15 ก.พ. เวลา 04:18 • ข่าว

อย.เตือน"ผู้ป่วยพาร์กินสัน"ในฉลากยา Fluna/Cinnarizine เพราะอะไร

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรื่อง ยาที่ต้องแจ้งคำเตือนการใช้ยาไว้ในฉลากและเอกสารที่กำกับยา และข้อความของคำเตือน ฉบับที่ 78 เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ลงนามโดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 โดยให้บังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
โดยระบุว่ากำหนดให้ตำรับยาฟลูนาริซีน (flunarizine) หรือซินนารีน (cinnarizine) ชนิดรับประทานสำหรับมนุษย์ เป็นยาที่ต้องแจ้งคำเตือนการใช้ยาไว้ในฉลากและที่เอกสารกำกับยาและข้อความของคำเตือน
ประกาศดังกล่าวทำให้หลายคนรู้สึกตกใจ เพราะมีผู้ใช้ยาดังกล่าวในหลากหลายบริบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ คำเตือนดังกล่าว มีความอันตรายและซีเรียสแค่ไหน ในทางเภสัชวิทยา
cinnarizine และ flunarizine เป็นยาในกลุ่ม T‑type low‑voltage‑gated calcium channel antagonist โดยออกฤทธิ์ในระบบประสาทส่วนกลาง cinnarizine และ flunarizine ถูกนำมาใช้ทั้งในเวียนศีรษะ โดยเฉพาะกลุ่มไมเกรนที่มีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย
ความน่ากลัวของยากลุ่มนี้ก็คือ ยาสามารถมีฤทธิ์ต้าน receptor อื่นในสมอง ได้แก่ H1, 5‑HT2 และที่สำคัญที่สุดคือ dopamine receptor (D1, D2 ในกรณี cinnarizine และ D2 ในกรณี flunarizine) ในเส้นทาง nigrostriatal ซึ่งเป็นแกนควบคุมการเคลื่อนไหว การยับยั้งโดปามีนในบริเวณนี้อย่างต่อเนื่องทำให้เกิดภาวะ
Drug-Induced Parkinsonism (DIP) หรือเรียกให้ถูกต้องคือ Extrapyramidal Symptoms (EPS)
1
และนี่คืออันตรายที่แท้จริง ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังมี EPS รูปแบบอื่นร่วมด้วย เช่น dystonia, akathisia และ tardive dyskinesia ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม ข้อมูลจากไต้หวันพบว่า ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เริ่มใช้ flunarizine ความเสี่ยง DIP สูงขึ้นตามระยะเวลาการใช้ยาอย่างชัดเจน ตั้งแต่ OR 1.77 เมื่อใช้ <1 เดือน ไปจนถึง OR 7.03 หากใช้ต่อเนื่องเกิน 3 เดือน และยิ่งชัดเมื่อขนาดยาสะสมเกิน 36 mg
ขณะที่การศึกษาของ Lin และคณะในกลุ่มผู้ป่วยไมเกรน พบอัตราเกิดพาร์กินสัน 8.72 ต่อ 1,000 คนต่อปีในกลุ่มใช้ flunarizine เทียบกับ 1.92 ในกลุ่มไม่ใช้ และ hazard ratio ปรับแล้วอยู่ที่ 4.07 โดยกลุ่มอายุ ≥65 ปี มีความเสี่ยงสูงสุดเกือบ 5 เท่า เมื่อมองภาพรวมจากงาน cohort ขนาดใหญ่ของ Lin HL พบว่าผู้ใช้ cinnarizine หรือ flunarizine มีความเสี่ยงเป็นพาร์กินสัน 2.9% ภายใน 3 ปี เทียบกับ 0.5% ในกลุ่ม control (HR ~5.12)
การจัดการความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือ การใช้ขนาดต่ำสุดเท่าที่จำเป็นและระยะเวลาสั้นที่สุด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ การหลีกเลี่ยงการใช้ cinnarizine และ flunarizine ร่วมกัน และการหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น essential tremor, โรคการเคลื่อนไหวผิดปกติเดิม, โรคหลอดเลือดสมอง และป้องกันการเกิดอันตรกิริยากับยาที่ให้ผลข้างเคียงในลักษณะเดียวกัน เช่น metoclopramide, domperidone, valproic acid, phenytoin และ SSRI บางตัว
ดังนั้นประกาศ สธ. ฉบับนี้ จึงสะท้อนความซีเรียสของผลข้างเคียงดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และทำให้บุคลากรทางการแพทย์ให้ความสำคัญกับอาการข้างเคียงนี้มากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ยาดังกล่าวยังคงปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกร และหากต้องการใช้ยาหรืออาหารเสริมอื่น ขณะใช้ยาในกลุ่มดังกล่าวอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา
อ้างอิง
Asadi P, Zia Ziabari SM, Majdi A, et al. Cinnarizine/
betahistine combination vs. the respective monotherapies
in acute peripheral vertigo: a randomized triple-blind
placebo-controlled trial. Eur J Clin Pharmacol 2019;75:
1513-9.
Karsan N, Palethorpe D, Rattanawong W, et al.
Flunarizine in migraine-related headache prevention:
results from 200 patients treated in the UK. Eur J Neurol
2018;25:811-7.
โฆษณา