เมื่อวาน เวลา 15:22 • ปรัชญา
เรานั้น มีระยะหนึ่ง ที่ก็เข้าวัดไปปฏิบัติ .ทุกวันเสาร์ ที่หยุดงานได้ วันอาทิตย์ก็มีเรื่องราวที่ต้องทำงาน . มันก็มีเรื่องราวลูกค้า ..จะไปเที่ยว ไปอาบน้ำ อาบเองไม่เป็น ต้องไปคนอื่นอาบให้ อยู่เป็นประจำ .เรา..ก็ไปถามหลวงตา ผมจะทำอย่างไรดี . เอ้า ..ท่านก็ว่า เราอยู่กับโลก นุ่งกางเกงทำมาหากิน . ยังมีผู้ตัณหา มีอารมณ์มากมายก่ายกอง
1
ท่านก็ให้ตั้งสติ .ก็ไปเรื่อนผู้จักโลกเรื่องราวอารมณ์ บางที่ก็มีเรื่องกินเหล้า มีรายหนึ่ง มาจากเกาหลี ตกเย็น .ก็พาไปกิน .ไปนั่งคุยกัน เค้ามาเรื่องราวที่จะเซ็นสัญญา กับบริษัท เค้าก็ไปคุยกัีบผู้ใหญ่ ผ่านไปสามวันก็ยังไม่เซ็น ทำสัญญา .เย็นวันนั้นเค้าก็จะกลับ ตอนเที่ยงคืน ตอนเย็นก็ไปนั่งกิน แถวรัชดา . ก่อนหน้านี้ เรากับน้องกินน้ำชากัน .มาวันนี้ .เค้าบอกว่า ต้องกินเหล้า ก็ยก Blue label ขึ้นมา แล้วก็ริน ชนแก้วกัน ก็กินกัน จนตกเครื่องบิน
1
.รุ่งเช้า เค้าก็เข้ามาบริษัท ตกลงเซ็นสัญญา นี่ได้งานมาทำกเพราะเหล้า หากไม่กินตามทีเค้าชวน เค้าก็คงไม่เซ็น แถมมีการบอกว่า ให้ไปเที่ยวเกาหลีอีก ไปเจอมนุษย์หญิงชาย ปิดบาร์กินเหล้ากันต่ออีก เรื่องกินเหล้า ยาดอง ก็กิน แอบกินบ่อยๆ มันปวดเมื่อย พอให้เลือดลมมันกระจาย .แค่ช้อนสองช้อน .ใครมายอกว่า เราถือศีลมั่ย เราก็บอกว่าเราไม่ได้ถือ. เพราะเราก็ยังกินเหล้ายาดอง ยาธาตุสี่ .มีน้องมาถามว่า พี่เลิกเหล้าหรือ เราก็ยอกว่าไม่เลิก .ตามที่เขียนมา .แล้วเวลาเข้าวัด เราก็ไม่ได้ไปกินเหล้าในวัด ไปสวดมนต์ ทำบุญ ภาวนา
1
ส่วนเวลาที่เร่าไปวัด .นั้นก็เป็นเวลาที่เราก็วางเรื่องการงาน เรื่องโลก เรื่องอารมณ์ต่างๆ เรื่องทำมาหากืน . เรื่องราวอารมณ์ เราก็ไม่แบกเข้าไป อาจจะมีค้างคาบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ ที่เป็นมนุษย์นุ่งกางเกง ยังลดละอะไรไม่ได้ .ไม่ได้ไปสวมเครื่องแบบครองผ้าเหลือง ไม่รับศีลอะไร เราก็ไปแบบ เข้าไปหาพระแบบเด็กน้อย เข้าไปบีดนวดครูบาจารย์ ที่ท่านป่วยชรา เข้าไปหาครูยาอาจารย์ ได้คำสอน คำสองคำให้เรา นำไปฝึกหัดเราก็ดีใจแล้ว
1
.เมื่อมาทำงาน เราก็..หมั่นทบทวน นำคำที่ท่านชี้แนะ มาฝึกหัดทำ ทำไปที่ละข้อ..แล้วก็ไปต่อ .ก็เรื่องราวอารมณ์ หากว่า ยังผ่าน.. ท่านก็ไม่บอกต่อให้ ให้ไปฝึกหัดต่อ . เรื่องราวก็วนเวียนเรื่องอารมณ์ . จนท่านบอกว่า มาประพฤติปฏิบัติธรรม อย่างเดียวมันไม่พอ ท่านก็แนะให้ฝึกหัดทำบุญ หน้าพระ กรวดน้ำอุทิศ .ก็ค่อยๆฝึกหัด . พอทำไป ก็. เอ. รู้สึกกายมันดีขึ้น สติสัมปชัญญะดีขึ้น ก็เลยชอบทำเป็นนิจสิน ก็ชวนๆคนใกล้เคียง หัดทำบ้าง .เค้าก็เห็นว่า ไร้สาระสิ้นดี คือ ไม่สนใจเอาเลย แถมบางทีก็ ถูก .เหวี่ยงกลับเสียนี่ .
นี่ที่พระท่านให้เราฝึกทำทีละข้อ..
๑ ไม่เห็นตัวเองดีแล้ว
๒ ไม่เห็นผู้อื่นผิด ด้วยทุกชีวิตมีกรรม มีอารมณ์กรรมมีนิสัยคนดีคนชั่วเป็นของตน
๓ ไม่ให้ตัวถูกใจไม่ถูกใจเกิดขึ้นที่จิตของตน
๔ ตัวไม่ยอม ไม่ให้เกิดขึ้นทีกาย วาจา ใจของตน
๔ ไม่ให้ตัวติเตียน เกิดขึ้นที่กาย วาจา ใจของตน
๕ ไม่ให้ตัวต่อต้าน เกิดขึ้นที่กาย วาจา ใจของตน
๖ ไม่ให้ตัวขัดขวาง เกิดขึ้นที่กาย วาจา ใจของตน
๗ หยุดตัวอยาก ที่กาย วาจา ใจของตน ไม่ตามใจตัวอยาก ของหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ
1
อย่าทำจิตตั้งท่าคอยรับอารมณ์จะเสียที ให้ทำจิตผจญมารทำจิตเหนือดี เหนือชั่ว
ในปริมณฑลของจิตตน ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่น้อยเนื้อต่ำใจ ไม่กังวล พอใจ ไม่พอใจ กับผู้อื่นที่มีกรรมแสดงตัวกระทำของอารมณ์ ให้เราศึกษาเรื่องอารมณ์กรรม ให้เราอ่านกรรมของผู้ใช้อารมณ์
1
..ทีพระ ..ครูบาอาจารย์ แนะนำให้ทำ เราก็ยังฝึกหัดอยู่ จดจำไว้ .แม้ว่าท่านละขารไปแล้ว ข้อที่เจ็ด นิ่ ทำยากมาก..มันคอยจะขาดสติอยู่ร่ำไป .
โฆษณา