20 ก.พ. เวลา 18:52 • ไลฟ์สไตล์

อารมณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร? ตามทฤษฎีจิตวิทยา

คนส่วนใหญ่จะคิดตามสามัญสำนึกว่า เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น อารมณ์ต่าง ๆ เช่น รู้สึกตื้นเต้น กลัว โกรธ ฯลฯ จะเกิดขึ้น ตามมาด้วยการตอบสนองทางร่างกาย อาทิ หัวใจเต้นเร็วขึ้น
แต่ในความเป็นจริงแล้ว กระบวนการเกิดขึ้นของอารมณ์ มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?
ทฤษฎีต่าง ๆ ที่อธิบายการเกิดขึ้นของอารมณ์
ในปี ค.ศ. 1884 James ได้โต้แย้งว่า อารมณ์มีกระบวนการเกิดขึ้นสลับกันจากสามัญสำนึก เมื่อเราเจอหมีในฐานะสิ่งเร้า เรามักคิดว่าอารมณ์ตกใจกลัวเกิดขึ้นก่อน ตามมาด้วยการตอบสนองทางร่างกายอย่างการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น
James ได้กล่าวว่า การตอบสนองทางร่างกายจะเกิดขึ้นก่อน แล้วการตอบสนองอย่างการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นนั้น ก็สร้างความรู้สึกตกใจกลัวให้กับเรา
ถัดมาเวลาไล่ ๆ กันในปี ค.ศ. 1885 แพทย์คนหนึ่งที่ชื่อว่า Lange ผู้ที่ไม่ได้รู้จักอะไรกันกับ James ก็ได้บังเอิญตีพิมพ์เนื้อหาว่า การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย โดยเฉพาะระบบหัวใจและหลอดเลือด คือกลไกทางอารมณ์
ทำให้ ณ เวลานั้น ๆ เราได้ทฤษฎีใหม่มาว่า "อารมณ์เกิดขึ้นมาจากการตอบสนองทางร่างกาย โดยเฉพาะจากการเต้นของหัวใจ"
ถัดมาอีกในปี ค.ศ. 1927 Cannon ได้ตีพิมพ์งานวิจัยเพื่อระบุถึงความบกพร่องของทฤษฎีของ James กับ Lange ว่า อารมณ์ของมนุษย์ ไม่น่าจะเกิดมาจากการตอบสนองทางร่างกายอย่างที่พวกเขาได้คาดไว้
เวลาที่เราตกใจกลัวหรือตื่นเต้น การตอบสนองทางร่างกายอย่างการเต้นของหัวใจที่เร็วและแรงก็เกิดขึ้นได้เหมือน ๆ กัน ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วสมองของเราแยกได้อย่างไรว่า ควรจะต้องรู้สึกตกใจกลัวหรือตื่นเต้น?
หลาย ๆ ครั้ง อารมณ์อย่างการกลัวเกิดขึ้นได้รวดเร็วมากกว่าการตอบสนองทางร่างกายอย่างการเต้นของหัวใจ ถ้าอารมณ์เกิดจากการตอบสนองของร่างกายจริง ทำให้สมองของเรารู้ล่วงหน้าเพื่อที่จะสร้างอารมณ์ได้ก่อน?
ด้วยเหตุนี้ Cannon ก็เลยเสนอทฤษฎีมาใหม่ว่า "การตอบสนองทางร่างกายกับอารมณ์เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน จากการประมวลผลของสมอง"
ต่อมาอีกในปี ค.ศ. 1934 Bard ได้นำหลักฐานเพิ่มเติม จากกรณีศึกษาที่ได้มา "การลอกเปลือกสมอง" (Decortication) และ "ผ่าตัดรอยโรคในสมอง" เพื่อมาสนับสนุนตัวทฤษฎีของ Cannon
เขาพบว่าการแสดงออกทางอารมณ์ถูกสร้างขึ้นมาจากโครงสร้างใต้เปลือกสมอง บริเวณ "ส่วนท้ายของสมองส่วนหน้า" (Diencephalon) กับ "ไฮโปทาลามัส" (Hypothalamus) ในขณะที่บริเวณ "เปลือกสมอง" (Cortex) จะสร้างอารมณ์แค่บางชนิดเท่านั้น
ในเวลาต่อมา ตำราเรียนต่าง ๆ ก็ได้เรียบเรียงและตีความให้ทฤษฎีของ Cannon และผลการศึกษาของ Bard มีใจความว่า "การตอบสนองทางร่างกายกับอารมณ์เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน จากการประมวลผลของสมองส่วนกลาง" แม้ว่าการตีความจะถูกทำให้เรียบง่ายเกินไปก็ตาม
ต่อมาในช่วงปีระหว่าง ค.ศ. 1934 จนถึงประมาณปี ค.ศ. 1950 ได้เกิดโครงการ "วงจรอารมณ์ส่วนกลาง" (Central emotion circuit) ขึ้นมาตามการเสนอของ Papez
ซึ่งการเสนอนั้นได้กล่าวประมาณว่า ทฤษฎีวงจรประสาทของสมองในโครงการดังกล่าว ถูกคิดขึ้นมาเพื่อพยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเส้นทางประสาทของสมอง ที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก
ในปี ค.ศ. 1962 Schachter และ Singer ได้พยายามเปลี่ยนมุมมองการเกิดขึ้นของอารมณ์ เนื่องด้วยเหตุผลสองข้อ
  • 1.
    อารมณ์แต่ละชนิด ไม่ได้มีกการตอบสนองทางร่างกายและสมองที่โดดเด่นหรือแตกต่างกัน อาการหัวใจเต้นเร็ว สามารถเกิดขึ้นพร้อมกับอารมณ์ทางบวกหรือลบก็ได้
  • 2.
    การตีความสิ่งเร้าที่แตกต่างกัน ส่งผลให้อารมณ์เกิดขึ้นแตกต่างกัน เช่น คนที่เป็นโรคกลัวแมงมุม (Arachnophobia) เมื่อพบเห็นแมงมุม ก็จะรู้สึกตกใจกลัวขึ้นมา ในขณะที่คนที่ชอบเลี้ยงแมงมุมอยู่แล้ว เมื่อพบเจอแมงมุม ก็อาจจะรู้สึกชอบหรือรักพวกมันแทน เป็นต้น
ด้วยเหตุนี้ Schachter และ Singer ก็เลยได้เสนอ "ทฤษฎีสองปัจจัย" (Two-factor theory) ขึ้นมา โดยพวกเขาทั้งสองได้โต้แย้งไว้ว่า การกระตุ้นจากร่างกายจะส่งผลต่อความรุนแรงของอารมณ์ แต่ชนิดของอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคนแต่ละคนจะตีความการกระตุ้นในบริบทอะไร
พวกเขาทั้งสองได้ทำการทดลอง โดยใช้การกระตุ้นด้วยสาร Epinephrine (เพื่อปรับเปลี่ยนระดับการกระตุ้น) ควบคู่ไปกับการบอกเล่าสถานกาณณ์ (เพื่อปรับเปลี่ยนบริบท) แล้วสังเกตว่า ผู้เข้าร่วมการทดลอง จะมีอารมณ์ใดเกิดขึ้น
ผลที่พวกเขาสังเกตได้ก็คือ ระดับการกระตุ้นเดียวกัน สามารถสร้างอารมณ์ที่แตกต่างกันได้ เมื่อผู้เข้าร่วมการทดลอง รับรู้บริบทของสิ่งเร้าที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นทำให้สามารถสรุปได้ว่า "อารมณ์เกิดขึ้นมาจากการตีความการกระตุ้นของสิ่งเร้าจากบริบทต่าง ๆ" นั่นเอง
อ้างอิง:
"อารมณ์เกิดจากการตอบสนองทางร่างกาย"
James, W. (1948). What is emotion? 1884.
"การตอบสนองทางร่างกายคือกลไกทางอารมณ์"
Lange, C. (2020). Om sindsbevaegelser. Lindhardt og Ringhof.
"การตอบสนองทางร่างกายกับอารมณ์เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน"
Cannon, W. B. (1927). The James-Lange theory of emotions: A critical examination and an alternative theory. The American journal of psychology, 39(1/4), 106-124.
"การทดลองที่ยืนยันทฤษฎีของ Cannon"
Bard, P. (1934). On emotional expression after decortication with some remarks on certain theoretical views: Part I. Psychological review, 41(4), 309.
"(การวิเคราะห์ย้อนหลัง)"
Dror, O. E. (2014). The Cannon–Bard thalamic theory of emotions: A brief genealogy and reappraisal. Emotion Review, 6(1), 13-20.
"วงจรอารมณ์ส่วนกลาง"
Papez, J. W. (1937). A proposed mechanism of emotion. Archives of Neurology & Psychiatry, 38(4), 725-743.
"อารมณ์เกิดมาจากการตีความการกระตุ้นจากสิ่งเร้า"
Schachter, S., & Singer, J. (1962). Cognitive, social, and physiological determinants of emotional state. Psychological review, 69(5), 379.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา