16 ก.พ. เวลา 05:45 • สุขภาพ

สาเหตุโรคกรดไหลย้อน น้ำหนักเกิน เครียดจัด กินตามใจปาก ต้องระวัง

กรดไหลย้อนเกิดจากพฤติกรรมการกินและความเครียด ทำให้แสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว หากปล่อยเรื้อรังเสี่ยงหลอดอาหารอักเสบหรือลุกลามเป็นมะเร็ง
โรคกรดไหลย้อน การแพทย์ เรียกว่า Gastroesophageal Reflux Disease หรือ GERD เป็นโรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัย แม้แต่เด็กๆ ก็สามารถเป็นโรคนี้ได้ จัดเป็นโรคทางเดินอาหารชนิดหนึ่ง กรดไหลย้อนเป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหารทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก เรอเปรี้ยวบ่อยๆ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย จัดเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง
กรดไหลย้อน
สาเหตุของ โรคกรดไหลย้อน
  • การรับประทานอาหารเสร็จแล้วนอนทันที
  • การทานอาหารมันๆ การทานเยอะเกินไป จนทำให้เกิดความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหาร
  • ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร กรดจากกระเพาะอาหารจึงไหลย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหารได้มากขึ้นนั่นเอง
อาการของกรดไหลย้อน
โรคกรดไหลย้อนนั้นมีหลายอาการ ที่แสดงออกมาทั้งแบบเด่นชัดและแบบซ่อนเร้น อาการที่ชัดเจนของโรคนี้ คือ
  • อาการแสบร้อนกลางอก
  • มีอาการเรอเปรี้ยวบ่อยๆ
แต่ก็มีไม่น้อยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการที่ไม่ชัดเจน หลายๆ อาการที่แตกต่างกันไป เช่น เจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ หรือหูอักเสบ ซึ่งอาจทำให้แพทย์ตรวจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนของโรค อาจต้องทำการตรวจโดยแพทย์จากหลายสาขา จนพบสาเหตุที่แท้จริง
ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อน
  • ภาวะน้ำหนักเกิน
  • พฤติกรรมการรับประทานและการนอน อย่างการรับประทานแล้วนอนทันที
  • การรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อย่างส้ม มะนาวบ่อยๆ
  • การรับประทานช็อคโกแลต หรืออาหารที่มีส่วนผสมของมิ้นท์
พวกนี้จะทำให้หลอดอาหารส่วนปลายคลายตัวได้บ่อยขึ้นนำไปสู่การเกิดกรดไหลย้อนได้ นอกจากนั้น ความอ้วน การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการดื่มน้ำอัดลมบ่อยๆ ก็ถือว่าเป็นปัจจัยเสริมที่มีส่วนทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้เช่นกัน
ความเครียดกับ โรคกรดไหลย้อน
ทางการแพทย์เรามักจะพบว่าคนที่มีความเครียด มักจะมีภาวะที่เรียกว่า ภาวะหลอดอาหารมีความไวเกินต่อสิ่งกระตุ้น (Esophageal hypersensitivity) หลอดอาหารจึงอ่อนไหวต่อกรดเมื่อมีกรดไหลย้อนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย คนกลุ่มนี้ก็จะมีอาการแสดงให้เห็นทันที คือรู้สึกได้ไวมากกว่าคนปกติทั่วไป
การรักษา อาการกรดไหลย้อน
เบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติ เพื่อดูว่าคนไข้มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ถ้าวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน เบื้องต้นแพทย์ก็จะให้คำแนะนำในเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ร่วมกับการให้ยาลดกรด
การปรับพฤติกรรมที่แพทย์มักแนะนำ
  • การปรับเรื่องของปริมาณของอาหารที่รับประทาน และชนิดของอาหาร
  • การงดรับประทานอาหารก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  • พยายามลดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หากเป็นโรคกรดไหลย้อนแล้วปล่อยเนิ่นนานจนเป็นเรื้อรัง ก็จะส่งผลให้หลอดอาหารมีแผล หรือหลอดอาหารตีบ ทำให้กลืนติด กลืนลำบาก หรือบางคนร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งที่หลอดอาหารเลยก็ได้ เพราะหลอดอาหารส่วนปลายมีการสัมผัสกับกรดมากเกินไป ทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด
โรคกรดไหลย้อน กับการซื้อยากินเองได้หรือไม่?
จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องผิด หากจะซื้อยามารับประทานเอง แต่จะให้ดีควรมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัดว่าเป็นโรคใด แม้ว่าเราจะสังเกตอาการแล้วพบว่าเรามีอาการใกล้เคียงกับ กรดไหลย้อน แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเราจะเป็นโรคนี้เสมอไปก็ได้ ดังนั้น การซื้อยาลดกรดมารับประทานแม้จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี แต่ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องเสมอไป เพราะยาต่างๆ ถ้ารับประทานนานๆ หรือบ่อยๆ ก็คงไม่ส่งผลดีต่อร่างกายแน่นอน
ผู้ป่วยที่มีอาการจำเพาะเจาะจงกับ กรดไหลย้อน เช่น แสบร้อนกลางหน้าอก เรอเปรี้ยวในระยะแรกอาจไม่ต้องตรวจอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาลดกรดคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยที่หากมีการตอบสนองต่อการรักษาดี ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคกรดไหลย้อน
แต่หากผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น การตรวจขั้นตอนต่อไปที่แนะนำ คือ การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารส่วนบนเพื่อดูว่ามีโรคอื่นซ่อนอยู่หรือไม่ ในกรณีที่ต้องการผลการวินิจฉัยที่แน่นอนเพื่อวางแผนการรักษาในขั้นตอนถัดไป แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจวัดกรดในหลอดอาหาร 24 ชั่วโมงเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/health/news/7431
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา