15 ก.พ. เวลา 00:44 • ท่องเที่ยว

‘หลงทาง’ จนเจอ ‘หัวใจตัวเอง’ | ท่องเที่ยวชุมชน

....“รายได้ที่แท้จริงของชุมชนไม่ได้เกิดจากการขายสินค้าที่ถูกที่สุด แต่เกิดจากการสร้างประสบการณ์ที่หาจากที่ไหนไม่ได้... เมื่อคุณทำให้คนเมือง ‘หลงทาง’ จนเจอ ‘หัวใจตัวเอง’ เมื่อนั้นเขาก็จะกลับมาหาคุณพร้อมกับคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้”...
"กวิน" ชายหนุ่มที่ชีวิตถูกกักขังอยู่ใน Google Maps เขาเป็นสถาปนิกที่หมกมุ่นกับการวางแผน ทุกทริปท่องเที่ยวของเขาต้องมีตาราง Excel กำกับเวลาเป๊ะๆ ทุกร้านอาหารต้องมีดาวรีวิวไม่ต่ำกว่า 4.5 ชีวิตเขาสมบูรณ์แบบ แต่ความรู้สึกกลับแห้งแล้ง เขาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อถ่ายรูปจุดเช็คอินเดิมๆ ที่คนนับล้านเคยถ่ายมาแล้ว ความตื่นเต้นในชีวิตเขาถูกทำลายด้วยระบบนำทางที่บอกทุกอย่างล่วงหน้า
วันหนึ่ง กวินหลงเข้าไปใน "บ้านแสนสงบ" เขาหยิบมือถือขึ้นมาหวังจะหาพิกัด แต่กลับพบว่าสัญญาณเงียบสนิท เบื้องหน้าเขาไม่มีป้ายสีฟ้าที่บอกทางไปน้ำตกหรือวัด มีเพียงป้ายไม้เล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือว่า
“อีก 100 เมตร... คุณจะได้กลิ่นข้าวคั่วที่หอมที่สุดในชีวิต”
กวินขมวดคิ้ว แต่นี่คือจุดเริ่มต้นที่เขาต้องตัดสินใจ จะวนรถกลับไปหาคลื่นสัญญาณ หรือจะลองเดินตาม "กลิ่น" นั้นไป
"บ้าบอ... จะไปหาทางเจอได้ยังไง"
กวินพึมพำ เขาพยายามกด GPS ซ้ำๆ ความเคยชินทำให้เขากลัวความว่างเปล่า เขาเกือบจะหันหลังกลับ แต่แล้วลมพัดวูบหนึ่งก็หอบเอา "กลิ่นหอมไหม้จางๆ" ที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานตั้งแต่สมัยอยู่บ้านยาย ความสงสัยเริ่มเอาชนะความกลัว
ชายคนหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นที่ศาลาริมทาง ไม่ใช่ไกด์ แต่เป็น "ผู้เปิดประตู" เขาไม่ได้ยื่นแผนที่ให้ แต่ยื่นหูฟังไร้สายและบอกสั้นๆ ว่า
"ที่นี่ไม่มีป้ายบอกทางครับ มีแต่เสียงกับกลิ่นที่รอให้คุณไปเจอ ถ้าหลง...แปลว่าคุณมาถูกทางแล้ว"
กวินเก็บมือถือลงกระเป๋า เขาเริ่มเดินด้วยสัญชาตญาณ ป้ายต่อมาบอกว่า
“ถ้าคุณหยุดฟังตรงนี้ คุณจะได้ยินเสียงน้ำตกที่ซ่อนอยู่ในกำแพงหิน”
เขาหยุดนิ่ง หลับตา และเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่เขารู้สึกว่า หูของเขากำลังทำงานอย่างเต็มที่ เขาได้ยินเสียงน้ำกระทบหินที่เบาบางแต่ทรงพลัง เขาเดินตามเสียงนั้นจนพบซอกหินที่มีน้ำใสไหลริน มันไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แต่มันคือ "สวรรค์ส่วนตัว" ที่ไม่มีในรีวิว
ไม่นานนักท้องกวินเริ่มร้อง เขาเจอ The Stranger’s Table เป็นบ้านไม้หลังเก่าจะเป็นร้านอาหารก็ไม่เชิง
"ยายแฉล้ม" เจ้าของบ้านเชิญเขาเข้ามาในบ้าน ต้อนรับด้วยสำรับที่มีน้ำพริก ผักกาด และปลาทอดที่หาได้ในเช้านั้น กวินต้องนั่งล้อมวงกินข้าวร่วมกับคนแปลกหน้า ยายแฉล้มเล่าเรื่องตลกในหมู่บ้านที่ทำให้กวินหัวเราะออกมาอย่างสุดเสียง ความอึดอัดละลายหายไปกลายเป็นมิตรภาพที่แลกมาด้วยการฟัง
ก่อนกลับ กวินแวะที่ The Story Market ในนั้นมีเรื่องราวผู้คนมากมาย ทั้งภาพถ่าย หนังสือ หรือกระดาษโน้ตเล็กๆ เขาได้ต้นไม้ในกระถางดินเผากลับไป เพราะต้นไม้นั่นคือ "ความฝันที่เขาเคยทิ้งไป" มันคือความรู้สึกที่มีค่าสำหรับตัวเอง
กวินเดินกลับมาที่รถด้วยความรู้สึกที่สมองโล่งมาก เขาแวะที่เวิร์กช็อป Accidental Art ก้อนหินสีประหลาดและกิ่งไม้แห้งที่เขาเก็บได้ระหว่างทาง ถูกนำมาประกอบเป็นประติมากรรมเล็กๆ โดยช่างฝีมือ เขาตั้งชื่อมันว่า "รอยเท้าของคนหลงทาง" และวางมันไว้ในพิพิธภัณฑ์ความทรงจำของหมู่บ้าน
เมื่อกวินขับรถกลับเข้าสู่เมืองที่มีป้ายไฟระยิบระยับ เขามองดู Google Maps ในมือถืออีกครั้ง แต่วันนี้เขามองมันไม่เหมือนเดิม เขาไม่ได้ปล่อยให้มันนำทางชีวิตเขาไปทุกก้าว เขาเรียนรู้ที่จะปิดเสียงนำทาง และลองเลี้ยวซ้ายในซอยที่เขาไม่เคยรู้จัก เพื่อตามหา "กลิ่น" และ "เสียง" ของความรู้สึกใหม่ๆ
กวินกลับไปเป็นสถาปนิกที่ไม่ได้ออกแบบแค่ตึกที่สวยงาม แต่เขาออกแบบ "พื้นที่เพื่อให้คนได้พักสูดลมหายใจลึกๆ" เขาได้หัวใจที่รู้จักตัวเองกลับมา
เพราะจุดหมายปลายทางที่สวยงามที่สุด... มักซ่อนอยู่ในเส้นทางที่เราไม่เคยตั้งใจจะไป
"การท่องเที่ยวแบบเดิมคือการตามหา 'ภาพจำ' แต่การท่องเที่ยวแบบเราคือการตามหา 'ความรู้สึก' ...เมื่อคุณเลิกใช้เส้นนำทาง คุณจะเริ่มพบเส้นทางของตัวเอง"
โฆษณา