Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTV Wealth
•
ติดตาม
18 ก.พ. เวลา 09:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ห่วง! สินเชื่อหด กระทบ SME เข้าถึงทุนยาก ลุ้น GDP ปี 69 โต 3%
ส.อ.ท. ชี้! สินเชื่อหดกระทบ SME เข้าถึงเงินทุนยาก หนุน รัฐฯ เร่งมาตรการช่วยเหลือ หวัง GDP ปี 69 โตแตะ 3% ขณะที่ ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ม.ค. ขยับขึ้นอยู่เล็กน้อยอยู่ที่ 88.7
นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยมุมมองกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ไตรมาส 4 ปี 2568 หดตัว -1.1% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 และสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หดตัวต่อเนื่อง 14 ไตรมาสนั้น ซึ่งประเด็นดังกล่าว ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สภาอุตสาหกรรมฯ ได้นำเสนอและหารือกับทุกพรรคการเมืองที่เข้าพบ เพื่อให้เร่งดูแลผู้ประกอบการ SME ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก
ห่วง! สินเชื่อหด กระทบ SME เข้าถึงทุนยาก ลุ้น GDP ปี 69 โต 3%
โดยมองว่ารัฐบาลรักษาการได้เริ่มดำเนินมาตรการช่วยเหลือบางส่วนแล้ว ผ่านกลไกธนาคารของรัฐที่มีความยืดหยุ่นในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมถึงการจัดสรรวงเงินจากธนาคารออมสิน 100,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ผ่านธนาคารพาณิชย์ให้กับ SME ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยบรรเทาความกังวลได้ระดับหนึ่ง แม้ปัญหายังไม่หมดไป โดยสภาอุตสาหกรรมฯ จะติดตามและผลักดันมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่อง ไม่ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมาจากพรรคการเมืองใด
ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส นายนาวา มองว่า มีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ที่ขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม โดยหากรัฐบาลใหม่สามารถเดินหน้าโครงการในลักษณะต่อเนื่อง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น
ในส่วนเป้าหมาย GDP ปี 2569 ที่รัฐบาลตั้งไว้ 3% ภาคเอกชนมองว่าเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่มีความเป็นไปได้ หากรัฐบาลมีเสถียรภาพทางการเมือง เดินหน้านโยบายต่อเนื่อง รับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด และแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง โดยคาดว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจะแล้วเสร็จภายในกลางเดือนมิถุนายนนี้ และไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกันในการเร่งฟื้นเศรษฐกิจไทยไม่ให้ตกอยู่ในภาวะ “คนป่วยแห่งเอเชีย” อีกต่อไป
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ได้เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 88.7 เพิ่มขึ้นจาก 88.2 ในเดือนธันวาคม 2568 สะท้อนการฟื้นตัวเล็กน้อยจากการกลับมาผลิตตามปกติหลังช่วงหยุดยาวปีใหม่ และการเร่งผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูป เครื่องนุ่งห่ม และบรรจุภัณฑ์
ปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในช่วงปีใหม่และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่น การเปิดเส้นทางบินตรงและกิจกรรมในหลายพื้นที่ ซึ่งช่วยกระจายรายได้สู่ภูมิภาค รวมถึงการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 96,000 ล้านบาท
ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่หนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ กิจกรรมก่อนการเลือกตั้งยังช่วยเพิ่มการใช้จ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชามีแนวโน้มคลี่คลายหลังข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้กิจกรรมเศรษฐกิจในพื้นที่กลับมาดำเนินได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยกดดันที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐต่ำกว่าเป้าหมาย โดยตั้งแต่ต้นปีงบประมาณถึง 23 มกราคม 2569 เบิกจ่ายได้ 21% ต่ำกว่าเป้าหมายสิ้นเดือนที่ 26% ซึ่งอาจทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจล่าช้า ขณะเดียวกัน การปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคมจาก 750 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน ทำให้ต้นทุนแรงงานสูงขึ้น รวมถึงความล่าช้าในการเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ว่างงานที่กระทบผู้ว่างงานกว่า 208,404 ราย
อีกประเด็นคือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังอยู่ในระดับสูงจากการเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งกระทบทั้งการท่องเที่ยวและสุขภาพประชาชน ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐที่ทำให้กำลังซื้อในประเทศชะลอ รวมถึงเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องที่กดดันความสามารถแข่งขันของผู้ส่งออก โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เกษตรแปรรูป และสินค้าที่มีกำไรต่ำ
ผลสำรวจผู้ประกอบการ 1,300 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าความกังวลลดลงในประเด็นเศรษฐกิจในประเทศ (60.2%) นโยบายรัฐ (39.2%) ราคาพลังงาน (27.1%) การเข้าถึงสินเชื่อ (24.3%) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (16.5%) ขณะที่ความกังวลเพิ่มขึ้นในเรื่องเศรษฐกิจโลก (58.2%) และอัตราแลกเปลี่ยน (52.4%)
ส่วนดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 95.9 เพิ่มจาก 95.7 ในเดือนก่อนหน้า ได้แรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ที่คาดว่าจะกระตุ้นการบริโภค โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และของฝาก รวมถึงความคาดหวังต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่จะเร่งนโยบายเศรษฐกิจและการเบิกจ่ายงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าที่อาจกระทบการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ มีข้อเสนอภาครัฐ ได้แก่
1. เสนอให้ขยายระยะเวลาโครงการสนับสนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ถึงสิ้นปี 2569 เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ
2. เพิ่มความเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหา PM2.5 โดยเฉพาะการเผาในที่โล่ง พร้อมเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านแก้มลพิษข้ามพรมแดน
3. เร่งจัดสรรงบประมาณส่งเสริมความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ AI ให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/268837
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTVHD36 :
https://www.facebook.com/PPTVHD36
YouTube :
www.youtube.com/@PPTVHD36
สินเชื่อ
sme
เศรษฐกิจไทย
1 บันทึก
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย