19 ก.พ. เวลา 13:00 • ดนตรี เพลง
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ชัยภูมิ

"ดอกกระเจียวบาน - ก้อง ห้วยไร่ : ฤดูกาลที่เจ้าเปลี่ยนไป"

ยามย่างเข้าเดือนแห่งความฮักเช่นนี้
เชื่อว่าใครหลายคนย่อมมีช่อดอกไม้ในมือ
เอาไว้สื่อแทนใจ ตั้งแต่กุหลาบ, ทิวลิป,
เดซี่, คาร์เนชัน หรือทานตะวัน
เพื่อทำให้คืนวันครั้งนี้พิเศษกว่าเดิม
จะเห็นได้ว่าดอกไม้ทุกชนิดที่กล่าวมา
ล้วนเป็นสื่อยอดนิยมเหนือกาลเวลา
ผ่านมาหลายปีก็ยังคงหาง่าย
มีขายตามร้านดอกไม้และท้องตลาดทั่วไป
แต่ก็ยังคงมีพืชพรรณดอกไม้บางชนิด
ที่หากคิดจะไปดื่มด่ำดมดอม
ย่อมต้องอาศัยวันเวลา และฤดูกาลอันเหมาะสม
ถึงจะหยอกเย้าเคล้าคลอสมอารมณ์
ได้สัมผัสถึงกลิ่นหอมและความงาม
ท่ามกลางบรรยากาศท้องทุ่ง
พรรณพฤกษาละลานตา
หนึ่งในนั้นคือ “ดอกกระเจียว”
สัญลักษณ์เชิงวัฒนธรรมแห่งแดนดินถิ่นชัยภูมิ
ดอกไม้ที่ผลิบานผ่านความเย็นชุ่ม
เริงระบำกันเป็นทุ่งในฤดูฝนโปรยปราย
สื่อถึงความหมายของการมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
หลังชีวิตได้เดินทางผ่านฤดูแล้งกันมา
เมื่อลมร้อนจางไป เมฆฝนจะเริ่มก่อตัว
และเมื่อหยาดฝนแรกพรมลงสู่แผ่นดินอีสาน
ท้องทุ่งที่เคยแห้งผากจะถูกแต่งแต้ม
ด้วยสีชมพูอมม่วงของดอกกระเจียวที่ผลิบาน
มันคือจังหวะที่แน่นอน เป็นกติกาของธรรมชาติ
ที่เราวางใจได้เสมอมา
แต่ในโลกของความสัมพันธ์
กฎเกณฑ์เหล่านั้นกลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า
เฉกเช่นเพลง “ดอกกระเจียวบาน” ของ "ก้อง ห้วยไร่"
ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บอกเล่าเรื่องราว
ของชายหนุ่มผู้ถูกทิ้งให้อยู่กับความทรงจำ
แต่มันคือการฉายภาพอดีตคอยตอกย้ำ
เป็นความย้อนแย้งที่กระหน่ำ
ระหว่างความแน่นอนของฤดูกาล
กับความไม่แน่นอนของใจคน
ที่สามารถแปรเปลี่ยนเวียนผันได้ตลอดเวลา
เป็นความเจ็บทั้งน้ำตาของ "คนรอ" ที่เห็นทุกอย่างรอบตัว
เปลี่ยนไปตามเวลา แต่ตัวเองกลับยังรักเขาอยู่ที่เดิม
มันเหมือนการถือปฏิทินธรรมชาติไว้ในมือข้างหนึ่ง
แล้วอีกมือกลับว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยว
นอกจากความหวังเดียวที่เปราะบาง
เหมือนต้นดอกกระเจียวที่กำลังจะร่วงหล่น
แม้ในหน้าฝนที่ควรผลิบาน
ผสานกับเสียงพิณบรรเลงอันหม่าเศร้าเคล้าน้ำตา
ของ “โจอี้ ภูวศิษฐ์” แบบลูกทุ่งร่วมสมัย
ให้ความแปลกใหม่ ไปกับงานกำกับภาพสไตล์ท้องถิ่น
อันเป็นเอกลักษณ์ของ “คุณต้องเต” ผกก.
จักรวาลแห่งไทบ้านและสัปเหร่อ
เข้ากับเสียงร้องหวนละห้อย
และการแสดงจัดเต็มของ “ก้อง ห้วยไร่”
ที่ชวนให้คนดูแอบฮามากกว่าร้องไห้55+
เป็นสีสันความตลกที่เคลือบฉาบด้วยเจ็บปวด
เพราะแม้ดอกกระเจียวจะบานท่ามกลางหน้าฝน
ที่เป็นฤดูกาลอันยาวนานสุดในบ้านเรา
แต่แล้ววันหนึ่งก็ต้องเหี่ยวเฉา
เหมือนความรักของคนเราที่มีวันหมดอายุ
ไม่ยั่งยืน ไม่ถาวร พบเพื่อลาจากกันในช่วงเวลา
ต่อให้ฝืนใจรอเขากลับมา
ทว่าสุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงอยู่ดี
เราต่างรู้ว่าเมื่อไหร่ดอกกระเจียวจะบาน
แต่ไม่มีทางรู้ว่าอีกนานแค่ไหน เธอจึงจะกลับมา,,,
หากวันนี้คุณยังคงรอคอยใครบางคน
ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่บานแล้วบานเล่า
ขอให้ไว้ว่าดอกไม้เหล่านั้นบานเพื่อบอกว่า
"โลกยังคงหมุนไป" และถึงเวลาแล้ว
ที่หัวใจของคุณจะเริ่มผลิดอก
ออกใบใหม่ในฤดูกาลอันเหมาะสม
รอคนมาชื่นชมกระถางใบน้อย
คอยคนที่คู่ควรมารดน้ำพรวดดินไปด้วยกัน
ขอบคุณบทเพลงที่เตือนให้เห็นคุณค่าของกาลเวลา
และความงดงามของการกลับมาเฝ้ามอง
พร้อมดูแลดอกกระเจียวในใจตัวเอง
อาจเหมือนใจความแห่งบทเพลง
ที่ขับขานร้องบรรเลงอย่างหม่นเทา
.
.
.
“ดอกกระเจียวบาน
ผ่านหน้าแล้งเจ้าไปอยู่ไส
เข้าหน้าฝนบ่โดนเท่าไหร่
น้ำตาของอ้ายกะไหลยาว
ใจสวอยอย่าให้คอยถึงหน้าหนาว
จนดอกกระเจียวของอ้ายเหี่ยวเฉา
เจ้ายังบ่คืนมา
.
.
ดอกกระเจียวบาน
ผ่านหน้าแล้งเจ้าไปอยู่ไส
เข้าหน้าฝนบ่โดนเท่าไหร่
น้ำตาของอ้ายกะไหลยาว
ใจสวอยอย่าให้คอยถึงหน้าหนาว
จนดอกกระเจียวของอ้ายเหี่ยวเฉา
เจ้ายังบ่คืนมา
.
.
จนกระเจียวของอ้ายเหี่ยวเฉา
เจ้ายังบ่คืนมา,,,🌧️⛈️”
โฆษณา