17 ก.พ. เวลา 07:49 • ความคิดเห็น

'รักนะ…เลยอยากให้จับ'

"อุปกรณ์นิรภัยไม่ใช่เครื่องหมายของความอ่อนแอ แต่มันคือ 'ตัวแทนมือของลูกหลาน' ที่คอยประคองในวันที่ก้าวเดินเพียงลำพัง"
"ตาหมาย" อดีตช่างไม้ฝีมือดีแห่งตำบลบ้านแสนสงบ ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านไม้สองชั้นมาครึ่งค่อนศตวรรษ สำหรับตาหมาย บ้านคือวิมาน แต่พักหลังวิมานเริ่มกลายเป็น "กับดัก" ทุกครั้งที่ต้องลุกจากโถส้วม ตาหมายต้องใช้แรงดึงรั้งขอบประตูจนสั่น ทุกครั้งที่เดินเข้าห้องน้ำ ตาหมายต้องค่อยๆ ไถลเท้าไปตามผนังเย็นๆ อย่างระแวดระวัง เขาเก็บความทรมานไว้คนเดียว เพราะไม่อยากเป็น "ภาระ" หรือถูกมองว่าเป็น "คนแก่ไร้เรี่ยวแรง"
วันหนึ่ง ตาหมายลื่นไถลในห้องน้ำจนหัวเกือบฟาดพื้น ดีที่คว้าขอบอ่างไว้ทันจนแขนเขียวช้ำ
"นุ่น" หลานสาวที่เพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านเห็นรอยช้ำนั้น เธอไม่ได้ดุ แต่เธอยื่นโบรชัวร์สีหวานที่มีข้อความว่า "รักนะ...เลยอยากให้จับ" โครงการติดตั้งราวจับเพื่อผู้สูงอายุ นุ่นบอกตาว่า
"ตาจ๋า... นุ่นไม่ได้อยู่เฝ้าตาตลอดเวลา ให้โครงการนี้มาช่วยดูแลตาแทนมือนุ่นนะ"
"ไม่เอา! ข้าไม่ใช้คนพิการนะ" ตาหมายตวาด "เอาไอ้ราวเหล็กโรงพยาบาลมาติดในบ้านไม้ ข้าอายผีปู่ย่าตายาย"
ความภูมิใจในศักดิ์ศรีช่างไม้ทำให้ตาหมายปฏิเสธสิ่งที่เขามองว่าเป็น "เครื่องหมายของความแก่ชรา" เขาไม่อยากให้บ้านที่เขาสร้างมากับมือ กลายเป็นสถานพักฟื้นคนป่วย ความภูมิใจในอดีตกำลังสู้กับความโรยราในปัจจุบัน
"พี่เก่ง" ช่างชุมชนอาสาสมัครในโครงการเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเครื่องมือ พี่เก่งไม่ได้เอาเหล็กสีขาวเย็นชืดมา แต่เขาเอา "ไม้พะยูงขัดมัน" ที่สลักลายมงคล เพื่อมาทำ "ราวจับดีไซน์อบอุ่น" ที่หุ้มด้วยงานจักสานนุ่มมือมาโชว์ พี่เก่งบอกตาหมายว่า
"ตาครับ... นี่ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ แต่นี่คือเฟอร์นิเจอร์แห่งความรักที่ลูกหลานอยากมอบให้ตา จับแล้วอุ่นมือเหมือนจับมือหลานนุ่นเลยครับ"
ตาหมายยอมให้พี่เก่งเริ่มสำรวจจุดติดตั้ง พี่เก่งไม่ได้วัดแค่ระยะความสูงมาตรฐาน แต่เขาวัดจาก "แรงเอื้อม" จริงๆ ของตาหมาย เขาเลือกจุดที่อันตรายที่สุดคือห้องน้ำและข้างเตียง ตาหมายยืนมองการติดตั้งด้วยสายตาช่างที่เริ่มยอมรับว่า ความแข็งแรงที่เคยมี มันต้องการ "ตัวช่วย" ที่ชาญฉลาด
คืนฝนตกหนักอากาศเย็นจัด ตาหมายตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำ ปกติเขาต้องคลำผนังอย่างทุลักทุเล แต่คราวนี้มือของเขาเอื้อมไปจับ "ราวจับไม้พะยูง" ที่พี่เก่งติดแถบเรืองแสงไว้ให้ สัมผัสที่กระชับและอุ่นมือทำให้เขาลุกขึ้นได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องออกแรงเบ่งจนหน้ามืด เขาเริ่มรู้สึกว่าราวจับนี้ไม่ได้ประจานความอ่อนแอ แต่มันคือตัวช่วย ที่ทำให้เขาพึ่งพาตัวเองได้
รุ่งเช้า ตาหมายเดินออกมานั่งหน้าบ้านด้วยใบหน้าที่สดใสขึ้น เขาไม่ต้องเดินตัวงอหรือคอยเกาะตู้เสื้อผ้าอีกต่อไป นุ่นถามว่า
"เป็นไงจ๊ะตา"
ตาหมายยิ้มกว้างแล้วลูบราวจับที่ติดตั้งไว้ตรงชานพักบันได
"เออ... จับแล้วมันมั่นใจ เหมือนมีคนมาช่วยพยุงตลอดเวลาเลยว่ะ"
ตาหมายเริ่มชวนเพื่อนรุ่นเดียวกันมาที่บ้านเพื่อ "อวด" ราวจับอันใหม่ เขาเลิกเรียกมันว่าราวคนป่วย แต่เขาเรียกว่า "ราวมือหลาน" ความขัดเขินหายไปกลายเป็นความภูมิใจ เพื่อนบ้านเห็นแล้วก็อยากติดบ้าง โครงการ "รักนะ...เลยอยากให้จับ" จึงขยายไปทั่วตำบล เปลี่ยนบ้านที่เคยเสี่ยงให้กลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย
ตาหมายกลับมาทำงานไม้ชิ้นเล็กๆ ได้อีกครั้ง เพราะเขาสามารถเดินไปมาในบ้านได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา ศักดิ์ศรีของอดีตช่างไม้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความเข้าใจใหม่ว่า
 
"ความปลอดภัยไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่คือการวางแผนเพื่อให้เรายังเก๋าได้นานที่สุด"
นุ่นกลับไปทำงานในเมืองอย่างสบายใจ เพราะรู้ว่าทุกครั้งที่ตาหมายก้าวเดิน มี "มือน้อยๆ" ของเธอในรูปแบบราวจับคอยประคองตาไว้เสมอ
"เพราะความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด... คือการทำให้คนที่เรารักสามารถยืนหยัดและก้าวเดินได้อย่างมั่นคง ด้วยมือของเราเอง หรือด้วย 'ตัวแทนมือ' ที่เรามอบไว้ให้เขาก็ตาม"
โฆษณา