนวนมากต่างมุ่งเป้าหมายไปที่การสอบเข้าเรียนแพทย์
พ่อของเขาเองก็ตั้งความหวังไว้เช่นนั้น และตัวเขาเองก็เลือกที่จะเดินตามรอยความคาดหวังเพื่อก้าวไปสู่การเป็นหมอ…
ทว่าความสงบสุขก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อไฟสงครามเริ่มก่อตัวและลุกลามเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น
สำหรับเด็กหนุ่มที่เกลียดชังการต่อสู้แย่งชิงและรักในความสงบสุขอย่างเขา สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรุนแรงจึงกลายเป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ
1
เขาจึงตัดสินใจบอกลาบ้านเกิดและมุ่งหน้าสู่เมือง Kyoto เพื่อค้นหาความอิสระ…
เมื่อถึงเดือนเมษายน ปี 1921 เขาได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยระดับแนวหน้าอย่าง Kyoto University ในคณะแพทยศาสตร์
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขากลับไม่ใช่การรักษาผู้ป่วยทั่วไป
เขากลับหลงใหลในโลกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และเลือกที่จะดำดิ่งลงไปศึกษาเกี่ยวกับจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคร้าย…
แรงผลักดันที่ทำให้เขาเลือกเส้นทางนี้ มาจากภาพจำอันแสนเจ็บปวดในวัยเด็กที่เมือง Inadani บ้านเกิดของเขา
ภาพของแผ่นดินที่แห้งแล้งจนเพาะปลูกอะไรแทบไม่ได้ นำพาความยากจนข้นแค้นมาสู่ผู้คนนับไม่ถ้วน…
เมื่อความอดอยากแผ่ขยาย เด็กๆ ในหมู่บ้านจึงเติบโตมาแบบขาดสารอาหาร ร่างกายของพวกเขาซูบผอมและอ่อนแอจนไร้ภูมิต้านทาน
ทำให้โรคระบาดร้ายแรงอย่างโรคบิด สามารถพรากชีวิตเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ไปได้อย่างง่ายดายต่อหน้าต่อตาเขา…
ภาพโศกนาฏกรรมเหล่านั้นฝังลึกอยู่ในใจของ Minoru Shirota เขาจึงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องค้นหาวิธีขจัดโรคร้ายอย่างโรคบิดและไข้รากสาดใหญ่ให้หมดไปจากโลกนี้ให้จงได้
1
เขาหมกมุ่นอยู่กับการวิจัยเพื่อหาวิธีป้องกันไม่ให้เชื้อร้ายเหล่านี้แพร่กระจายไปทำร้ายใครได้อีก…
ความพยายามอย่างหนักเริ่มออกดอกออกผลในฤดูใบไม้ผลิปี 1925 งานวิจัยของเขามีความก้าวหน้าไปไกลมาก
เขาพบหลักฐานที่ชัดเจนว่าแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคบิดและไข้รากสาดใหญ่นั้น เมื่อหลุดรอดเข้าไปในร่างกายมนุษย์แล้ว จะเข้าไปทำลายระบบต่างๆ จนทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยปางตาย…
แต่ในความมืดมิดก็ยังคงมีแสงสว่าง เขาได้ค้นพบความลับอันน่าทึ่งของร่างกายมนุษย์
นั่นคือภายในระบบทางเดินอาหารของเรา ไม่ได้มีแค่เชื้อโรคที่คอยทำร้ายเพียงอย่างเดียว
แต่ยังมีแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นมิตร ซึ่งคอยทำหน้าที่เป็นทหารองครักษ์ปกป้องสุขภาพและต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมอยู่ด้วย…
หนึ่งในทหารองครักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาค้นพบก็คือแบคทีเรียที่มีชื่อเรียกว่า “Lactobacillus” ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญแห่งการมีสุขภาพลำไส้ที่ดี
การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่นี้ได้จุดประกายความคิดที่ล้ำยุคเกินกว่าใครจะจินตนาการถึงในเวลานั้น…
แนวคิดของเขาก็คือ หากเราสามารถสกัดเอา “Lactobacillus” ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาเพาะเลี้ยงให้แข็งแกร่ง และขยายพันธุ์ในปริมาณมหาศาล
2
จากนั้นก็นำมาดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบของเครื่องดื่มที่รสชาติอร่อยและทานง่าย ผู้คนก็จะมีเกราะป้องกันโรคร้ายได้จากภายใน…
2
หากทำได้สำเร็จ แบคทีเรียตัวร้ายที่เคยคร่าชีวิตผู้คนก็จะถูกกำจัดออกไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพายาเคมีใดๆ
เขาจึงทุ่มเทเวลาและแรงกายแรงใจทั้งหมดหลังจากนั้น เพื่อทำการวิจัยและเสริมความแข็งแกร่งให้กับสายพันธุ์จุลินทรีย์นี้…
ในช่วงเวลาแห่งความมุ่งมั่นนั้นเอง ชีวิตส่วนตัวของเขาก็ได้พบกับความสุขเช่นกัน
ในปี 1939 เขาได้พบรักและตกลงปลงใจแต่งงานกับหญิงสาวนามว่า Yoshie ทั้งคู่ย้ายไปเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ที่อบอุ่นด้วยกันในย่าน Kamigyoku ของเมือง Kyoto…
ความสำเร็จเดินทางมาทักทายเขาอีกครั้งในปีต่อมา เมื่อเขาสามารถคว้าใบปริญญาเอกทางด้านการแพทย์มาครองได้อย่างเต็มภาคภูมิ และได้รับโอกาสให้เริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการในฐานะอาจารย์ประจำที่ Kyoto University…
ช่วงเวลานั้นถือเป็นจุดสูงสุดแห่งความสุขในชีวิตส่วนตัว เมื่อภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากอย่าง Yoshie ได้ให้กำเนิดทายาทเป็นลูกชายถึงสองคน
ซึ่งพวกเขาร่วมกันตั้งชื่อให้ว่า Takane และ Mari ครอบครัวเล็กๆ นี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ…
แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผัน เมื่อรัฐบาลกลางได้ส่งจดหมายเรียกตัวด่วนเพื่อขอให้เขาไปเข้าร่วมภารกิจในยามสงคราม
ด้วยความรู้ความสามารถทางการแพทย์ที่เขามี เขาจึงถูกมอบหมายให้รับตำแหน่งเป็นแพทย์ทหารประจำกองทัพ…
ในเดือนกรกฎาคม ปี 1938 เขาจำต้องทิ้งครอบครัวและเดินทางข้ามทะเลไปยังแผ่นดินจีนอันไกลโพ้น
1
เขาได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญให้ไปเป็นศาสตราจารย์ผู้ฝึกสอนบุคลากรทางการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยการแพทย์ Harupin ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดของไฟสงคราม…
เมื่อสถานการณ์การสู้รบเริ่มรุนแรงจนยากจะควบคุม เขาจึงได้เดินทางกลับคืนสู่มาตุภูมิอีกครั้ง
ประสบการณ์จากแนวหน้าทำให้เขาตระหนักว่าเวลาในชีวิตนั้นมีค่า เขาจึงตัดสินใจก่อตั้งศูนย์วิจัยของตนเองขึ้นในเดือนมกราคม ปี 1939…
เขาประกาศยุติบทบาทการเป็นอาจารย์สอนหนังสือ และหันมาทุ่มเทเวลาทั้งหมดที่มี เพื่อนำจุลินทรีย์ที่เขาค้นพบมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่างเต็มกำลัง
ในเวลานั้นประเทศญี่ปุ่นได้แปรสภาพกลายเป็นรัฐทหารอย่างสมบูรณ์แบบ งบประมาณมหาศาลถูกนำไปใช้สร้างกองทัพ ปล่อยให้ประชาชนอดอยาก…
1
วิกฤตการณ์นี้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเด็กๆ ที่กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต
พวกเขาไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จนในที่สุด ความหิวโหยก็พรากชีวิตเยาวชนไปทีละคน กลายเป็นความสูญเสียที่น่าเศร้า…
สิ่งเหล่านี้คือแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เขาตัดสินใจว่า เครื่องดื่มที่เขากำลังคิดค้นขึ้นมานี้ จะต้องไม่ใช่สินค้าราคาแพง
แต่มันจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในราคาถูก ที่ใครก็สามารถหาซื้อมาดื่มเพื่อรักษาสุขภาพได้…
ปี 1941 นับเป็นปีที่แสนสาหัสสำหรับเขา เมื่อความตายได้มาเยือนครอบครัวโดยไม่ทันตั้งตัว
Yoshie ภรรยาอันเป็นที่รักยิ่งได้จากโลกนี้ไป ทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียครั้งใหญ่ ในขณะเดียวกันไฟแห่งสงครามโลกครั้งที่สองก็โหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น…
1
การต่อสู้แย่งชิงอำนาจดำเนินไปอย่างโหดร้ายถึงสี่ปีเต็ม ก่อนที่ญี่ปุ่นจะพ่ายแพ้ต่อกองทัพอเมริกา
ท่ามกลางซากปรักหักพังของประเทศที่รอการฟื้นฟู Minoru Shirota ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
ในปี 1950 เขาได้รวบรวมความกล้าและขอความช่วยเหลือจากเพื่อนฝูง เพื่อก่อร่างสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมาเต็มตัว…
สายพานการผลิตและการตระเวนทำการตลาดได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง เขาต้องการชื่อแบรนด์ที่จดจำง่ายและมีความหมายเป็นสากล จึงไปสะดุดตากับคำศัพท์ในภาษาเอสเปรันโตคำหนึ่ง นั่นคือคำว่า “Jahuruto” ซึ่งมีความหมายแปลว่าโยเกิร์ตนั่นเอง…
เขาจึงนำคำนั้นมาดัดแปลงจนกลายมาเป็นชื่อแบรนด์ที่เรารู้จักกันดี
เพราะแท้จริงแล้วเครื่องดื่มโปรไบโอติกที่เขาคิดค้นขึ้นมานี้ ก็มีพื้นฐานและกระบวนการทำงานที่คล้ายคลึงกับโยเกิร์ต เพียงแต่อยู่ในรูปแบบที่ดื่มง่ายกว่า…
ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนถึงปี 1955 เขาตัดสินใจย้ายสำนักงานใหญ่เข้าสู่ใจกลางเมืองโตเกียว
1
ผลิตภัณฑ์ขวดเล็กๆ ของเขากำลังกลายเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามในหมู่ประชาชน ทุกคนต่างพูดถึงสรรพคุณที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น…
ความสำเร็จในครั้งนี้คือผลลัพธ์จากการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิต มาผสมผสานเข้ากับวิสัยทัศน์ทางธุรกิจที่มองเห็นความต้องการของผู้คนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง…
นอกเหนือจากตัวสินค้าแล้ว บริษัทยังมีกลยุทธ์การขายที่ชาญฉลาดเป็นอย่างมาก
ในปี 1963 พวกเขาได้คิดค้นระบบการขายตรงผ่านกลุ่มผู้หญิงที่เรียกกันว่า “Yakult Lady” ขึ้นมา ซึ่งเป็นการพลิกโฉมวงการค้าปลีกในยุคนั้นไปโดยสิ้นเชิง…
แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นว่าผู้หญิงหรือแม่บ้านด้วยกัน ย่อมสามารถเข้าถึงและพูดคุยภาษาเดียวกันกับกลุ่มลูกค้าหลัก
ซึ่งก็คือเหล่าแม่บ้านที่คอยดูแลสุขภาพของคนในครอบครัวได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือมากกว่า…
วิธีนี้ยังเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้สินค้าติดตลาดและเข้าไปอยู่ในตู้เย็นของทุกบ้านได้อย่างรวดเร็ว
โดยที่บริษัทแทบไม่ต้องสูญเสียเม็ดเงินมหาศาลไปกับการทุ่มซื้อโฆษณา หรือจ่ายค่าธรรมเนียมราคาแพงเพื่อวางขายตามชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตเลย…
ชื่อเสียงของเขาเริ่มขจรขจายไปไกลเกินกว่าพรมแดนประเทศ
ในปี 1966 เขาได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนไปเข้าร่วมงานสัมมนาระดับนานาชาติทางด้านจุลชีววิทยา ซึ่งจัดขึ้นที่สหภาพโซเวียต เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก…
1
ความทุ่มเทตลอดทั้งชีวิตของเขาก็ได้รับการยกย่องสูงสุด ในปี 1969 เขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Tokyoku Kunyon Jitsusho Jusho ซึ่งถือเป็นรางวัลที่เชิดชูความสำเร็จและคุณูปการอันใหญ่หลวงที่เขามีต่อเรื่องสุขภาพ…
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ปัจจุบันบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นได้ขยายอาณาจักรไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และต่อยอดการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ไปสู่วงการเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ กลายเป็นธุรกิจที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง…
Minoru Shirota ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ปี 1982 สิริรวมอายุได้ 82 ปี
ทิ้งไว้เพียงผลงานของชายผู้มุ่งมั่น ที่พยายามเปลี่ยนความเจ็บปวดในอดีตให้กลายเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือผู้อื่น…
2
เรื่องราวนี้ทำให้เราเห็นว่า นวัตกรรมที่เข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ บางครั้งก็เริ่มต้นมาจากความตั้งใจพื้นฐาน ที่อยากจะเห็นผู้คนรอบตัวมีสุขภาพที่ดีและใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขเท่านั้นเอง…
References : [yakult, wikipedia, forbes, nikkei, japantimes]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here https://www.tharadhol.com/the-making-of-yakult/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา