19 ก.พ. เวลา 02:05 • หุ้น & เศรษฐกิจ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) คืออะไร? ลดหย่อนภาษีได้แค่ไหน? แล้วถ้าออกจากงานจะมีทางเลือกยังไงบ้าง?

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund – PVD) เป็นสวัสดิการที่ดีที่นายจ้างจัดให้กับลูกจ้างประจำ เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและใช้เป็นเงินเกษียณในอนาคต
การเข้าร่วม PVD จะขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะมีนะ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) คืออะไร? ลดหย่อนภาษีได้แค่ไหน? แล้วถ้าออกจากงานจะมีทางเลือกยังไงบ้าง?
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund – PVD) เป็นสวัสดิการที่ดีที่นายจ้างจัดให้กับลูกจ้างประจำ เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและใช้เป็นเงินเกษียณในอนาคต
การเข้าร่วม PVD จะขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะมีนะ
สมัครเข้า PVD แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
• พนักงานจะเลือกได้ว่าให้หักเงินเดือนกี่ % เข้า PVD (สูงสุดไม่เกิน 15%)
• นายจ้างจะสมทบเงินเพิ่มเข้าไปให้ตามเงื่อนไขบริษัท เช่น ออม 4% นายจ้างสมทบอีก 4% เหมือนได้เงินเพิ่มโดยอัตโนมัติเลย
• บลจ. จะนำเงินไปลงทุนตามแผนที่เราเลือก เช่น ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ฯลฯ
เงินใน PVD แบ่งออกเป็น 4 ส่วน:
1. เงินสะสม: เงินที่เราหักจากเงินเดือนเข้าไปทุกเดือน
2. ผลประโยชน์ของเงินสะสม: ดอกผลหรือกำไรที่เกิดจากเงินสะสม
3. เงินสมทบ: เงินที่นายจ้างสมทบให้
4. ผลประโยชน์ของเงินสมทบ: กำไรที่เกิดจากเงินสมทบ
เราจะเห็นทั้ง 4 ส่วนนี้แยกชัดเจนในใบรายงานกองทุนที่ส่งมาให้ทุกปี
สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
• ลดหย่อนภาษีได้เฉพาะ “เงินสะสม” ไม่เกิน 15% ของรายได้ และเมื่อนับรวมกับ RMF + ประกันบำนาญ ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท/ปี
• เป็นการออมแบบ DCA หักเงินทุกเดือนโดยอัตโนมัติ หักตาม % ของเงินเดือนที่แจ้งความประสงค์ไว้ มีวินัยการเงิน และนายจ้างยังช่วยออมเพิ่มให้ด้วย
3 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ PVD
1. แผนการลงทุนเลือกได้
หลายบริษัทมีแผนลงทุนหลากหลาย เช่น
• แผนตราสารหนี้เน้นความปลอดภัย
• แผนผสมที่มีหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หรืออสังหาริมทรัพย์
เราสามารถเปลี่ยนแผนได้ตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา
ถ้าใครเริ่มศึกษาการลงทุน ลองนำแผนต่างๆ ของ PVD มาศึกษาและลองเลือกแผนที่เหมาะกับตนเองนะ
2. ภาษีตอนออกจาก PVD ขึ้นกับเงื่อนไข
ยกเว้นภาษี ถ้า
• ออกจากงาน + ออกจาก PVD ตอนอายุ ครบ 55 ปี และเป็นสมาชิกมา ≥ 5 ปี
• หรือ เสียชีวิต / ทุพพลภาพ
ต้องเสียภาษี ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขข้างต้น โดยคำนวณจาก
• ผลประโยชน์ของเงินสะสม
• เงินสมทบ
• ผลประโยชน์ของเงินสมทบ
(แต่ “เงินสะสม” ที่เราจ่ายเอง ไม่ต้องเสียภาษีนะ)
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) จึงเป็นตัวช่วยในการเก็บเงินเกษียณสำหรับมนุษย์เงินเดือน ช่วยออมแบบมีวินัย ได้สิทธิลดหย่อนภาษี และยังมีนายจ้างช่วยออมให้อีกด้วย
แต่อย่าลืมว่า…เราควรศึกษารายละเอียดให้เข้าใจ และเลือกแผนลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง เพื่ออนาคตที่มั่นคงในวัยเกษียณนะ
📌 ลดหย่อนภาษีด้วย PVD ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่??
หลายคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน และที่ทำงานมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เมื่อไปอ่านประโยชน์ทางภาษี เขาก็จะเขียนไว้ว่า
.
💬 “เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุน สามารถหักลดหย่อนได้เมื่อคำนวณเงินได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน ปีละ 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท (แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 490,000บาท) ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเงินได้ เพื่อเสียภาษี”
.
📝 คำถามที่หลายคนสงสัย
เช่น เมื่อเรากรอกยอด 50,000 บ. ในช่อง “เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ซึ่งจะอยู่ใน 👉 “กลุ่มที่ 2 ค่าลดหย่อน/ยกเว้น ด้านการออม การลงทุน และประกัน” ในแบบยื่นภาษี
🤔 จะเป็นขึ้นในค่าลดหย่อนภาษี 10,000 บ. อีก 40,000 บ. จะไปอยู่ตรงไหน
.
❓ หมายความว่า จะสามารถนำเงินสะสม คือ ในส่วนของเงินเดือนเราที่ถูกหักเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น มาลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่กันแน่?? ใครสงสัย มาอ่านกัน
📖 ตามข้อความที่พี่สำรรพากรเขียนไว้ ข้างบนนั้น หมายความว่า
✅ 10,000 บ. แรก หักเป็นค่าลดหย่อน
✅ ส่วนที่เหลือจะนำไปหักออกจากเงินได้โดยตรง เพราะเป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษี นั่นเอง
💡 ตัวอย่างให้เห็นภาพ
เช่น มานะมีเงินเดือนรวมแล้วตลอดทั้งปี คือ 500,000 บ.
มีหักจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เดือนละ 10%
➡️ แบบนี้มานะจะได้รับสิทธิทางภาษีทั้งหมด 50,000 บ.
เงินจำนวน 10,000 บ. จะถูกนำไปคิดเป็นค่าลดหย่อน
ส่วนอีก 40,000 บ. ที่เหลือ จะถูกนำไปหักออกจากเงินได้โดยตรง
💻 ตอนยื่นภาษีออนไลน์
เมื่อเรายื่นภาษีออนไลน์ เราก็ไม่ต้องกังวลว่า เราจะต้องมานั่งกรอกแยกกันยังไง เพราะเมื่อเราใส่ตัวเลขยอดเงินสะสมทั้งหมดของเราที่ถูกหักเข้า PVD ในปีนั้น
📊 ในเว็บไซต์ของพี่สรรพากรเขาก็คำนวณแยกออกมาให้อัตโนมัติ
✅ ดังนั้น เราก็แค่กรอกยอดเต็มทั้งหมดของเงินสะสมในปีนั้นในช่องค่าลดหย่อนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็พอ ระบบของสรรพกรจะจัดการให้เอง
🔍 เมื่อเรายื่นภษีออนไลน์ เมื่อเรากรอกรายได้และค่าลดหย่อนเรียบร้อยแล้ว และมาถึงหน้า "ตรวจสอบข้อมูล" จะเห็นบรรทัด
เงินได้ปีภาษี 2568
หักยกเว้น รายละเอียด
หักค่าใช้จ่าย รายละเอียด
หักคาลดหย่อน รายละเอียด
.
เมื่อเรากดเข้าไปดูตรง หักค่าลดหย่อน รายละเอียด
📌 จะเห็นว่า PVD จะมาอยู่ตรงนี้ 10,000 บ.
📌 ส่วนอีก 40,000 บ. ที่เหลือ จะไปลงอยู่ใน “หักยกเว้น”
🧠 สรุปจำง่าย ๆ
จะเห็นว่า ถ้าจะจำให้ง่าย การได้ประโยชน์ทางภาษีสำหรับ PVD นั้นก็คือ
👉 ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
👉 แต่ต้องไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง
👉 และไม่เกิน 500,000 บ.
⚠️ เงื่อนไขเพดานรวม
เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับลดหย่อนและยกเว้น และเมื่อรวมกับ กบข./ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน/กอช. + เบี้ยประกันแบบบำนาญ + RMF
❗ ต้องไม่เกิน 500,000 บ.นะ
💡 TIP
1️⃣ PVD จะมีให้เลือกหลายแผนลงทุน บางแผนลงทุนในตราสารหนี้อย่างเดียว บางแผนมีหุ้นเป็นส่วนผสมมากน้อยยังไงก็มีให้เลือก บางแผนมีลงทุนในอสังหาฯ หรือหุ้นต่างประเทศให้เราเลือกด้วย ดังนั้นเมื่อเงินเราต้องไปลงทุนในนั้นตั้งนาน ควรศึกษาแต่ละแผนว่าเป็นยังไงและเลือกให้เหมาะกับเรา ในการเลือกแผนนั้น เราสามารถปรับเปลี่ยนได้นะ ไม่ใช่ต้องอยู่กับแผนที่เราเลือกไว้ไปตลอด
2️⃣ เงินสะสมที่เราจ่ายเข้า PVD ในแต่ละปี สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ส่วนเงินสมทบตรงนั้นไม่เกี่ยวนะ นำมาลดหย่อนไม่ได้
และผลประโยชน์ทางภาษีตรงนี้พี่สรรพากรไม่ทวงคืนนะ
ถ้าเป็น RMF ที่เป็นการเก็บเงินเพื่อการเกษียณเหมือนกัน ถ้าไม่ครบตามเงื่อนไข ผลประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้ลดหย่อนมาต้องคืนเงินให้พี่สรรพากรด้วย
แต่ยังไงก็ตาม เงินที่ได้ออกมาจาก PVD ที่ไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข ต้องนำมาเสียภาษีนะ
3️⃣ เงินที่ออกจาก PVD จะได้ยกเว้นภาษี เมื่ออายุครบ 55 ปี และเป็นสมาชิก PVD มาอย่างน้อย 5 ปีนะ
ถ้าไม่เป็นตามนี้ เงินที่ได้ออกมาจาก PVD ในส่วนของเงินผลประโยชน์จากเงินสะสม เงินสมทบ ผลประโยชน์ของเงินสมทบ จะเสียภาษีนะ
🌱 สรุป
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือที่ชอบเรียกกันย่อ ๆ ว่า PVD มีข้อเด่นที่น่าสนใจหลายอย่าง แต่ก็ควรศึกษาเงื่อนไขให้เข้าใจ และเลือกแผนลงทุนให้เหมาะกับเราด้วยนะ เพื่อวางแผนในการเกษียณสุขนะ
มาทำความเข้าใจกันง่าย ๆ
PVD เงินที่เรามีอยู่จะแบ่งเป็น 4 ส่วน
1️⃣ เงินสะสม → เงินที่เราหักจากเงินเดือน
2️⃣ ผลประโยชน์เงินสะสม → ดอกผล/กำไรที่งอกเงยจากเงินสะสม
3️⃣ เงินสมทบ → เงินที่นายจ้างเติมให้ทุกเดือน
4️⃣ ผลประโยชน์เงินสมทบ → กำไรที่งอกเงยจากเงินสมทบ
📌 เงิน PVD ทั้งหมดจะ “ยกเว้นภาษี” ได้ ถ้า...
✔️ ออกจากงานและอายุ ≥ 55 ปี + เป็นสมาชิก ≥ 5 ปี
✔️ กรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพ
❌ ถ้าไม่เป็นไปตามเงื่อนขข้างต้น เงินที่ต้องเสียภาษีคือ…
• ผลประโยชน์เงินสะสม
• เงินสมทบ
• ผลประโยชน์เงินสมทบ
👉 ส่วนเงินสะสมของเรา ไม่ต้องเสียภาษี
ถ้าเราต้องการเอาเงินกองทุนออกมาด้วย เมื่อออกจากงาน ก็จะมีอยู่ 2 แบบ โดยดูอายุงาน
1. อายุงาน < 5 ปี
ต้องนำเงิน 3 ส่วนที่ได้รับมา คือ ผลประโยชน์ของเงินสะสม เงินสมทบ และเงินผลประโยชน์ของเงินสมทบ มานำมาคำนวณเป็นรายได้ 40(1) ตามปกติเหมือนเรายื่นภาษี โดยไม่สามารถเลือกแยกยื่นได้
2. อายุงาน ≥ 5 ปี ถ้าแบบนี้เราจะมี 2 ทางเลือก ว่าจะยื่นรวม หรือยื่นแยกได้
โดยเงินใน 3 ส่วนเหมือนเดิมที่ต้องนำมาเสียภาษีนะ ถ้ายื่นรวมก็ยื่นเหมือนปกติ เงินรายได้ส่วนนี้จะถูกนำมารวมเป็นรายได้ 40(1) รวมกับรายได้อื่นๆ การหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนก็เหมือนเวลาเรายื่นภาษีตามปกติ
กับอีกแบบคือ ขอนำรายได้จากเงิน 3 ส่วนของ PVD นั้นแยกยื่น ซึ่งตอนเรายื่นภาษี จะมีหัวข้อนี้ให้เราเลือก “เงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน(ผู้มีเงินได้)(กรณีไม่นำไปรวมคำนวณภาษี)” เมื่อเข้าไปจะเห็นหัวเรื่องเป็น “ใบแนบ ภ.ง.ด. 90/91” โดยจะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้แบบพิเศษแบบนี้ ซึ่งมักจะทำให้เสียภาษีน้อยกว่าการเอาไปยื่นรวมนะ
✨ เมื่อลาออกจากงาน และไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงิน ต้องการเก็บเงินเพื่อการเกษียณต่อ ไม่อยากเสียภาษีเงินที่นำออกมาจาก PVD จะมีทางเลือก มี 3 ทางเลือก ✨
🔹 คงเงินไว้ในกอง PVD เดิม → จ่ายค่าธรรมเนียมปีละ 500 บาท
🔹 โอนไป PVD ใหม่ / กบข. : ถ้าย้ายไปทำงานใหม่ที่มี PVD หรือเป็นข้าราชการ
🔹 โอนไป RMF for PVD → ซึ่งจะได้นับอายุต่อโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เงินที่โอนย้ายจาก PVD ไป RMF for PVD ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้นะ และต้องเป็น RMF ที่ “รองรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" ซึ่งตอนนี้ก็มีหลากหลาย บลจ. หลากหลายสินทรัพย์และนโยบายลงทุน
เมื่อโอนเงิน PVD มา RMF แล้ว ต้องถือครองจนอายุครบ 55 ปี และ นับอายุการเป็นสมาชิก PVD รวมกับอายุการถือครอง RMF for PVD ไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงจะได้รับการยกเว้นภาษีจากการขายคืน ไม่ต้องใส่เงินเพิ่ม แต่สามารถสับเปลี่ยนระหว่าง RMF for PVD ด้วยกันได้
📌 โอน PVD → RMF for PVD ต้องรู้ด้วยว่า:
• เลือกสินทรัพย์ให้ตรงกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ /เป้าหมายการลงทุน
• เช็ก บลจ. ที่มี RMF for PVD ในสินทรัพย์ที่เราต้องการลงทุน
• ดูผลการดำเนินงาน + ค่าธรรมเนียม
• เปิดบัญชีกองทุน RMF for PVD (เป็นบัญชีแยกจาก RMF ปกติ)
• ติดต่อ PVD เดิมเพื่อทำเรื่องโอน
💡 PVD ถือเป็นสวัสดิการที่ดี ช่วยสร้างวินัยออม + นายจ้างช่วยออมเพิ่มเหมือนได้เงินเดือนเสริม และยังช่วยลดหย่อนภาษีอีกด้วย เพราะฉะนั้น ถ้ากำลังคิดจะออกจากงานหรือ Early Retire ก่อนอายุ 55 ปี ต้องวางแผนเรื่องนี้ให้ดี ไม่งั้นอาจต้องเสียภาษีเงินก้อนใหญ่โดยไม่จำเป็น 🔎
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ #ภาษี #PVD #ออกจากงาน #EarlyRetire #RMFforPVD #RMF #กองทุนรวม
โฆษณา