16 ก.พ. เวลา 03:39 • สุขภาพ

ที่แบบไหน แพร่โรคระบาดได้ง่ายที่สุด

จากกรณีที่มีการติดเชื้อฝีดาษลิงในเรือนจำแห่งหนึ่ง ทำให้เกิดความกังวลว่า เรือนจำอาจกลายเป็น cluster ของฝีดาษลิง เหมือนที่โรงงานเคยเป็น cluster ของเชื้อ โควิดรอบสองในไทยเมื่อหลายปีก่อน
หากแต่ว่าไม่ได้มีแต่เรือนจำ และโรงงานเท่านั้น ที่เป็นจานเพาะชั้นดี สำหรับโรคระบาด ที่จะทำให้ปัญหาการระบาดในรุนแรงและรวดเร็วมากขึ้น
เรือนจำถูกระบุว่าเป็นสถาบันที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่รวมปัจจัยลบทุกประการไว้ด้วยกันอย่างเข้มข้น ประชากรในเรือนจำมักมีความแออัดยัดเยียดเกินกว่าขีดความสามารถที่อาคารจะรองรับได้ (Overcrowding) ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นหลักที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจากการรายงานสถานการณ์เรือนจำปี พ.ศ. 2567 ระบุว่าเรือนจำกว่า 102 แห่ง หรือคิดเป็น 71% ของทัณฑสถานทั่วประเทศ มีจำนวนผู้ต้องขังสูงเกินกว่าความจุที่กำหนด โดยบางแห่งมีความแออัดสูงเกิน 200% ของความจุ ปัจจัยเหล่านี้ ทั้งความหนาแน่นของประชากร และการขาดสุขอนามัยที่เพียงพอ ทำให้เรือนจำเป็นสวรรค์ของโรคระบาดอย่างไม่ต้องสงสัย
ค่ายผู้อพยพ (Refugee Camps) และที่พักพิงชั่วคราวถูกจัดให้อยู่ในลำดับความเสี่ยงสูงเช่นกัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่รวบรวมทั้งปัจจัยความแออัดสูงสุดและสภาวะความเป็นอยู่ที่ต่ำกว่ามาตรฐานสากล (Sub-standard conditions) ค่ายผู้อพยพมีความซับซ้อนมากกว่าสถานที่อื่นเนื่องจากการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำสะอาด ระบบกำจัดสิ่งปฏิกูล และการเข้าถึงการวินิจฉัยโรคที่รวดเร็ว
ข้อมูลจาก UNHCR ระบุว่า 75% ของการระบาดในค่ายผู้อพยพทั่วโลกเกิดจากโรค 3 ชนิดหลัก ได้แก่ โรคหัด (Measles), อหิวาตกโรค (Cholera), และโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis). โรคเหล่านี้มีลักษณะการแพร่กระจายที่แตกต่างกัน แต่ล้วนขยายตัวได้ดีในสภาวะที่มีการอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นและระบบสุขาภิบาลไม่เพียงพอ
ตัวอย่างในกรณีของค่ายแม่หละ (Mae La Temporary Shelter) จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงที่สุด โดยมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 34,000 คน. ข้อมูลจากการคัดกรองเชิงรุกของ IOM ในปี พ.ศ. 2565-2566 พบว่ามีความชุกของวัณโรค (Prevalence) อยู่ที่ 324 ต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติและสะท้อนถึงปัญหาการแพร่เชื้อในที่พักอาศัยที่แออัด
ค่ายทหาร (Military Barracks/Base) และโรงนอนนักเรียน เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มักมีโรคระบาดเกิดขึ้น ค่ายทหารมีความเสี่ยงสูงในช่วงที่มี "การรับทหารใหม่" (Recruitment phases) เนื่องเป็นการนำบุคคลจากหลากหลายพื้นที่มารวมกันในโรงนอนขนาดใหญ่ที่มีความหนาแน่นสูง. ข้อมูลระบุว่าอัตราการเกิดโรคทางเดินหายใจจะแปรผันตรงกับความหนาแน่นของจำนวนทหารใหม่ในโรงนอน
ตัวอย่างเชื้อที่มักพบได้คือ Adenoviruses ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการระบาดของโรคทางเดินหายใจในทหารใหม่ โดยมักทำให้เกิดอาการไข้ เจ็บคอ และปอดอักเสบเป็นกลุ่มก้อน และ Meningococcal Disease โรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรงในโรงนอนทหารมาแต่อดีต เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสใกล้ชิดและละอองฝอย ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง
สุดท้ายคือโรงพยาบาลและสถานพักพิงต่างๆ โรงพยาบาลขึ้นชื่ออยู่แล้วด้วยการเป็นบ้านของโรคระบาด โรงพยาบาลเป็นจุดนัดพบของคนแพร่เชื้อ และคนที่อ่อนไหวต่อเชื้อโรคมากที่สุด การติดเชื้อในโรงพยาบาล (Nosocomial Infections หรือ Healthcare-Associated Infections - HAIs) จึงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์
อุปกรณ์ต่างๆ เช่น สายสวนปัสสาวะ และเครื่องช่วยหายใจ สามารถสร้างทางลัดให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในสถานพยาบาลยังมีการปนเปื้อนบนพื้นผิวสัมผัส (Fomites) สูง เช่น ราวกั้นเตียง ปุ่มกดลิฟต์ และลูกบิดประตู ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญในการแพร่เชื้อผ่านมือของเจ้าหน้าที่และญาติผู้ป่วย
นอกจากนี้ หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และหอผู้ป่วยอายุรกรรม ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยา (Multidrug-resistant organisms - MDROs) เนื่องจากมีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเข้มข้น ซึ่งสร้างแรงกดดันทางการคัดเลือก (Selective pressure) ให้เชื้อสายพันธุ์ที่ดื้อต่อยาคงเหลือและระบาดได้ง่ายขึ้น
เพราะฉะนั้นคราวหน้า อย่าให้เห็นใครเอาลูกเล็กเด็กแดง ไปวิ่งเล่นในโรงพยาบาล โดยไม่จำเป็น และไม่มีเครื่องป้องกันง่ายๆอย่างหน้ากากอนามัยนะครับ จะตีทั้งพ่อแม่ทั้งลูกเลย
อ้างอิง
Kak V. Infections in confined spaces: cruise ships, military barracks, and college dormitories. Infect Dis Clin North Am. 2007 Sep;21(3):773-84, ix-x. doi: 10.1016/j.idc.2007.06.004. PMID: 17826623; PMCID: PMC7173025.
โฆษณา