17 ก.พ. เวลา 02:35 • ข่าวรอบโลก

เมื่อความหวังของธรรมชาติ ชนกับโครงการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

#yologreennews #bkk #รีไซเคิล #สิ่งแวดล้อม #รักษ์โลก
คำว่า “สะพาน” ทำให้ภาพในหัวของเราคือโครงสร้างที่ยกตัวขึ้น ปล่อยให้แม่น้ำไหล ปล่อยให้สัตว์เดิน ปล่อยให้ระบบนิเวศดำเนินต่อไปใต้เงาโครงสร้างนั้น แต่สิ่งที่เรียกว่า “สะพานเศรษฐกิจคอคอดกระ” แท้จริงแล้วไม่ใช่สะพานในความหมายเชิงนิเวศ มันคือการกรีดผืนแผ่นดินยาวกว่า 90 กิโลเมตร สร้างแนวโครงสร้างพื้นฐานขนาดมหึมาที่ประกอบด้วยท่าเรือน้ำลึกสองฝั่ง นิคมอุตสาหกรรม ถนน รถไฟ และท่อพลังงาน
นี่ไม่ใช่เพียงโครงการคมนาคม แต่คือการเปลี่ยนภูมิทัศน์ทั้งผืน
คาบสมุทรมลายูของไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นรอยต่อของระบบนิเวศจากสองมหาสมุทร เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หายากจำนวนมาก รวมถึงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างแมวป่าหัวแบน การค้นพบว่ายังมีพวกมันอยู่ในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2568 คือสัญญาณแห่งความหวัง แต่ความหวังนั้นเปราะบางอย่างยิ่ง หากถิ่นอาศัยถูกแบ่งแยกเป็นหย่อม ๆ ด้วยโครงสร้างขนาดยักษ์
ในทางนิเวศวิทยา การ “แบ่งแยกถิ่นอาศัย” คือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์ป่าลดจำนวนลง พื้นที่ที่เคยเชื่อมต่อกันถูกตัดขาด ทำให้การหาคู่ ผสมพันธุ์ อพยพ หรือแม้แต่การหาอาหารยากขึ้น ประชากรที่ถูกแยกออกจากกันมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูงกว่า เพราะความหลากหลายทางพันธุกรรมลดลง และไม่สามารถฟื้นตัวได้เมื่อเกิดภัยพิบัติ
คำถามจึงไม่ใช่แค่ “คุ้มค่าทางเศรษฐกิจหรือไม่”
แต่คือ “ระบบนิเวศจะต้องจ่ายราคาเท่าไร”
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการระดับล้านล้านบาท ไม่ควรเป็นเพียงขั้นตอนเชิงเทคนิคเพื่อผ่านกฎหมาย แต่ต้องตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวด โปร่งใส และเปิดให้สาธารณชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ต้องมีการสำรวจชนิดพันธุ์อย่างละเอียด ประเมินเส้นทางอพยพของสัตว์ วิเคราะห์ผลกระทบต่อป่าต้นน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำ และชายฝั่งทะเลทั้งสองด้าน รวมถึงผลกระทบสะสมระยะยาวจากนิคมอุตสาหกรรมและการขนส่งพลังงาน
เพราะมรดกทางธรรมชาติไม่ใช่ทรัพย์สินที่สร้างใหม่ได้ด้วยงบประมาณ
ข่าวดีเรื่องแมวป่าหัวแบนเตือนเราว่า ธรรมชาติยังไม่ยอมแพ้
แต่การตัดสินใจเชิงนโยบายในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่าอีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า เราจะยังมีข่าวดีแบบนี้ให้ได้ยินอีกหรือไม่
การพัฒนาไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกับการอนุรักษ์
แต่จะเป็นเช่นนั้นได้ ก็ต่อเมื่อเราเรียกสิ่งต่าง ๆ ด้วยชื่อที่ถูกต้อง
และยอมรับผลกระทบทั้งหมดของมันอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะลงมือสร้างอะไรลงบนผืนแผ่นดินผืนนั้น
CR.TheStandardNews
โฆษณา