Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วนเวียนนา - Von Wien
•
ติดตาม
16 ก.พ. เวลา 00:30 • ท่องเที่ยว
เวียนนา
ภัยเงียบใต้พรมหญ้ายุโรป
ถอดรหัส ‘เห็บป่า’ มัจจุราชจิ๋วที่เงินซื้อการรักษาไม่ได้ แต่ซื้อวิธีป้องกันได้
เมื่อแสงแดดอุ่นของปลายเดือนกุมภาพันธ์เริ่มสาดส่อง เป็นสัญญาณว่าภูมิภาคยุโรปกลางกำลังจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลายคนคงเริ่มวาดภาพตัวเองเดินทอดน่องอย่างสง่างามในสวนของพระราชวัง Schönbrunn หรือเตรียมปูผ้าปิกนิกรับลมเย็นริมแม่น้ำดานูบ แต่ภายใต้สุนทรียภาพและพื้นที่สีเขียวอันอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ มีศัตรูตัวฉกาจซ่อนตัวเงียบๆ อยู่ตามยอดหญ้า นั่นก็คือ "เห็บป่า" (Ticks หรือ Zecken ในภาษาเยอรมัน)
ความจริงที่ไกด์บุ๊กท่องเที่ยวทั่วไปมักไม่ได้เน้นย้ำคือ พื้นที่ยุโรปกลางที่เราหลงใหลในความงามของธรรมชาตินั้น คือหนึ่งในศูนย์กลางการระบาดของโรคติดเชื้อจากเห็บที่มีอัตราสูงมาก สำหรับคนไทยที่คุ้นชินกับโรคไข้เลือดออกจากยุง เรามักจะไม่ค่อยตระหนักถึงความอันตรายของโรคที่มากับเห็บ ในมุมมองทางการแพทย์และระบาดวิทยา โรคที่มากับเห็บในยุโรปมี 2 ตัวการใหญ่ที่ต้องแยกให้ออก
Lyme Disease: เกิดจาก "เชื้อแบคทีเรีย" หากรู้ตัวเร็วสามารถใช้ยาปฏิชีวนะรักษาให้หายขาดได้
FSME (TBE): เกิดจาก "เชื้อไวรัส" พุ่งเป้าโจมตีระบบประสาทและสมองโดยตรง และที่สำคัญคือ "ไม่มียารักษาเฉพาะเจาะจง"
★
FSME: ความน่ากลัวที่ซ่อนตัวใต้คราบไข้หวัด
TBE (Tick-Borne Encephalitis) หรือที่ชาวออสเตรียเรียกติดปากว่า FSME คือโรคที่หลอกล่อระบบภูมิคุ้มกันของเราได้อย่างแยบยล ทางการแพทย์เรียกรูปแบบการแสดงอาการนี้ว่า The Biphasic Course ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะที่ทำให้คนไข้ตายใจ
เฟสที่ 1 (ช่วงหลอกให้ตายใจ): ประมาณ 7 ถึง 14 วันหลังจากถูกเห็บที่มีเชื้อกัด ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตามตัว คล้ายไข้หวัดใหญ่ เมื่อทานยาลดไข้ อาการมักจะดีขึ้น ทำให้หลายคนคิดว่าตัวเองหายแล้ว และเรื่องคงจบลงแค่นี้
เฟสที่ 2 (ช่วงวิกฤต): หลังจากอาการสงบลงเพียงไม่กี่วัน ไวรัสจะกลับมาจู่โจมอย่างรุนแรง ไข้พุ่งสูง คอแข็ง ปวดหัวอย่างรุนแรงราวกับศีรษะจะระเบิด อาเจียนพุ่ง (สัญญาณอันตรายของภาวะสมองบวม) และแขนขาเริ่มอ่อนแรง
ความจริงที่โหดร้ายคือ เมื่อโรคนี้เกิดจากไวรัส แพทย์จึงทำได้เพียงการรักษาแบบประคับประคอง (Supportive Care) เช่น การให้ยาลดสมองบวม ใส่ท่อช่วยหายใจ แล้วรอให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสู้กับไวรัสเอง สถิติทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า 30 ถึง 50% ของผู้ป่วยที่รอดชีวิต จะต้องแบกรับผลกระทบระยะยาว (Long-term sequelae) เช่น อาการปวดหัวเรื้อรัง สูญเสียการได้ยิน ขาดสมาธิอย่างรุนแรง หรืออัมพาตครึ่งซีกไปตลอดชีวิต
★
วิวหลักล้าน ความเสี่ยงหลักแสน: พื้นที่ไหนและใครบ้างที่ตกเป็นเป้าหมาย?
หลายคนมีความเข้าใจผิดว่าเห็บป่ามีเฉพาะในป่าลึก และจะกระโดดจากต้นไม้สูงลงมาตะครุบเหยื่อ แต่ในความเป็นจริง เห็บป่าฉลาดกว่านั้น พวกมันจะเกาะนิ่งๆ ตามยอดหญ้าหรือพุ่มไม้เตี้ย รอให้เราเดินปาดเอามันติดเสื้อผ้าหรือผิวหนังมาเอง
หากกางแผนที่ทางระบาดวิทยา ออสเตรียคือพื้นที่ระบาดหนัก (Endemic Area) เต็มรูปแบบ รวมถึงอาณาเขตที่ครอบคลุมตั้งแต่ตอนใต้ของเยอรมนี (Bavaria), สวิตเซอร์แลนด์, สาธารณรัฐเช็ก, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, ฮังการี ยาวไปจนถึงตอนเหนือของอิตาลีแถบเทือกเขา Dolomites
ดังนั้น ผู้ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจึงไม่ใช่แค่นักเดินป่าลึก แต่รวมถึงไลฟ์สไตล์คนเมืองธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นสายชิลที่ชอบปูเสื่อปิกนิกรับแดดในสวน Prater หรือแม้แต่คนที่จูงสุนัขเดินเล่นรับลมตามแนวพุ่มไม้ ตราบใดที่ยังหลงใหลในการใช้ชีวิตท่ามกลางพื้นที่สีเขียว ความเสี่ยงก็เริ่มต้นขึ้นแล้วเสมอ
★
How-to ป้องกันและรับมือ: สร้างเกราะกำบังก่อนออกเดินทาง
แม้มัจจุราชจิ๋วตัวนี้จะน่ากลัว แต่มันสามารถป้องกันได้ง่ายๆ หากเรามีความรู้และการเตรียมพร้อมที่ถูกต้อง
1. การฉีดวัคซีน (Vaccine Protocol)
กลไกการทำงานของวัคซีนต้องใช้เวลาให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน หากเริ่มฉีดเข็มแรกในเดือนกุมภาพันธ์ และเว้นระยะ 1 ถึง 3 เดือนสำหรับเข็มที่สอง ระดับภูมิคุ้มกันจะไต่ระดับขึ้นสูงสุด พร้อมทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังในช่วงที่เห็บป่าชุกชุมที่สุด (Peak Season ในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน) พอดี
●
สำหรับผู้พำนัก (Resident/Long-stay): รัฐบาลออสเตรียแนะนำให้ประชากรทุกคนฉีดเป็นเกราะป้องกันพื้นฐาน (เข็มที่ 1 วันนี้, เข็มที่ 2 เว้น 1-3 เดือน, เข็มที่ 3 เว้น 5-12 เดือน และฉีดกระตุ้นทุก 3-5 ปี)
●
สำหรับนักท่องเที่ยว (Tourist): ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการนำเข้าวัคซีน TBE หากแพลนเที่ยวเป็นแนว City/Café Lifestyle เดินชมเมืองเป็นหลัก โอกาสเจอเห็บจะน้อยมาก แต่หากเป็นสาย Nature/Hiking ที่วางแผนมาลุยธรรมชาตินานกว่า 1 เดือน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ออสเตรียเพื่อขอฉีดแบบสูตรเร่งรัด (Rapid Schedule) ทันทีที่เดินทางมาถึง
2. อาวุธเคมีและเครื่องแต่งกาย
สำหรับนักท่องเที่ยวระยะสั้นที่ไม่มีวัคซีนป้องกัน การป้องกันจากภายนอกคือปราการด่านสุดท้าย แนะนำให้สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว นำถุงเท้าหุ้มทับปลายกางเกง และที่ขาดไม่ได้คือ การใช้สเปรย์กันแมลงที่มีส่วนผสมของ DEET (20-30%) หรือ Icaridin ฉีดพ่นตามขากางเกงและรองเท้าก่อนก้าวเข้าพื้นที่สีเขียวเสมอ
3. วิธีดึงเห็บที่ถูกต้อง และ สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
หากพลาดท่าถูกเห็บเกาะ กฎเหล็กทางการแพทย์คือต้องเอาออกให้เร็วและถูกวิธีที่สุด เพื่อลดโอกาสการรับเชื้อ
●
วิธีที่ถูกต้อง: ใช้แหนบปลายแหลม (Fine-tipped tweezers) คีบที่ส่วนหัวของเห็บให้ชิดผิวหนังที่สุด แล้วดึงขึ้นตรงๆ ด้วยน้ำหนักมือที่สม่ำเสมอ ห้ามกระชาก จากนั้นทำความสะอาดแผลด้วยแอลกอฮอล์
●
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด: ห้ามบีบเค้นลำตัวเห็บ ห้ามบิดหมุน ห้ามทาน้ำมัน ปิโตรเลียมเจลลี่ หรือใช้ไฟลนเด็ดขาด เพราะความเครียดจะทำให้เห็บขย้อนน้ำลายที่เต็มไปด้วยเชื้อไวรัสเข้าสู่กระแสเลือดของเราทันที
★
ตัวเลขทางสถิติไม่เคยโกหก
เหตุผลที่ชาวออสเตรียกล้าทิ้งตัวนอนกลิ้งบนพรมหญ้าอย่างสบายใจ ไม่ใช่เพราะความประมาท แต่เพราะประชากรกว่า 85% มีเกราะป้องกันเรียบร้อยแล้ว ออสเตรียมีอัตราการฉีดวัคซีน TBE สูงที่สุดในโลก จึงควบคุมยอดผู้ป่วยหนักได้อย่างอยู่หมัด
ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐเช็ก สโลวีเนีย หรือเยอรมนีตอนใต้ มีอัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ำกว่ามาก (เช่น เยอรมนีตอนใต้ฉีดเพียงราว 20%) ทำให้อัตราการระบาดพุ่งสูง สถิติที่น่าตกใจที่สุดจากหน่วยงานสาธารณสุขคือ ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นสมองอักเสบ เกือบ 100% ล้วนเป็นคนที่ "ไม่ได้ฉีดวัคซีน" หรือ "ฉีดไม่ครบโดส" แทบทั้งสิ้น
★
บทสรุป
การรับมือกับเห็บป่าไม่ใช่แค่คำแนะนำทางการแพทย์ทั่วไป แต่มันคือวัฒนธรรมและพิธีกรรมทางสังคมอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิตในยุโรปกลาง โรคนี้อาจไม่ทำลายชีวิตในทันที แต่มันสามารถขโมยคุณภาพชีวิตที่ดีไปได้ตลอดกาล ความหรูหราที่แท้จริงของการเดินทาง จึงไม่ใช่แค่การได้เข้าพักในโรงแรมระดับห้าดาว แต่คือการได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างมีสุนทรียภาพ...ด้วยความสบายใจขั้นสุด
เตรียมสุขภาพให้พร้อมรับฤดูใบไม้ผลิ ปีนี้ใครมีแพลนไปเดินป่าหรือพักผ่อนมุมไหนในยุโรป มาแชร์ไอเดียและพูดคุยกันได้ที่ช่องคอมเมนต์ด้านล่าง
หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากแชร์และกดติดตามเพจ "วนเวียนนา - Von Wien" เพื่อรับข้อมูลเจาะลึกทั้งในมุมสถาปัตยกรรม ศิลปะ และคุณภาพชีวิตในยุโรปกลาง ที่ถูกกลั่นกรองและเล่าผ่านมุมมองที่ไกด์บุ๊กเล่มไหนก็อาจจะไม่เคยบอกคุณ
Visuals & Stories by Nookpixel
วนเวียนนา - Von Wien
References & Further Reading (ข้อมูลอ้างอิงสำหรับการศึกษาเพิ่มเติม) สำหรับใครที่ต้องการเจาะลึกข้อมูลทางการแพทย์ เช็กพื้นที่เสี่ยง หรือดูตารางการฉีดวัคซีน รวบรวมแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ระดับประเทศและระดับสากลมาไว้ให้แล้ว:
■
AGES (Austrian Agency for Health and Food Safety):
https://www.ages.at/en/human/disease/pathogens-from-a-to-z/tbe
■
Impfservice Wien (ศูนย์บริการวัคซีนแห่งกรุงเวียนนา):
https://impfservice.wien/en/tbe-vaccination-against-tick-borne-encephalitis/
■
ECDC (European Centre for Disease Prevention and Control):
https://www.ecdc.europa.eu/en/tick-borne-encephalitis
■
WHO (World Health Organization):
https://www.who.int/health-topics/tick-borne-encephalitis
เที่ยวยุโรป
ออสเตรีย
สุขภาพ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย