Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
จิด.ตระ.ธานี #ให้ภาพเล่าเรื่อง
•
ติดตาม
5 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น
ถือฤกษ์สะดวกในวันตรุษจีน ‘69
หน้าตาผมตี๋ขนาดนี้ คงไม่ต้องจาระไนให้มากความหรอกนะครับว่า...มีเชื้อจีนเต็มๆ เทศกาลปีใหม่จีนตามปฏิทินจันทรคติ ที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ #ตรุษจีน (春节 สำเนียงจีนกลางจะอ่านว่า “ชุน เจี๋ย” (Chūn Jié) แปลว่า “เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ”) ปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 17 ก.พ. 2569, วันไหว้ (คือวันสิ้นปี) ตรงกับวันจันทร์ที่ 16 ก.พ. ส่วนวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ. คือวันจ่าย (วันก่อนสิ้นปี)
แต่ปีนี้ที่บ้านผม เลื่อนขึ้นมาไหว้ตรงกับวันจ่ายแทน เพราะอะไร? ถ้าหากไหว้วันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่ผู้ใหญ่ทำงานและเด็กๆ ต้องไปเรียน สุดท้ายจะไม่มีใครมากันได้เลย ที่บ้านผมเลยเลือกฤกษ์สะดวกมากกว่า แต่จริงๆ ที่บ้านผมก็ลด ละ อะไรหลายๆ อย่างไปเยอะแล้ว
อาทิ หากเป็นธรรมเนียมดั้งเดิม จะต้องไหว้เจ้าด้วยเนื้อสัตว์ 5 ชนิด เรียกว่า “โหงวแซ” (五牲) ประกอบด้วย
1.
หมู (บะแซ/หมูสามชั้น)
2.
ไก่ต้มทั้งตัว
3.
เป็ดต้มทั้งตัว
4.
ปลา หรือ ปลาหมึกแห้ง
5.
ตับ หรือ กุ้งต้ม
หรืออาจจะไหว้แค่ 3 อย่างก็ได้ เรียกว่า “ซาแซ” (三牲) คือตัดเนื้อสัตว์ข้อ 4. และข้อ 5. ออกไป เหตุผลหลักๆ คือ นอกจากจะราคาแพงช่วงเทศกาลแล้ว ยังไม่ค่อยมีใครกิน ผมจำได้แม่นตั้งแต่เด็กๆ เลยว่า ไก่ต้มหลังไหว้มักถูกสับทั้งกระดูกเป็นชิ้นๆ เอามารวนกับกระเทียม เกลือ และซีอิ้วดำในกระทะ เรียกว่า “ไก่คั่วเค็ม” ทำซ้ำๆ แบบนี้แทบทุกปี กินกันจนเอียน พอกินกันไม่หมด เหลือ ก็เก็บเข้าตู้เย็น แล้วก็เอามาอุ่นกินใหม่ ทั้งอมน้ำมัน ทั้งแห้งจนแข็ง จนไม่มีใครอยากกินอีก
ตั้งเครื่องไหว้เจ้าหน้าบ้านบนโต๊ะพับเล็กๆ ประกอบด้วยผลไม้มงคล ขนมเทียน ขนมเข่ง และอื่นๆ ในวันจ่าย ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ. 2569
สุดท้ายที่บ้านผมหลายปีมานี้ เลยเลือกไหว้แค่ผลไม้อย่างเดียว แน่นอนว่าต้องมีผลไม้มงคลอย่าง ส้ม กล้วยหอม และแอปเปิ้ลเป็นหลัก นอกนั้นก็วนๆ ไป (บางปีก็มีสาลี่บ้าง) และผลไม้อื่นๆ ที่หาซื้อได้ ราคาไม่สูงมาก สำคัญคือคนที่บ้านชอบกิน แต่ขนมไหว้เจ้าที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ #ขนมเข่ง กับ #ขนมเทียน ผมเคยบอกแม่ว่าเลิกไหว้ขนมเข่งได้มั้ย เพราะไม่มีคนกิน คำตอบคือ “ขาดไม่ได้”
พอไม่มีคนกิน ขนมเข่งหลังไหว้...จึงมักถูกแช่ในตู้เย็น แช่ทิ้งไว้นานจนแป้งแข็งโป๊ก และมักจบด้วยการเอามาหั่นเป็นแว่นๆ ชุบแป้งทอด กินกันจนเอียนอีกตามเคย ต่างจากขนมเทียนไส้ถั่วรสชาติเค็มๆ หวานๆ ที่อร่อยกว่า แค่ไม่กี่วันก็กินกันหมด
อีกหนึ่งธรรมเนียมที่ลดลงไปมากแล้วก็คือ การเผากระดาษ ทั้งกระดาษเงินกระดาษทอง เงินกระดาษปลอม เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากกระดาษ ที่ขอให้เลิกเพราะเป็นสาเหตุก่อมลพิษ PM 2.5 ทุกวันนี้ที่บ้านผมเผาน้อยลง เหลือแค่กระดาษเงินกระดาษทองไม่กี่แผ่น บางปี...ก็ไม่มีเผาเลย
คิดว่าถ้าหมดรุ่นแม่ไปแล้ว รุ่นผม (Gen X) อาจไม่ทำกันต่ออีก หรือหากจะทำต่อ ก็คงปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะกับความสะดวกของแต่ละครอบครัวมากกว่า ผมเคยเห็นญาติรุ่นเดียวกัน โทรสั่งพิซซ่า โดนัท ไก่ทอด มาไหว้เจ้าแทนก็มี เรียกได้ว่า...ไม่ต้องตื่นตั้งแต่ไก่โห่ มานั่งเตรียมกับข้าว ผัดกันเป็นกระทะๆ ต้มแกงหม้อใหญ่ๆ กันจนหน้ามัน เผื่อไว้แจกชาวบ้านร้านตลาดเหมือนสมัยก่อนอีก
เรื่องความเชื่อพอข้ามรุ่นก็ซาลงไปเยอะ แต่ผมเห็นข้อดีอยู่อย่างคือ เป็นวันที่ญาติพี่น้องที่แยกครอบครัวออกไปอยู่ไกลๆ ได้กลับมารวมตัวกัน ใครมีหลาน ก็พามารับแต๊ะเอีย (หรือ “อั่งเปา”) เดี๋ยวนี้ใช้โอนเอาก็มี เพราะหลานหลายคนไปเรียนอยู่ต่างจังหวัด แต่...พอรู้ว่าจะได้ตังค์ กลัวอด ก็มือไม้อ่อน วิดีโอคอลมาอ้อนพูดว่า “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ (新正如意 新年发财) แปลว่า ขอให้ร่ำรวยและสมปรารถนาในวันปีใหม่” จากทางไกลก็มี ถือเป็นสีสันของยุคสมัยที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป
แต่...ถ้าย้อนเวลากลับไป ในสมัยที่ผมยังเป็นเด็กละอ่อนน่ะเหรอ ถ้าใครไม่มา...รับเต๊ะเอียกะมือผู้ใหญ่โดยตรงล่ะก็ คือ...อดแ_กแน่นอนจ้ะ 555+
จิด.ตระ.ธานี : #เล่าสู่กันฟังนะครับ
#Jitdrathanee
▸ Link tree:
เยี่ยมชม
linktr.ee
Jitdrathanee | Instagram, Facebook, TikTok | Linktree
Thai artist 🎨 | Neo-traditional Thai art creator 🇹🇭✨
ตรุษจีน
วัฒนธรรม
ความเปลี่ยนแปลง
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
เล่าสู่กันฟังนะครับ
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย